
แต่ละจังหวัด 'ปั๊มลูก' มากแค่ไหน
ข้อมูลการเกิดของเด็กไทยในปี 2019 บอกเราว่า จำนวนการเกิดของเด็กที่มากที่สุดอยู่ในจังหวัดกรุงเทพ คือ 77,312 คน รองลงมาคือ ชลบุรี 27,643 คน, นครราชสีมา 21,171 คน ,เชียงใหม่ 17,613 คน และสงขลา 16,767 คน ส่วนจำนวนทารกที่เกิดน้อยที่สุดได้แก่จังหวัดสมุทรสงคราม คือ 885 คน
ถ้าต่อไป ‘ไม่มีเด็กเกิดใหม่’ โลกจะเป็นอย่างไร
ถ้าคุณเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Children of Men ไซไฟ-ดิสโทเปีย ที่พูดถึงโลกไร้ทารก เพราะไม่มีเด็กเกิดใหม่นานเกือบ 20 ปี โทนเรื่องที่ดูหม่น ๆ ท้อแท้สิ้นหวังแบบนั้น อาจจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต เพราะอัตราเกิดน้อยลงจนแทบต่ำกว่าศูนย์ในหลายประเทศ
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ประชากรวัยทำงานจะลดน้อยลง ในขณะที่สัดส่วนประชากรสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในอนาคต คนจึงมีแนวโน้มว่าต้องเกษียณช้าลงจากการขาดแคลนแรงงาน (บางประเทศประกาศยืดอายุเกษียณไปแล้ว) และส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ทางออกที่ไทยพอจะมี และทำอยู่ คือการเปิดรับแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน ช่วยทดแทนจำนวนแรงงานที่ไม่เพียงพอ

ไทยเจอทั้ง ‘เด็กเกิดน้อย’ และ ‘สังคมสูงอายุ-แก่ก่อนรวย’
สองวิกฤตโครงสร้างประชากร ที่ทยอยอุบัติขึ้นพร้อม ๆ กัน นอกจากเด็กเกิดน้อยจะทำให้เราขาดแคลนแรงงานแล้ว สังคมสูงอายุของไทยยังเป็นลักษณะที่ ‘แก่ก่อนรวย’ เพราะอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด และส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม “คนยากจน”
ผู้หญิงไทย ติด 1 ใน 10 มีลูกน้อยที่สุดในโลก
อัตราการเกิดที่ถือว่าสร้างความมั่นคงทางประชากร คือ ผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ย 2.1 คน ถ้าน้อยกว่า 2.1 จะเรียกว่า Baby Bust หรือเด็กเกิดใหม่น้อยจนไม่สามารถทดแทนประชากรที่หายไปได้
ข้อมูลจาก Global Burden of Disease พบว่าผู้หญิงไทย ติด 1 ใน 10 มีลูกน้อยที่สุดในโลก โดยมีอัตราเจริญพันธุ์อยูที่ 1.2 เท่ากับเกาหลีใต้ และน้อยกว่าญี่ปุ่นกับโปแลนด์ซึ่งมีอัตราเจริญพันธุ์อยู่ที่ 1.3
ไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกในโลก ที่ประสบปัญหา ‘เด็กเกิดน้อย’
ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า ในปี 2100 ไทยจะมีประชากรลดลงถึง 34%
ส่วนประเทศอื่น ๆ
- ญี่ปุ่น จะมีประชากรลดลง 53%
- เกาหลีใต้ มีประชากรลดลงครั้งแรกในปี 2020 โดยมีคนตายมากกว่าเกิด และมีอัตราการเกิดอยู่ที่ 0.05% เท่านั้น
- สเปน จะมีประชากรลดลง 50%
ถ้าเทียบกับเพื่อนบ้านในโซนอาเซียน พบว่าในปี 2019 ไทยมีอัตราการเพิ่มของประชากรอยู่ที่ 0.18% ซึ่งน้อยที่สุดในภูมิภาค
ทำไมคนไทย ‘ปั๊มลูก’ กันน้อยลง
- ‘มุมมองการมีครอบครัว’ ของคนรุ่นใหม่ นิยมอยู่เป็นโสดมากขึ้น หรือ มีครอบครัวแต่ไม่ต้องการมีลูก
- สภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ ทำให้คนรุ่นใหม่ตัดสินใจมีลูกน้อยลง
- การคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การศึกษาที่สูงขึ้น และมีโอกาสทางสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับผู้หญิงในการทำงานนอกบ้าน
- และเหตุผลอื่น ๆ ที่แตกต่างกันออกไป
โปรโมชั่น หนุนคน ‘ปั๊มลูก’ จากรัฐบาลไทย
- จัดมีตติ้งคนโสด
- แจกคูปองตรวจสุขภาพก่อนมีลูก
- แจก ‘ธาตุเหล็กและโฟลิก’ ช่วยเตรียมความพร้อมให้ว่าที่คุณแม่
- เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด
แต่อย่าลืมว่าการจะจูงใจโน้มน้าวให้หนุ่มสาวยุคนี้อยากมีลูกได้ก็คงต้องมองปัจจุบันก่อนว่า ความพร้อมในชีวิต ความเป็นอยู่ สภาพเศรษฐกิจ การดูแลจากรัฐ จะผลักดันให้พวกเขาอยากมีลูกได้อย่างไร?
