สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M497_ย้อนหลัง 7 ปี ไทยยุบโรงเรียนขนาดเล็กไปได้กี่แห่ง

การยุบ-ควบรวม โรงเรียนขนาดเล็ก เป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการทำต่อเนื่องมานานกว่า 3 ทศวรรษ แต่หลังปี 2562 เป็นต้นมา นโยบายมีความชัดเจนมากขึ้นโดยมุ่งเจาะจงไปที่โรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 40 คน และต้องมีระยะห่างจากโรงเรียนในตำบลเดียวกันไม่เกิน 6 กิโลเมตร ซึ่งการยุบหรือควบรวมโรงเรียนเหล่านั้น จะช่วยให้ “ลดภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณด้านการบริหารจัดการ ของกระทรวงศึกษาธิการได้

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งเป้ายุบโรงเรียนขนาดเล็กให้ได้ 15,000 แห่ง ซึ่งปัจจุบัน ตั้งแต่เริ่มนโยบายมา ยุบไปแล้วจำนวนหนึ่ง 

ส่วนในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา สพฐ. เปิดเผยข้อมูลดังนี้

  • ปี 2560 ยุบไป 309 แห่ง
  • ปี 2561 ยุบไป 229 แห่ง
  • ปี 2562 ยุบไป 237 แห่ง
  • ปี 2563 ยุบไป 169 แห่ง
  • ปี 2564 ยุบไป 80 แห่ง
  • ปี 2565 ยุบไป 41 แห่ง
  • ปี 2566 ยุบไป 152 แห่ง

 

ทำไมต้องยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

จากการสำรวจพบว่า 50% ของโรงเรียนรัฐบาลเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่ก็กระจายกันอยู่ตามพื้นที่ชนบท และมีจำนวนครูกับนักเรียนไม่มาก ยิ่งในช่วงที่เด็กไทยเกิดน้อยลงเรื่อยๆ ทุกปี ก็ส่งผลให้มีเด็กเข้าศึกษาในโรงเรียนน้อยลงไปอีก จึงต้องมีการยุบ-ควบรวม เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการงบประมาณ รวมถึงเพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เพราะโรงเรียนขนาดเล็กจะได้งบประมาณน้อย เนื่องจากคำนวณงบเป็นรายหัว เมื่องบน้อย ก็ยิ่งบริหารจัดการได้น้อย ไม่มีเงินมาซ่อมแซมโรงเรียน หรือซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนได้อย่างพอเพียง และตามมาด้วยปัญหาไม่มีเงินจ้างครูสอนเพิ่ม จึงทำให้ครูที่มีอยู่ต้องสอนทุกวิชาและทุกระดับชั้นที่สอนได้ ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็ก

ในทางกลับกัน บางโรงเรียนก็มีจำนวนครูเกินกว่าจำนวนเด็กที่สอน ทำให้การจัดการไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักเรียนมีผลมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ และอนาคตทางการศึกษาสู้เด็กจากโรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ไม่ได้

นอกจากนี้ อีกปัญหาที่อยู่คู่สังคมไทยมานานคือ ครอบครัวนักเรียนในชนบทมักมีฐานะยากจน และไม่สามารถสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ได้เท่าที่ควร 

ปัญหาที่ตามมาเมื่อยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

ทั้งนี้ การยุบ-ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ต้องคำนึงถึงผลกระทบของทุกฝ่าย โดยเฉพาะต้องดูแลเรื่องการเคลื่อนย้ายนักเรียนให้ไปยังโรงเรียนแห่งใหม่ได้อย่างปลอดภัย ส่วนโรงเรียนที่ถูกทิ้งร้างจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่สำหรับทำกิจกรรมอื่นให้ชุมชน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ตามมาคือผู้ปกครองหลายคนเกิดความกังวลเมื่อเด็กต้องเดินทางไปเรียนไกลขึ้น และอาจโดนเพื่อนในโรงเรียนใหม่กลั่นแกล้ง นอกจากนี้การมีส่วนร่วมของชุมชน ย่อมทำเกิดความผูกพันกับโรงเรียน จึงเป็นเรื่องยากที่จะยุบโรงเรียนขนาดเล็ก โดยไม่ถูกคัดค้านจากคนในพื้นที่

