
7 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ฝากเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนของเด็ก และการพัฒนาครู ซึ่งตรงกับสิ่งที่ ศธ.กำลังจะพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และพัฒนาครูคู่ขนานไปพร้อมๆกันด้วย เช่น ส่งเสริมให้ครูปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน แต่เนื่องจากเรามีครูจำนวนมาก และแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างกัน แต่อยู่ในแผนการพัฒนาครูแล้ว โดยภายในเดือนธันวาคมนี้ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) จะจัดทำแผนพัฒนาครูมาเสนออีกครั้ง
น.ส.ตรีนุช ระบุว่า ขณะนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้นจะต้องมีกลไกในการพัฒนาครู ซึ่งครูจะต้องมีการอัปเดตองค์ความรู้ และวิธีการสอนอยู่ตลอดเวลา แต่การพัฒนาครูแบบเร็ว และปูพรมทั่วประเทศ อาจจะไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด ที่สำคัญครูต้องเปลี่ยนกระบวนการทางความคิด (Mindset) ต่างๆด้วย ตนจึงให้เลขาธิการ กพฐ. ไปทำแผนว่าอาจะเริ่มพัฒนาครูในพื้นที่นำร่อง หรือโรงเรียนที่ผู้บริหาร และครูมีความพร้อมและมีความสนใจจริงในการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนก่อนหรือไม่ “เบื้องต้นครูต้องเปลี่ยนวิธีการสอนแบบ Active Learning เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ สามารถคิดวิเคราะห์ได้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ได้มอบให้เลขาธิการ กพฐ.ทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรครู เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ทำให้ไม่สามารถจัดการสอบครูผู้ช่วยได้ในช่วงที่ครูไม่ครบชั้น จึงต้องมีแผนให้โรงเรียนใช้ทรัพยากรต่าง ๆร่วมกันก่อนได้อย่างไร” น.ส.ตรีนุช กล่าว
ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวถึงนโยบายพัฒนาการศึกษา โดยเน้นการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนควบคู่กับการพัฒนาครูให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีแผนปรับหลักสูตรเป็น “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” และพัฒนาครูไปพร้อมกัน โดยส่งเสริมให้ครูปรับรูปแบบการสอนให้ทันสมัย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากครูมีจำนวนมากและแต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน การพัฒนาแบบเร่งรัดทั่วประเทศอาจไม่ตอบโจทย์ จึงเสนอให้เริ่มจากพื้นที่นำร่องหรือโรงเรียนที่มีความพร้อมก่อน
นอกจากนี้ ครูจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน “Mindset” และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านองค์ความรู้และวิธีการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะ สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้
ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้ไม่สามารถจัดสอบบรรจุครูผู้ช่วยได้ ทำให้เกิดปัญหาครูไม่ครบชั้น จึงต้องมีการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรครู เช่น การใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างโรงเรียน เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อ 1 จุดมุ่งหมายสำคัญของการพัฒนาการศึกษาตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนครู
ข. ปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะและพัฒนาครูควบคู่กัน
ค. ลดภาระงานครู
ง. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข้อ 2 เหตุผลสำคัญที่ไม่ควรพัฒนาครูแบบปูพรมทั่วประเทศคือข้อใด
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ครูไม่ให้ความร่วมมือ
ค. บริบทแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
ง. ขาดเทคโนโลยี
ข้อ 3 แนวทางที่เหมาะสมในการเริ่มพัฒนาครูคือข้อใด
ก. เริ่มพร้อมกันทุกโรงเรียน
ข. เริ่มจากโรงเรียนขนาดใหญ่
ค. เริ่มจากโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ
ง. เริ่มจากพื้นที่/โรงเรียนที่มีความพร้อม
ข้อ 4 Active Learning มีเป้าหมายสำคัญคืออะไร
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. ลดเวลาเรียน
ค. พัฒนาการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน
ง. ลดบทบาทครู
ข้อ 5 การเปลี่ยน Mindset ของครูมีความสำคัญอย่างไร
ก. ทำให้ครูมีรายได้เพิ่ม
ข. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการสอนอย่างแท้จริง
ค. ทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียง
ง. ลดภาระงาน
ข้อ 6 ปัญหาครูไม่ครบชั้นเกิดจากสาเหตุใด
ก. ครูลาออกจำนวนมาก
ข. งบประมาณไม่พอ
ค. โควิด-19 ทำให้สอบบรรจุไม่ได้
ง. นักเรียนเพิ่มขึ้น
ข้อ 7 แนวทางแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้นที่เหมาะสมคือข้อใด
ก. ปิดโรงเรียนชั่วคราว
ข. ลดจำนวนวิชา
ค. ใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างโรงเรียน
ง. เพิ่มภาระงานครู
ข้อ 8 หลักสูตรฐานสมรรถนะมุ่งเน้นสิ่งใด
ก. เนื้อหาวิชาการ
ข. การท่องจำ
ค. ความสามารถในการปฏิบัติและประยุกต์ใช้
ง. การสอบแข่งขัน
ข้อ 9 หากผู้บริหารโรงเรียนต้องการขับเคลื่อนนโยบายนี้ ควรดำเนินการอย่างไรเป็นลำดับแรก
ก. จัดซื้ออุปกรณ์
ข. ปรับ Mindset ครูและสร้างความเข้าใจ
ค. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ง. ประเมินนักเรียน
ข้อ 10 ข้อใดสะท้อนการนำแนวคิดในบทความไปใช้ได้ดีที่สุด
ก. ครูสอนตามหนังสือเท่านั้น
ข. ครูใช้การบรรยายเป็นหลัก
ค. ครูจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติและคิดวิเคราะห์
ง. ครูเน้นการบ้านจำนวนมาก
คลิกเฉลย >>>