สมาชิกเข้าสู่ระบบ

Covid-19 ยังคงอยู่ มาสอนแบบ Flipped Classroom ดูไหม

เรียบเรียงโดย อาทิตยา ไสยพร

จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ทำให้ทั้งคุณครูและนักเรียนของเราเหนื่อยกับการจัดการเรียนการสอนไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ อีกทั้งนักเรียนของเราต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ส่วนคุณครูก็ต้องสอนเนื้อหาให้ทันตามตัวชี้วัด และระยะเวลาที่จำกัด ถ้ารูปแบบการสอนปกติไม่ตอบโจทย์ ลองเปลี่ยนมาสอนแบบกลับด้านกันดูดีมั้ย

การสอนกลับด้านมีที่มาจากหนังสือ Flip Your Classroom: Reach Every Student in Every Class Every Day โดย Aaron Sams และ Jonathan Bergmann ผู้บุกเบิกห้องเรียนกลับด้าน จุดประสงค์เพื่อลดปัญหานักเรียนที่พลาดโอกาสเรียนในห้องเรียนนั่นเอง เรียกกันว่า การเรียนแบบ Flipped Classroom เป็น Concept หนึ่งของการเรียนในห้องเรียน ซึ่งมีความน่าสนใจต่อการนำมาปรับใช้กับห้องเรียนของเราในรูปแบบออนไลน์

Flipped Classroom รูปแบบการเรียนเป็นอย่างไร
          เดิมทีแนวคิดเรื่อง Flipped Classroom เป็นการผสมผสานกันระหว่าง E-learning และห้องเรียนจริง แต่เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันจึงปรับมาใช้กับห้องเรียนออนไลน์ที่นำรูปแบบห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual classroom) มาใช้ทดแทน เราจะมาทำความเข้าใจ Concept ของการเรียน 2 รูปแบบนี้กันก่อนว่า การเรียนแบบ E-learning และการเรียนแบบห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom) ทำอย่างไร แล้วทั้งสองอย่างนั้นผสมผสานกันจนกลายเป็นการเรียนแบบ Flipped Classroom ที่ตอบโจทย์ยุคปัจจุบันได้อย่างไร

การเรียนแบบ E-learning
          E-learning คือ การเรียนรู้ผ่านตัวกลางที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีประโยชน์อย่างมากในเรื่องการช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่เรียน ผู้สอนสามารถนำเสนอไอเดียการเรียนรู้ได้หลากหลายรูปแบบ และผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในเรื่องที่ตนเองต้องการได้ จัดตารางเวลาเรียนได้เองว่าจะเรียนเวลาใด หรือเรียนที่ไหนก็ได้ตามสะดวก รวมถึงสามารถทบทวนบทเรียนได้ทุกเมื่อ

การเรียนแบบห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual classroom)
          Virtual classroom เป็นการเรียนที่มีคุณลักษณะเฉพาะที่เน้นการใช้เทคโนโลยี (Technology-Based) เป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนและปฏิบัติ ซึ่งแตกต่างจากการเรียนการสอนแบบปกติ โดยอาจใช้หลักการอออกแบบการเรียนการสอนแบบห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual classroom) 10 ขั้นตอนของ Hsu, Hamza, and Alhalabi (1999) แห่งมหาวิทยาลัย Florida Atlantic University รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 ประเมินความต้องการและเงื่อนไขจำเป็นต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ห้องเรียนเสมือนจริง (Assess the needs and the necessary conditions to satisfy them)
  • ขั้นตอนที่ 2 กำหนดกรอบการพัฒนาให้ชัดเจน ทั้งด้านงบประมาณ สื่อ และวิธีปฏิบัติ (Estimate the development cost, effort, and implication)
  • ขั้นตอนที่ 3 วางแผนสร้างนวัตกรรมห้องเรียนเสมือนจริง (Plan the virtual classroom)
  • ขั้นตอนที่ 4 ออกแบบเชิงโครงสร้างห้องเรียนเสมือนจริง (Design the virtual classroom)
  • ขั้นตอนที่ 5 เตรียมการปรับเนื้อหาสำหรับใช้สอน (Prepare and distribute contents)
  • ขั้นตอนที่ 6 สร้างระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Enabler communication)
  • ขั้นตอนที่ 7 วางแผนปฏิบัติการสอนแบบออนไลน์ รวมทั้งวิธีการวัดและประเมินผลผู้เรียนให้ชัดเจน (Implement online student assessment method)
  • ขั้นตอนที่ 8 วางแผนปฏิบัติการด้านกระบวนการจัดการชั้นเรียน (Implement class management procedures)
  • ขั้นตอนที่ 9 จัดเตรียมระบบการเรียนการสอนแบบห้องเรียนเสมือนจริง (Set up the system)
  • ขั้นตอนที่ 10 ปรับปรุงและพัฒนาระบบห้องเรียนเสมือนจริงให้พัฒนาต่อเนื่อง (Maintain and update the virtual classroom)

