สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษา หยุดเอาการศึกษาในอดีตมาบงการเด็ก

เวลา 15.50 น. วันที่ 17 กันยายน ที่รัฐสภา ในการพิจาณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ซึ่งมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธานการประชุม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า การศึกษายุคปัจจุบันต้องไม่ใช่กะบวนการที่จะสร้างใครให้เป็นแรงงานเพื่อไปรับใช้ใครอีกต่อไป ยุคนี้เขาเลิกถามกันแล้วว่าโตขึ้นอยากขึ้นอะไร เพราะเราไม่รู้ว่าอีก 10-20 ปี ข้างหน้า อาชีพที่มีอยู่ในปัจจุบันจะยังคงมีอยู่ไหม จะเกิดอาชีพใหม่ๆอะไรขึ้นบ้าง 

การศึกษาจึงไม่ใช่การเอาโจทย์ในอดีตมาบงการคนที่เกิดทีหลัง ว่าโตขึ้นไปต้องเป็นอะไร เพราะแบบนี้ไม่ใช่ระบบการศึกษา แต่เป็นกระบวนกาผลิตก้อนอิฐที่หายใจได้ เพื่อนำไปก่อเป็นกำแพงที่ทานกระแสโลก ซึ่งทานอย่างไรก็ทานไม่สำเร็จ ทั้งนี้ สิ่งที่สังคมอยากเห็นใน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับนี้ คือ เราต้องเห็นการศึกษาที่เป็นกลไกในการพัฒนาคน การศึกษาไม่ควรเป็นระบบแพ้คัดออก ที่เป็นการสร้างเงื่อนไขในการจำกัดโอกาสในการเรียนของคนที่อยากเรียน ประเทศของเราเป็นประเทศกำลังพัฒนา มีช่องว่าง และโอกาสในการพัฒนาอยู่เต็มไปหมด แล้วเราจะมาจำกัดโอกาสในการพัฒนาคนไปเพื่ออะไร นี่เท่ากับระบบการศึกษาแทนที่จะเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศ กลับกลายเป็นตุ้มถ่วงฉุดรั้งการพัฒนา เราอยากเห็นการศึกษาที่โอบรัดความแตกต่างหลากหลาย เราอยากเห็นการกระจายอำนาจให้กับโรงเรียน โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ แต่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ กลับจับจดอยู่ที่การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ทำไมต้องพยายามเอากะลามาครอบประเทศนี้ให้ได้ เราอยากเห็นการศึกษาที่เข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน เพื่อให้ทุกคนสามารถพัฒนาตนเองเต็มกำลังศักยภาพของตน เราอยากเห็นการศึกษาที่โอบรับเด็กพิเศษ และเด็กกำพร้าทุกคน 

เด็กทุกคนเติบโตขึ้นทุกวัน แล้วท้ายที่สุดเขาก็จะกลายเป็นพลเมืองของประเทศนี้ เราอยากเห็นการศึกษาที่มุ่งพัฒนาเด็ก ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะอยู่ในรั้ว หรือนอกรั้วโรงเรียน เราอยากเห็นการศึกษาที่ให้เด็กไทยมีความคิดสร้างสรรค์ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีความยืดหยุ่นเพียงพอหรือไม่ สามารถลดเวลาเรียน การตะบี้ตะบันสอบ แล้วคืนเวลาให้เด็กไปเรียนรู้สิ่งที่เป็นอนาคตหรือไม่ 

ปัญหาการศึกษาในวันนี้ไม่ใช่อยู่เพียงแค่ที่นโยบาย ถ้าเด็กในประเทศเรายังขาดทุพโภชนาการ ห้องน้ำยังขาดความสะอาด รถโรงเรียนขาดความปลอดภัย ข่าวนักเรียนถูกไฟดูดตาย ขาดน้ำดื่มสะอาด ต่อมให้เราปรับหลักสูตรผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาก็ไม่เกิด เราอยากเห็นการศึกษาที่มุ่งสร้างความปลอดภัยทั้งกาย และใจให้กับเด็ก เราอยากเห็นการศึกษาที่ให้ความสำคัญต่อสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียมทางเพศ ฯลฯ สุดท้าย สิ่งที่เราอยากเห็นทั้งหมดนี้ เรายังไม่ได้เห็นอย่างชัดเจนในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ตนจึงไม่อาจยอมรับร่างพ.ร.บ.การศึกษาฉบับนี้ได้ 