ที่มา : - กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
ข่าวเกี่ยวกัน
เปิดเหตุผล ทำไมคนไทยไม่อยากมีลูก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงจิราภรณ์ อรุณากูร หรือ หมอโอ๋ กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น รพ.รามาธิบดีฯ เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน เผยแพร่ข้อความเนื้อหาน่าสนใจว่า
จากกรณี กระทรวงสาธารณสุขกำลังมีโครงการรณรงค์ ให้คนมีลูกให้มากขึ้น เพราะอัตราการเกิดของเด็กลดน้อยลงเรื่อยๆ และต่อไปก็จะกลายเป็นปัญหาของชาติ ที่แรงงานน้อย คนแก่เยอะ
รัฐกำลังมีโครงการมากมาย ทั้ง “วิวาห์สร้างชาติ” (แต่ก่อนแค่สร้างครอบครัว ตอนนี้ได้สร้างชาติเลยนะ????) โครงการให้ค่าใช้จ่ายคลอดบุตร สนับสนุนค่าใช้จ่ายในคนที่มีภาวะมีบุตรยาก โครงการเรียนฟรี 15 ปี มีสถานเลี้ยงเด็กให้ก่อน 3 ขวบ ฯลฯ
หลายโครงการดูน่าสนใจ และอาจจะช่วยให้คนสนใจมีลูกมากขึ้น เลยนึกถึงบทความที่เคยเขียนไว้
ทำไมคนไทยไม่อยากมีลูก...
1. หลายคนอยากมี แต่พ่อแม่ของลูกดีๆ มันหายาก
2. คนแต่งงานอายุมากขึ้น ศักยภาพในการมีลูก (และแรงเลี้ยงลูก) ก็ลดลง
3. หลายคนไม่อยากมี เพราะทุกวันนี้แค่ตัวเอง ยังเลี้ยงไม่รอด
4. หลายคนไม่ได้เลี้ยงแค่ปากท้องเดียว พ่อแม่ในบ้านก็กลายเป็นภาระที่ต้องแบกรับ
5. ค่าใช้จ่ายเลี้ยงเด็กให้ดีในปัจจุบัน หลายครั้งเลี้ยงผู้ใหญ่ได้หลายคน
6. หลายบ้านให้คุณค่ากับเรื่องคุณภาพ มากกว่าปริมาณ
7. ค่าเทอมลูก คือยาคุมกำเนิดชั้นดี (โรงเรียนถูกและดี หาได้ไม่ง่ายในประเทศ)
8. คนยุคใหม่โตมากับความสบาย การเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนเลยไม่คิดว่าตัวเองจะอดทนได้พอ
9. เราเริ่มมีสมการความสุขหลากหลายรูปแบบ "แต่งงานมีลูก" ไม่ได้เท่ากับคำว่า "ชีวิตมีความสุข" อีกต่อไป
10. การลงทุนมีลูกคือความเสี่ยง หลายคนขออยู่เป็นสุข แบบโสดๆ แต่ไม่ต้องเสี่ยง
11. สังคมไทยในปัจจุบัน "ไม่ได้เอื้อ" ต่อการเติบโตไปมีชีวิตข้างหน้าที่ดีของเด็ก (แค่อากาศดีๆให้หายใจ น้ำประปาที่กินสบายใจ ยังไม่มี )
12. โซเชียลมีเดีย ทำให้คนอยู่ได้แบบไม่รู้สึกเหงา
13. คนเข้าใจความหลากหลายทางเพศได้ดีขึ้น และเป็นตัวเองได้มากขึ้น
14. เรายังมองไม่ออกว่า “คุณภาพชีวิตที่ดี” ในประเทศนี้ จะมีได้อย่างไร หากไม่มีเงิน
แพทย์หญิงจิราภรณ์ ยังแนะว่า หากอยากรณรงค์ให้คนมีลูกให้มากขึ้น...