การเรียนทั้ง 2 รูปแบบผสมผสานเป็น Flipped Classroom มีแนวคิดอย่างไร
แนวคิด Flipped Classroom คือการให้นักเรียนศึกษาคลิปวิดีโอของบทเรียนนั้น ๆ ด้วยตนเองมาล่วงหน้า ผ่านระบบ E-learning ที่คุณครูได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นคุณครูจะเปิดห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom) แบบ Live ผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้โปรแกรมที่ช่วยให้เกิดการเรียนแบบ Real Time ไม่ว่าจะเป็น Zoom, Google meet, Line ให้คุณครูพิจารณาจาก 10 ขั้นตอนข้างต้นที่แนะนำไปแล้ว เห็นสมควรว่าจะใช้ช่องทางใดให้นักเรียนเข้าเรียนได้สะดวกที่สุด กิจกรรมในห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual classroom) จะเป็นการพูดคุยถกเถียงเนื้อหาที่นักเรียนได้ศึกษาผ่านระบบ E-learning และเฉลยการบ้านแบบฝึกหัด รวมถึงตอบข้อสงสัยให้นักเรียน ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนทบทวนบทเรียนได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น มีประโยชน์อย่างมากในช่วงใกล้สอบหรือเก็บคะแนนงาน

9 ขั้นตอน จัดการเรียนการสอนแบบ Flipped Classroom
การเตรียมการสอนในระบบ E-learning

  • ขั้นตอนที่ 1 วางแผนการจัดการเรียนการสอน โดยออกแบบแผนการสอนตามเนื้อหาที่ต้องการสอน
  • ขั้นตอนที่ 2 บันทึกวิดีโอการสอน โดยตรวจสอบรายละเอียดเนื้อหาในคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ให้ครบองค์ประกอบตามแผนการสอนข้างต้น
  • ขั้นตอนที่ 3 เผยแพร่ในแหล่งเรียนรู้ที่ผู้เรียนเข้าถึงได้ พร้อมเขียนอธิบายเนื้อหาในวิดีโอดังกล่าว และสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในห้องเรียนเสมือนจริง การสอนแบบ Live ในห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual classroom)
  • ขั้นตอนที่ 4 เตรียมการทบทวนบทเรียนให้ผู้เรียน เพิ่มเติมจากคลิปวิดีโอที่ให้ศึกษามาก่อน
  • ขั้นตอนที่ 5 ให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแบ่งกลุ่มทำงานในหัวข้อที่คุณครูได้มอบหมายไว้
  • ขั้นตอนที่ 6 ให้ผู้เรียนแต่ละคนเสนอความคิดเห็นจากการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ และซักถามข้อสงสัย หลังจบการเรียนการสอน
  • ขั้นตอนที่ 7 คุณครูทำการตรวจการบ้านที่นักเรียนส่งมา
  • ขั้นตอนที่ 8 คุณครูดูจุดบกพร่องและจุดที่ต้องแก้ไขของการบ้าน
  • ขั้นตอนที่ 9 คุณครูให้นักเรียนส่งการบ้านที่ปรับแก้แล้วกลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อประเมินผลว่านักเรียนมีความเข้าใจในสิ่งที่ครูชี้แนะเพิ่มขึ้น

การสอนแบบกลับด้านมีประโยชน์อย่างไร
การสอนแบบ Flipped Classroom ช่วยให้คุณครูประหยัดเวลาในการสอนและการทบทวนบทเรียนให้นักเรียน เมื่อระยะเวลาในการจัดการเรียนการสอนมีจำกัด การให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาด้วยตัวเองจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมและสามารถใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์กับการทบทวนเนื้อหาที่สำคัญและข้อสงสัยของนักเรียนได้ นอกจากนั้น ยังทำให้คุณครูและนักเรียนมีเวลาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำกิจกรรมภายในห้องเรียนร่วมกันได้มากขึ้นอีกด้วย

หวังว่าการจัดการเรียนการสอนแบบกลับด้าน จะช่วยตอบโจทย์คุณครูและนักเรียนของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการเวลาสอนและเวลาเรียนได้ง่ายขึ้น รวมถึงการใช้ประโยชน์จากการเรียนแบบ Live ในห้องเรียนออนไลน์ได้ดีและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น 

แหล่งอ้างอิง

ที่มา ; educa

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) ซึ่งพัฒนาโดย Aaron Sams และ Jonathan Bergmann เพื่อลดปัญหาการพลาดโอกาสเรียนของผู้เรียน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เวลาในชั้นเรียน โดยแนวคิดนี้ผสมผสานการเรียนรู้แบบ E-learning กับห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom)

