รัฐบาลเดินหน้า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เร่งบรรจุเข้าสภา
เมื่อวันที่ 15 กันยายน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. … และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษา”จัดโดย สมาคมผู้ปริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย) โดยมีผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา,รองผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วม
นางนฤมล กล่าวว่า หลายรัฐบาลพยายามที่จะผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าสู่สภาฯ เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงอีกหลายจุดในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคการศึกษาของไทย และยังไม่เอื้อที่จะช่วยให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาทั่วประเทศไทยได้ จึงอยากจะให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่ศธ.กำลังผลักดันเข้าสู่สภาฯ สามารถปิดช่องว่างเหล่านั้นได้หมด ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อจะนำเข้าสภาฯ ก็จะเกิดการยุบสภาทุกรอบ แต่หวังว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น
“พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีทั้งหมด 7 ร่าง 1 ในนั้นจะเป็นร่างของศธ. ส่วนอีก 6 ร่างจะเป็นของพรรคการเมือง และกลุ่มต่างๆ ที่นำเสนอมา สำหรับขั้นตอนการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขณะนี้อยู่ที่การพิจารณาให้ความเห็นจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งได้ประสานไปยังปลัดกระทรวงการคลังเพื่อให้ช่วยเร่งรัดการดำเนินการให้แล้ว โดยขอให้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้เข้าสภาฯในชุดปัจจุบัน อย่าให้เป็นอาถรรพ์เหมือนกับทุกชุด”นางนฤมล กล่าว
นางนฤมล กล่าวต่อว่า ตนได้มีการหารือกับผู้บริหารกระทรวง และข้าราชการประจำมาเสมอว่า ภาคการเมืองมาแล้วก็ต้องออกไป แต่ถ้าจะมาทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องทำงานกับข้าราชการประจำ และข้าราชการประจำก็ต้องยืนหยัดบนหลักการว่า จะทำงานเพื่อภาคการศึกษาอย่างแท้จริง ตนไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือที่จะทำเป้าหมายทางการเมือง เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรม(กธ.)ที่ได้เข้ามาดูแลศธ.ก็จะไม่ใช้การศึกษาเพื่อเป้าหมายทางการเมือง แต่มาเพื่อที่จะทำให้ภาคการศึกษาดีขึ้นจริง ๆ ดังนั้นตนหวังว่าทุกคนจะยึดหลักการเดียวกัน
นางนฤมล กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ พิจารณา รับวาระร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขั้นตอนต่อไปจะนำไปสู่การพิจารณาถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะไปชดเชยสำหรับคำสั่ง คสช. ที่ยกเลิกไป ส่วนเนื้อหาหลักที่ทางผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เสนอเข้าไปก็พยายามจะให้มีส่วนของผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบมากกว่าที่เป็นอยู่ใน คำสั่ง ของ คสช. เช่น จะมีตัวแทนจากครู ตัวแทนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าไปกำหนดทิศทางการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษา ขั้นตอนต่อไปก็จะอยู่ในชั้นกรรมาธิการที่จะมีการพิจารณา
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 กันยายน 2568
สรุปสาระสำคัญของข่าว
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานและบรรยายพิเศษเรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา” โดยระบุว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษาและการลดความเหลื่อมล้ำทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องผลักดันฉบับใหม่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีทั้งหมด 7 ร่าง โดย 1 ร่างเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ และอีก 6 ร่างมาจากพรรคการเมืองและกลุ่มต่าง ๆ นางนฤมลย้ำว่า การศึกษาไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และภาคการเมืองต้องทำงานร่วมกับข้าราชการประจำเพื่อประโยชน์ของการศึกษา นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลครู ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาเพื่อกำหนดองค์ประกอบใหม่ให้ครูและผู้ทรงคุณวุฒิมีส่วนร่วมมากขึ้น