
มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เห็นชอบแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ดังนี้
แนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
กรอบและแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565
ก.พ.ร.ในการประชุมครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ได้มีมติเห็นชอบใน 2 ประเด็นที่สำคัญสรุปได้ ดังนี้
1. การประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19
เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของส่วนราชการและจังหวัด ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการและจังหวัดในภาวะวิกฤตมีการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลกระทบ ก.พ.ร. จึงกำหนดให้มีการติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของส่วนราชการและจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 [ซึ่งเป็นการปรับแนวทางไปจากเดิมที่คณะรัฐมนตรีได้เคยมีมตีให้ความเห็นชอบไว้ (มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 15 กันยายน 2563)] โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1.1 ให้ส่วนราชการและจังหวัดรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดต่อสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อใช้ในการติดตาม (Monitoring) แต่จะไม่นำผลไปจัดประเภทตามเกณฑ์การประเมินในระดับคุณภาพ ระดับมาตรฐาน และระดับต้องปรับปรุง
1.2 ให้ส่วนราชการและจังหวัดถอดบทเรียนการบริหารจัดการผลกระทบและการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานในการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่องส่งสำนักงาน ก.พ.ร.
1.3 ให้สำนักงาน ก.พ.ร. สรุปบทเรียนการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมของส่วนราชการและจังหวัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานและการให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพหากเกิดภาวะวิกฤตในอนาคต
2. กรอบและแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้


ที่มา ; ศธ 360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เห็นชอบแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ สำหรับปีงบประมาณ 2564 และ 2565 โดยปี 2564 ได้ปรับแนวทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ จึงมุ่งเน้น “การติดตามผล (Monitoring)” มากกว่าการจัดระดับผลการประเมิน กล่าวคือ ให้หน่วยงานรายงานผลตามตัวชี้วัดเพื่อใช้ติดตาม แต่ไม่นำไปจัดอันดับคุณภาพ พร้อมทั้งให้ถอดบทเรียนการบริหารจัดการผลกระทบ ปัญหา และแนวทางแก้ไขในการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง แล้วส่งให้สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อรวบรวมเป็นองค์ความรู้เชิงระบบ
ในภาพรวม แนวทางนี้มุ่งเสริมความยืดหยุ่นในการบริหารราชการในภาวะวิกฤต ลดแรงกดดันจากการประเมินเชิงจัดอันดับ และเน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง เพื่อนำไปพัฒนาแนวทางบริหารงานและบริการสาธารณะให้มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือวิกฤตในอนาคต
ข้อ 1 แนวคิดหลักของการประเมินปี 2564 คือข้อใด
ก. เน้นการแข่งขันระหว่างหน่วยงาน
ข. เน้นการจัดอันดับผลการดำเนินงาน
ค. เน้นการติดตามผลและเรียนรู้จากวิกฤต
ง. เน้นการลงโทษหน่วยงานที่ทำงานล่าช้า
ข้อ 2 เหตุผลสำคัญที่ต้องปรับแนวทางการประเมินคืออะไร
ก. งบประมาณลดลง
ข. เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง
ค. การแพร่ระบาดของ COVID-19
ง. การเปลี่ยนรัฐบาล
ข้อ 3 การรายงานตัวชี้วัดในปี 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก. จัดอันดับ
ข. ตัดงบประมาณ
ค. ติดตามผลการดำเนินงาน
ง. ประเมินเงินเดือน
ข้อ 4 สิ่งใด “ไม่ใช่” แนวทางปี 2564
ก. รายงานผลตัวชี้วัด
ข. ถอดบทเรียน
ค. จัดระดับคุณภาพ
ง. สรุปภาพรวมโดย ก.พ.ร.
ข้อ 5 การถอดบทเรียนมีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. หาคนผิด
ข. สร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนา
ค. ลดภาระงาน
ง. เพิ่มการแข่งขัน
ข้อ 6 บทบาทของ ก.พ.ร. คือข้อใด
ก. ตรวจสอบลงโทษ
ข. สรุปบทเรียนภาพรวม
ค. จัดสรรงบประมาณ
ง. แต่งตั้งผู้บริหาร
ข้อ 7 หากหน่วยงานต้องบริหารในวิกฤต ควรใช้แนวทางใด
ก. ยึดเกณฑ์เดิมทุกประการ
ข. ลดงานทั้งหมด
ค. ปรับตัวและเรียนรู้จากสถานการณ์
ง. รอคำสั่งอย่างเดียว
ข้อ 8 แนวทางนี้ช่วยพัฒนาองค์กรอย่างไร
ก. เพิ่มเอกสาร
ข. ลดความโปร่งใส
ค. สร้างการเรียนรู้เชิงระบบ
ง. เพิ่มการแข่งขัน
ข้อ 9 จุดเด่นของการไม่จัดอันดับคืออะไร
ก. ลดแรงกดดัน
ข. เพิ่มการลงโทษ
ค. เพิ่มความขัดแย้ง
ง. ลดความรับผิดชอบ
ข้อ 10 แนวทางปี 2564 ส่งผลต่ออนาคตอย่างไร
ก. ทำให้ระบบล้าหลัง
ข. เพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น
ค. เตรียมพร้อมรับวิกฤตในอนาคต
ง. ลดคุณภาพบริการ
คลิกเฉลย >>>