ปรากฎการณ์ทางสังคมทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นปรากฎการขูดหวย รวยเบอร์ โรยแป้ง ขูดต้นตะเคียนหาหวย ปรากฎการณ์บังไฟพญานาค ที่จริงๆแล้วรัฐบาลสามารถสร้างความกระจ่างให้กับสังคมได้ การศึกษาในไทยสามารถมีข้อพิสูจน์ แต่ก็ยังปล่อยให้สังคมมีความเข้าใจที่คาดเคลื่อนกันทั้งๆที่มีศักยภาพจะหาความจริงได้ แต่ไม่ทำ ไม่ว่าจะเป็นหาการทรงเจ้าเขาผี ปัญหาการจัดรายการที่เกินจริง เช่น ครีมหน้าใส ภายใน 7 วัน หรือยารักษาโรคมะเร็งได้ภายใน 7 วัน ก็ยังไม่มีการแก้ไข ดังนั้นเราจำเป็นพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่ เรามีความจำเป็นจะต้องหยุดการศึกษาที่ให้เยาวชนเน้นแต่ท่องจำค่านิยม 12 ประการ และเรามีความจำเป็นจะต้องให้เยาวชนเน้นความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิพลเมือง และสิทธิมนุษยชนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และให้ตระหนักในความเสมอภาคเทาเทียมของมนุษย์ 

ในภาพกว้างระบบการศึกษาไทยจะไม่ล้มเหลวได้อย่างไร เมื่อเรามีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการบ่อยที่สุดในโลกและ 30 ปีที่ผ่านมา เรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 34 คน หากย้อนไปแค่ 14 ปีที่ผ่านมาเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งหมด 16 คน เฉลี่ยแล้วเป้นรัฐมนตรีคนละ 10 เดือน และรัฐมนตรีที่อยู่ในตำหน่งสั้นที่สุดคืออยู่ในตำแหน่งเพียง 2 เดือนครึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ปัญหาเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องใหหญ่ที่เป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือผู้ปกครอง เราจะอยู่ตัวคนเดียวตามลำพังไม่ได้ ถ้าเราเห็นว่าระบบการศึกษาล้าหลังและล้มเหลว 

เราได้ยินคำว่าปฎิรูปเต็มไปหมด ไม่ว่าจะปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูการศึกษา ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สำหรับดิฉันการศึกษาไม่ใช่เพียงแค่ให้อ่านออกเขียนได้ แต่ต้องสอนให้คิดเลิกท่องจำและปรับปรุงหลักสูตรให้มีความกระชับ มีความยืดหยุ่น บูรณาการเนื้อหาสาระ ที่โลกยุคออนไลน์เด็กสามารถหาได้ แต่การเรียนในห้องเรียนต้องเน้นทักษะการสื่อสาร ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทำงานเป็นทีมเวิร์ค เพื่ออกสู่โลคของการทำงานได้ รวมทั้งทักษะทางอารมณ์ ทักกษะในการฝึกตั้งคำถาม ที่สำคัญต้องเน้นให้รู้จักหน้าที่พลเมือง เพื่อเป็นพลเมืองโลกที่สง่างาม ถ้า คฝ. ปัจจุบันที่ออกมาควบคุมฝูงชน ออกมาสลายม็อบ ถ้ามีการปลูกฝังเรื่องการศึกษา เรื่องสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ ก็คงจะไม่มีปัญาการทำทารุณโหดร้าย ยิ่งประธาน 

คณะกรรมการนโยบายนี้ เป็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดิฉันได้ยินชื่อก็สิ้นหวัง เพราะท่านผู้นี้เป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง รับแต่ความชอบไม่เคยรับผิด และยังมีประวัติเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อยู่ในอำนาจโดยไม่แยแสต่อความสง่างามของการดำรงตำแหน่ง ดิฉันขอให้ทบทวนชื่อประธานคณะกรรมการนโยบายด้วย หาคนที่มีความรู้ความสามารถมากกว่านี้” 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

สรุปสาระสำคัญ 

บทความอภิปรายร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติสะท้อนมุมมองว่าการศึกษายุคใหม่ไม่ควรผลิตคนเป็นแรงงานตามกรอบอาชีพในอดีต เพราะโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและอาชีพในอนาคตไม่แน่นอน การศึกษาควรเป็นกลไกพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างเต็มที่ ไม่ใช่ระบบคัดเลือกหรือตัดโอกาส แต่ควรเปิดพื้นที่ให้ความหลากหลายและความเท่าเทียม ลดการรวมศูนย์อำนาจและเพิ่มบทบาทโรงเรียนในการจัดการตนเอง อีกทั้งต้องลดการสอบและการท่องจำ เพิ่มการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต เช่น การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และทักษะทางอารมณ์