1.รัฐ ต้องกล้าให้สวัสดิการสนับสนุนคนมีลูก (ไม่ใช่ให้เดือนละ 600 )
2.มีกฏหมายให้พ่อหรือแม่ลางานเลี้ยงลูกในช่วงต้นชีวิตโดยได้เงินเดือน (ประเทศที่พัฒนาแล้วเน้นเรื่องนี้มากๆ)
3.พัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้มีคุณภาพ
4.พัฒนาคุณภาพโรงเรียนและการศึกษา ให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพที่ดีพอ
5.แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
6.ใช้งบประมาณชาติไปกับเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ
7.ขออากาศหายใจคุณภาพดี
8.มีสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ อยู่แบบคุณภาพดีได้ จะได้ช่วยการตัดสินใจต่อการเป็นพ่อแม่ (ไม่ต้องรับภาระทุกทาง)
9.สนับสนุนให้คนเพศหลากหลาย มีบุตรหรือรับอุปการะบุตรได้เหมือนคนทั่วไป
10. มีโรงเรียนพ่อแม่ทำให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่าย
" มีคนบอกว่าเด็กไทยต้องการการเลี้ยงดูมาตรฐานสูง คนเลยมีลูกน้อย... หมอว่านี่มันคุณภาพชีวิตมาตรฐาน ที่คนปกติควรได้รับเลยนะ ส่วนตัวยังแอบคิดว่า รักลูก... มีลูกเมื่อพร้อมน่าจะดี ผลิตออกมาเยอะ แต่คุณภาพไม่ดี ไม่มีเวลาเลี้ยง อาจกลายเป็นสังคมต้องใช้งบประมาณไปกับการคอยแก้ปัญหา " แพทย์หญิงจิราภรณ์ ระบุ
ที่มา ; ฐานเศรษฐกิจ
ข้อมูลปี 2019 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่กระจุกตัวในบางจังหวัด โดยกรุงเทพมหานครมีจำนวนการเกิดสูงสุด รองลงมาคือชลบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ และสงขลา ขณะที่บางจังหวัดมีเด็กเกิดน้อยมาก เช่น สมุทรสงคราม สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านโครงสร้างประชากรในระดับพื้นที่
ในภาพรวม ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหา “เด็กเกิดน้อย” หรือภาวะ Baby Bust ซึ่งอัตราเจริญพันธุ์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.2 คนต่อผู้หญิง 1 คน ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 ส่งผลให้จำนวนแรงงานลดลง ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนคาดว่าในอนาคต 1 ใน 4 ของประชากรจะเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นกลุ่มรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะ “แก่ก่อนรวย”
สาเหตุสำคัญของการมีลูกน้อย ได้แก่ ค่านิยมคนรุ่นใหม่ที่แต่งงานช้าหรือไม่อยากมีลูก ภาระค่าครองชีพสูง ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ การศึกษาและบทบาทผู้หญิงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลกระทบคือแรงงานลดลง เศรษฐกิจชะลอ และรัฐต้องพึ่งแรงงานต่างชาติหรือขยายอายุเกษียณ แนวทางแก้ไขต้องอาศัยนโยบายรัฐที่จริงจัง เช่น สวัสดิการครอบครัว ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ ระบบการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยรวม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนมีบุตรอย่างมีคุณภาพและพร้อม