E-learning เป็นการเรียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ผู้เรียนสามารถเรียนซ้ำและจัดการเวลาได้เอง ส่วน Virtual Classroom เป็นการเรียนออนไลน์แบบเรียลไทม์ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน มีการออกแบบระบบตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ การวางแผน การจัดการเรียนการสอน การสื่อสาร การวัดประเมินผล และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Flipped Classroom คือการให้นักเรียนเรียนเนื้อหาล่วงหน้าผ่านวิดีโอ E-learning จากนั้นใช้เวลาในห้องเรียนออนไลน์เพื่ออภิปราย ถกเถียง ตอบคำถาม และทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ผู้เรียนเข้าใจลึกขึ้นและแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วยการวางแผน บันทึกและเผยแพร่วิดีโอ การจัดกิจกรรมออนไลน์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การตรวจงานและปรับปรุงงาน

ประโยชน์สำคัญคือช่วยประหยัดเวลา เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และทำให้ครูสามารถใช้เวลาในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาทักษะเชิงลึกของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดหลักของ Flipped Classroom คือข้อใด
ก. ครูสอนในห้องเรียนทั้งหมดแล้วให้การบ้าน
ข. นักเรียนเรียนเนื้อหาล่วงหน้าและมาใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรม
ค. เรียนผ่านตำราเรียนเท่านั้น
ง. ลดการใช้เทคโนโลยีในการเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: Flipped Classroom ให้ผู้เรียนศึกษาล่วงหน้าผ่านสื่อ แล้วใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรมเชิงลึก

ข้อ 2

ข้อใดเป็นจุดเด่นของ E-learning
ก. ต้องเรียนพร้อมกันในห้องเรียน
ข. จำกัดเวลาเรียนตายตัว
ค. เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
ง. ไม่สามารถทบทวนบทเรียนได้

เฉลย: ค
เหตุผล: E-learning ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ผู้เรียนเรียนซ้ำได้

ข้อ 3

Virtual Classroom แตกต่างจากการเรียนปกติอย่างไร
ก. ไม่ใช้เทคโนโลยี
ข. ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานในการเรียนการสอน
ค. ไม่มีการประเมินผล
ง. เรียนเฉพาะรายบุคคล

เฉลย: ข
เหตุผล: Virtual Classroom เน้นการใช้เทคโนโลยีและระบบออนไลน์

ข้อ 4

ขั้นตอนแรกของการออกแบบ Virtual Classroom คือข้อใด
ก. สร้างระบบ
ข. ประเมินความต้องการ
ค. เผยแพร่เนื้อหา
ง. ตรวจงานนักเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการและเงื่อนไขก่อนออกแบบระบบ

ข้อ 5

บทบาทของครูใน Flipped Classroom คือข้อใดเหมาะสมที่สุด
ก. ผู้บรรยายหลักตลอดเวลา
ข. ผู้ควบคุมการสอบเท่านั้น
ค. ผู้อำนวยความสะดวกและผู้โค้ช
ง. ผู้ให้คะแนนอย่างเดียว

เฉลย: ค
เหตุผล: ครูทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึก

ข้อ 6

ข้อใดเป็นกิจกรรมหลักในห้องเรียนออนไลน์ (Virtual Classroom)
ก. อ่านหนังสือคนเดียว
ข. อภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ค. ดูวิดีโออย่างเดียว
ง. ทำแบบทดสอบเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการมีส่วนร่วม ถกเถียง และแก้ปัญหาร่วมกัน

ข้อ 7

ข้อใดเป็นประโยชน์ของ Flipped Classroom
ก. เพิ่มภาระครู
ข. ลดเวลาเรียนทั้งหมด
ค. เพิ่มเวลาอภิปรายในชั้นเรียน
ง. ลดการใช้สื่อการสอน

เฉลย: ค
เหตุผล: ทำให้มีเวลาในชั้นเรียนเพื่อทำกิจกรรมและอภิปรายมากขึ้น

ข้อ 8

การให้ผู้เรียนดูวิดีโอก่อนเรียนมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก. ลดการสอบ
ข. เตรียมความรู้พื้นฐานก่อนเข้าชั้นเรียน
ค. แทนครูทั้งหมด
ง. ลดการบ้าน

เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อให้ผู้เรียนมีพื้นฐานก่อนเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน

ข้อ 9

ขั้นตอนใดสะท้อนการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนมากที่สุด
ก. ตรวจงานแล้วจบ
ข. ส่งคะแนนทันที
ค. ตรวจงานและให้แก้ไขส่งใหม่
ง. ไม่ต้องประเมิน

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการปรับปรุงงานและพัฒนาการเรียนรู้ต่อเนื่อง

ข้อ 10

หัวใจสำคัญของ Flipped Classroom คือข้อใด
ก. การท่องจำ
ข. การบรรยายของครู
ค. การใช้เวลาในชั้นเรียนเพื่อคิดวิเคราะห์และปฏิบัติ
ง. การสอบปลายภาค

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการใช้เวลาในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาทักษะขั้นสูง เช่น วิเคราะห์และแก้ปัญหา

 
 

ความเห็นของผู้ชม