นอกจากนี้ ระบบการศึกษาควรแก้ปัญหาพื้นฐานของผู้เรียน เช่น โภชนาการ ความปลอดภัย สุขอนามัย และสิทธิเด็ก เพราะมีผลโดยตรงต่อคุณภาพการเรียนรู้ ควรส่งเสริมความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน ความเป็นพลเมือง และลดความเชื่อที่ไม่ตั้งอยู่บนเหตุผล รวมทั้งพัฒนาทักษะการตั้งคำถามและการคิดเชิงวิพากษ์ ทั้งยังสะท้อนปัญหาความไม่ต่อเนื่องของนโยบายจากการเปลี่ยนผู้บริหารบ่อย ทำให้การปฏิรูปขาดเสถียรภาพ โดยรวมเห็นว่าร่างกฎหมายยังไม่ตอบโจทย์การพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริง

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนโรงเรียนให้มากขึ้น
ข. การผลิตแรงงานตามความต้องการตลาด
ค. การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างรอบด้าน
ง. การเน้นการสอบแข่งขันเป็นหลัก

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นว่าการศึกษาควรพัฒนาคนทั้งศักยภาพ ไม่ใช่ผลิตแรงงานหรือเน้นสอบ

ข้อ 2

ข้อใดสะท้อนปัญหาการศึกษาเชิงโครงสร้างตามบทความ
ก. นักเรียนไม่สนใจเรียน
ข. การรวมศูนย์อำนาจการบริหาร
ค. ครูสอนไม่ทันเทคโนโลยี
ง. ผู้ปกครองไม่สนับสนุนการเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความวิจารณ์การรวมอำนาจไว้ส่วนกลางมากเกินไป

ข้อ 3

เหตุผลสำคัญที่ควรลดการสอบในระบบการศึกษาคืออะไร
ก. ลดภาระครู
ข. ลดค่าใช้จ่ายรัฐ
ค. เพิ่มเวลาเรียนพิเศษ
ง. ส่งเสริมการเรียนรู้อนาคตและความคิดสร้างสรรค์

เฉลย: ง
เหตุผล: เน้นการเรียนรู้ที่สร้างทักษะอนาคตมากกว่าการสอบ

ข้อ 4

ข้อใดเป็นทักษะสำคัญที่บทความเสนอให้ผู้เรียนพัฒนา
ก. การท่องจำ
ข. การคัดลอกความรู้
ค. การคิดวิเคราะห์และสื่อสาร
ง. การทำข้อสอบเร็ว

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นทักษะคิดวิเคราะห์ สื่อสาร และทำงานร่วมกัน

ข้อ 5

ระบบการศึกษาควรคำนึงถึงสิ่งใดเพิ่มเติมตามบทความ
ก. จำนวนข้อสอบ
ข. ความสะอาดและความปลอดภัยของผู้เรียน
ค. ระยะเวลาเรียน
ง. จำนวนครู

เฉลย: ข
เหตุผล: กล่าวถึงโภชนาการ สุขอนามัย และความปลอดภัย

ข้อ 6

ข้อใดเป็นปัญหาที่ทำให้การปฏิรูปการศึกษาไม่ต่อเนื่อง
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ครูไม่เพียงพอ
ค. การเปลี่ยนผู้บริหารบ่อย
ง. นักเรียนลดลง

เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุว่ารัฐมนตรีเปลี่ยนบ่อยทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง

ข้อ 7

แนวคิด “โรงงานผลิตคน” ในบทความสื่อถึงอะไร
ก. การศึกษาแบบสร้างคนตามความต้องการสังคม
ข. การศึกษาแบบไม่มีคุณภาพ
ค. การศึกษาแบบยืดหยุ่นสูง
ง. การศึกษาแบบเน้นเทคโนโลยี

เฉลย: ก
เหตุผล: หมายถึงระบบผลิตคนตามกรอบ ไม่ยืดหยุ่น

ข้อ 8

ข้อใดเป็นเป้าหมายของการกระจายอำนาจทางการศึกษา
ก. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. ให้โรงเรียนบริหารตามบริบทพื้นที่
ค. ลดจำนวนครู
ง. รวมศูนย์การสอบ

เฉลย: ข
เหตุผล: ให้โรงเรียนจัดการตามบริบทของตนเอง

ข้อ 9

เหตุใดต้องส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในระบบการศึกษา
ก. เพื่อเพิ่มคะแนนสอบ
ข. เพื่อสร้างวินัยเข้มงวด
ค. เพื่อสร้างพลเมืองที่มีความเข้าใจความเท่าเทียม
ง. เพื่อเพิ่มการแข่งขัน

เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งสร้างพลเมืองที่เข้าใจสิทธิและความเท่าเทียม

ข้อ 10

ข้อใดสะท้อนปัญหาสังคมที่บทความเชื่อมโยงกับการศึกษา
ก. ราคาสินค้าแพง
ข. ความเชื่อและความงมงาย
ค. การว่างงาน
ง. การขาดแคลนครู

เฉลย: ข
เหตุผล: กล่าวถึงความงมงาย เช่น หวย พญานาค และข่าวหลอกลวง

ความเห็นของผู้ชม