ข้อใดสะท้อนภาพรวมปัญหาประชากรไทยในปัจจุบันได้ถูกต้องที่สุด
ก. เด็กเกิดมากเกินไปจนขาดทรัพยากร
ข. เด็กเกิดน้อยและเข้าสู่สังคมสูงอายุ
ค. ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกจังหวัด
ง. ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ชัดว่าไทยเผชิญ “เด็กเกิดน้อย + สังคมสูงอายุ”
จังหวัดใดมีจำนวนเด็กเกิดสูงสุดในปี 2019
ก. ชลบุรี
ข. นครราชสีมา
ค. กรุงเทพมหานคร
ง. เชียงใหม่
เฉลย: ค
เหตุผล: กรุงเทพฯ มีจำนวนเกิดสูงสุด 77,312 คน
อัตราเจริญพันธุ์ระดับทดแทนประชากรควรอยู่ที่เท่าใด
ก. 1.0
ข. 1.5
ค. 2.1
ง. 3.0
เฉลย: ค
เหตุผล: ระดับทดแทนคือ 2.1 คนต่อผู้หญิง 1 คน
ข้อใดเป็นผลกระทบสำคัญของสังคมเด็กเกิดน้อย
ก. การว่างงานเพิ่มขึ้นจากแรงงานล้นตลาด
ข. เศรษฐกิจขยายตัวรวดเร็ว
ค. ขาดแคลนแรงงานในอนาคต
ง. อัตราการเกิดเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ
เฉลย: ค
เหตุผล: เด็กเกิดน้อยทำให้แรงงานลดลง
เหตุผลใด “ไม่ใช่” ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไทยมีลูกน้อยลง
ก. ค่าครองชีพสูง
ข. การศึกษาของผู้หญิงสูงขึ้น
ค. การคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพ
ง. อัตราการเกิดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เฉลย: ง
เหตุผล: บทความระบุว่าอัตราเกิดลดลง ไม่ได้เพิ่ม
ข้อใดสะท้อนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ต่อการมีครอบครัว
ก. ต้องมีลูกเพื่อความมั่นคงเสมอ
ข. ไม่จำเป็นต้องมีลูกเพื่อความสุข
ค. ต้องมีลูกหลายคน
ง. ห้ามแต่งงานก่อนอายุ 20 ปี
เฉลย: ข
เหตุผล: ค่านิยมเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องมีลูกเพื่อความสุข
แนวทางแก้ปัญหา “เด็กเกิดน้อย” ที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มภาษีครอบครัว
ข. ลดคุณภาพการศึกษา
ค. เพิ่มสวัสดิการและคุณภาพชีวิต
ง. ลดจำนวนโรงพยาบาล
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเพิ่มแรงจูงใจและคุณภาพชีวิต
“แก่ก่อนรวย” ในบทความหมายถึงอะไร
ก. ผู้สูงอายุมีรายได้สูง
ข. ประเทศรวยก่อนเข้าสู่สังคมสูงอายุ
ค. ประเทศเข้าสู่สังคมสูงอายุทั้งที่ยังไม่มั่งคั่ง
ง. เศรษฐกิจเติบโตเร็วมาก
เฉลย: ค
เหตุผล: ไทยแก่ก่อนมีความมั่งคั่งเพียงพอ
ข้อใดเป็นผลกระทบต่อระบบการศึกษาและรัฐ
ก. ความต้องการโรงเรียนลดลงอย่างมาก
ข. ต้องเพิ่มแรงงานครูทุกจังหวัด
ค. ระบบรองรับเด็กมีภาระปรับตัวใหม่
ง. ไม่มีผลกระทบต่อการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: โครงสร้างประชากรเปลี่ยน ระบบต้องปรับตัว
แนวทางใดสอดคล้องกับการแก้ปัญหาเชิงระบบมากที่สุด
ก. แจกเงินครั้งเดียวให้ครอบครัว
ข. พัฒนาสวัสดิการเด็กและเศรษฐกิจระยะยาว
ค. ลดจำนวนผู้สูงอายุ
ง. จำกัดจำนวนคนมีลูก
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องแก้เชิงโครงสร้าง เช่น สวัสดิการและเศรษฐกิจ