และท้ายที่สุด ต่อให้การยุบโรงเรียนจะลดต้นทุนที่ไม่เกิดประโยชน์ได้จริง แต่ต้นทุนของชุมชนและของตัวเด็กอาจต้องมีนโยบายช่วยเหลือเพิ่มเติม เพราะผู้ปกครองและนักเรียนอาจต้องรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงเอกลักษณ์และพลังในชุมชนอาจหายไปเมื่อไม่มีโรงเรียน

ดังนั้นการจะยุบโรงเรียนแห่งหนึ่ง ต้องคำนึงถึงหลายๆ ด้าน มากกว่าแค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์ในการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว

 ปีที่ผ่านมา ยุบโรงเรียนขนาดเล็กไปกว่า 1,217 แห่ง เพราะมีนักเรียนน้อย ครูไม่พอ ส่วนอาคารโรงเรียนเดิมเอาเก็บไว้ให้ชุมชนทำประโยชน์อื่นต่อ

ที่มา ; springnews 

สรุปสาระสำคัญ 

กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินนโยบาย “ยุบ-ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก” ต่อเนื่องมากว่า 30 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระงบประมาณและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 40 คน และอยู่ห่างจากโรงเรียนในตำบลเดียวกันไม่เกิน 6 กิโลเมตร ตั้งเป้ายุบรวมให้ได้กว่า 15,000 แห่ง ปัจจุบันดำเนินการแล้วกว่า 1,200 แห่ง เหตุผลสำคัญมาจากจำนวนเด็กไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียนและครูน้อย ได้รับงบประมาณไม่เพียงพอ ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ ครูต้องสอนหลายวิชา และขาดโอกาสพัฒนา ในบางพื้นที่กลับมีครูเกินเด็ก ทำให้บริหารไม่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การยุบโรงเรียนต้องคำนึงถึง ผลกระทบต่อชุมชนและผู้เรียน ทั้งการเดินทาง ความปลอดภัย ความผูกพันของชุมชน รวมถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่น ดังนั้น การตัดสินใจยุบโรงเรียนต้องพิจารณาทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ การศึกษา และสังคมร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กและชุมชน. 

ข้อสอบ 

1.เป้าหมายหลักของนโยบายยุบ–ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กของ ศธ. คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครูส่วนเกินทั่วประเทศ
ข. ลดงบประมาณและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
ค. เพิ่มจำนวนโรงเรียนขนาดกลางในทุกจังหวัด
ง. ปรับปรุงอาคารสถานที่ให้เป็นศูนย์ชุมชน

2. เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กมากขึ้นคือข้อใด
ก. การบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนไม่มีประสิทธิภาพ
ข. การเพิ่มงบประมาณรายหัวให้ไม่เพียงพอ
ค. อัตราการเกิดของเด็กไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง
ง. การย้ายถิ่นฐานของครูไปพื้นที่เมืองใหญ่

3. หากผู้บริหารสถานศึกษาถูกมอบหมายให้บริหารโรงเรียนที่กำลังอยู่ในแผนควบรวม ควรดำเนินการอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. ปิดโรงเรียนทันทีเมื่อได้รับคำสั่งจากส่วนกลาง
ข. ประสานงานกับชุมชนและผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจและวางแผนร่วมกัน
ค. คัดค้านการยุบโรงเรียนโดยเด็ดขาดเพื่อรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่น
ง. โอนนักเรียนไปโรงเรียนอื่นโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

4. ข้อใดสะท้อน “ข้อจำกัดด้านคุณภาพ” ของโรงเรียนขนาดเล็กได้ชัดเจนที่สุด
ก. ครูมีภาระงานด้านเอกสารมาก
ข. ครูต้องสอนหลายระดับชั้นและหลายวิชา
ค. อาคารเรียนชำรุดทรุดโทรม
ง. งบประมาณซ่อมแซมได้รับล่าช้า

5. หากมองในเชิงนโยบายสาธารณะ การยุบโรงเรียนขนาดเล็กควรมีแนวทางใดเพิ่มเติมเพื่อสร้างสมดุลระหว่าง “ประสิทธิภาพ” และ “ความเป็นธรรม”
ก. ใช้เกณฑ์เศรษฐกิจเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
ข. สนับสนุนค่าเดินทางและดูแลความปลอดภัยของนักเรียนหลังควบรวม
ค. โอนอาคารโรงเรียนให้เอกชนบริหารจัดการ
ง. ลดจำนวนโรงเรียนทุกขนาดเพื่อความเท่าเทียม

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น