สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ครูเกาหลีใต้ไร้อำนาจในห้องเรียน ต้องทนทุกข์ถึงฆ่าตัวตาย

สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายลี จู-โฮ รัฐมนตรีศึกษาธิการเกาหลีใต้ ร้องขอครูในประเทศไม่ลางานเพื่อไปเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ในวันจันทร์ พร้อมกับรับปากจะให้ครูมีอำนาจมากขึ้น เชื่อว่าจำเป็นต้องทำเพื่อให้เด็กมีวินัย 

 

นายลี จู-โฮ กล่าวระหว่างการประชุมผู้บริหารการศึกษาที่กรุงโซล ในวันนี้ว่า เขาได้ยินเสียงร้องเรียนเร่งด่วนของครูในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ และได้ตระหนักว่าครูต้องทนทุกข์มากเพียงใด 

กระทรวงศึกษาธิการ ได้พัฒนาแผนอย่างครอบคลุมเพื่อฟื้นฟูและเพิ่มอำนาจทางการศึกษา และกำลังผลักดันกฎหมาย ที่จะแยกการกระทำทางการศึกษาที่ชอบธรรม ออกจากการก่ออาชญากรรมละเมิดเด็ก 

ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ เห็นพ้องกันว่า จะตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นหารือหนทางในการเพิ่มสิทธิของครู ด้วยการทบทวนระเบียบการรายงานเรื่องการละเมิดเด็ก และการใช้ระเบียบดังกล่าวในชั้นเรียน 

ครูในเกาหลีใต้ เตรียมลางานในวันจันทร์ เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมระลึกถึงครูสาววัย 20 ปีเศษ ที่จบชีวิตตัวเองในกรุงโซลเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีครูฆ่าตัวตายอีก 2 คน 

ส่วนเมื่อวันเสาร์ มีครู 200,000 คนทั่วประเทศ เดินทางมาชุมนุมที่กรุงโซล ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เพิ่มการปกป้องสิทธิครู เพราะเชื่อว่าครูที่ฆ่าตัวตายทั้ง 3 คน ถูกผู้ปกครองกดดันมากเกินไป และขอให้แก้ไขมาตราที่กำกวมในกฎหมายสวัสดิภาพเด็ก เนื่องจากเปิดทางให้ครูถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดเด็ก จากการกระทำที่ครูเชื่อว่าจำเป็นต้องทำเพื่อให้เด็กมีวินัย 

เกี่ยวกัน

ครูเกาหลีใต้ ทั้งประเทศชุมนุม ขอสิทธิคุ้มครองการคุกคาม จากผู้ปกครอง – นักเรียน   

รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น ครูจำนวนกว่า 50,000 คน เดินทางเข้ากรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ เพื่อเรียกร้องให้มีการคุ้มครองจากการปฏิบัติหน้าที่ และพูดถึงสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า การคุกคามจากนักเรียน และผู้ปกครอง จนทำให้เพื่อนร่วมอาชีพบางคนต้องตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง 

ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ เตือนว่า การออกมาชุมนุมประท้วงกันร่วมกันของบรรดาครู เพื่อขัดขวางการเรียนการสอน ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และผิดระเบียบทางวินัย 

ด้าน กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ ให้คำมั่นว่า จะป้องกันเหตุการณ์ที่ครูถูกลงโทษจากกิจกรรมการศึกษาที่ชอบด้วยกฎหมาย และปรับปรุงการสื่อสารระหว่างครูกับผู้ปกครอง 

อย่างไรก็ตาม การที่ครูนับหมื่นนัดหมายครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องการคุ้มครองที่ดีขึ้น เนื่องจากมักถูกรังควานโดยพ่อแม่ที่เอาแต่ใจ โทรหาในลักษณะกลั่นแกล้งกดดันจนทนไม่ไหวตลอดทั้งวันและไม่เว้นแม้วันสุดสัปดาห์  

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า ครูชาวเกาหลีใต้รายหนึ่ง ฆ่าตัวตายในโรงเรียนประถมศึกษา เนื่องจากแสดงความกังวล หลังถูกผู้ปกครองร้องเรียนว่า มีการโต้เถียงกับนักเรียน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน ครูโรงเรียนประถมรายหนึ่ง วัย 23 ปี บรรยายถึงความกลัวที่ครอบงำร่างกายของเธอในไดอารี่ ขณะที่เข้าไปในห้องเรียนเพื่อสอนว่า "หัวใจของฉันรู้สึกแน่นไปหมด เหมือนกำลังจะร่วงลงไปที่ไหนสักแห่ง ฉันไม่รู้เคว้งคว้างมึนไปหมดจนไม่อยากสอน " 

หลังจากนั้นอีกสองสัปดาห์ต่อมา เพื่อนร่วมงานพบเธอเสียชีวิตในตู้เก็บของในห้องเรียน ส่งผลให้เกิดกระแสความโกรธแค้น เศร้าเสียใจ จากครูโรงเรียนประถมทั่วประเทศ 

ยิ่งเศร้าไปกว่านั้น คือ ที่อพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ของเธอ มีแต่ปลาทองและกองภาพวาดจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เธอหอบมาวางเรียงบนโต๊ะ คงไม่ต้องบรรยายว่าเธอมีความรักผูกพันกับนักเรียนตัวน้อย ๆ มากแค่ไหน ส่วนด้านล่างเป็นกองหนังสือเกี่ยวกับวิธีรับมือกับภาวะเครียดกับการซึมเศร้าหลายเล่ม 

ลูกพี่ลูกน้องของเธอบอกเล่าด้วยความนำ้ตาถึงความฝันในวัยเด็กของเธอ ด้วยการรักการทำงานแบบเดียวกับแม่ของเธอเพราะชื่นชอบเด็ก ๆ และ สอนหนังสือมาได้ปีเศษแล้ว แต่ในที่สุดเมื่อหลายเดือนก่อนที่เธอจะฆ่าตัวตาย ถูกพ่อแม่เด็กลูกศิษย์คนหนึ่งที่ใช้ดินสอฟาดหัวเด็กอีกคน โทรและส่งข้อความที่เต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรงมาถึง 

ครูสาววัย 28 ปี อีกคนกล่าวว่า เธอเคยเผชิญกับความคิดฆ่าตัวตาย และต้องหยุดงานถึง 3 เดือน หลังจากทางโรงเรียนบังคับให้เธอขอโทษนักเรียนที่มีพฤติกรรมก่อกวน เมื่อเธอสั่งให้นักเรียนใช้เวลาห้านาทีไปรวบรวมความคิดในห้องน้ำ และอีกกรณีหนึ่งเธอได้รายงานถึงพฤติกรรมเด็กคนหนึ่งที่ทะเลาะกับเพื่อนให้พ่อแม่เด็กรับทราบ จากสองเหตุการณ์ดังกล่าว เธอมาถึงจุดที่ทำให้เกิดความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวังอย่างมาก 

ครูอีกคนหนึ่งบอกว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เราสามารถส่งนักเรียนที่แสดงพฤติกรรมก่อกวนออกไปข้างนอกหรือหลังห้องได้ แต่พ่อแม่ก็เริ่มฟ้องร้องฐานล่วงละเมิดเด็ก และยืนยันว่าพฤติกรรมของผู้ปกครองที่มีความร่ำรวย แย่กว่ามาก 

กล่าวอย่ารันทดด้วยว่า ในช่วง 10 ปีชีวิตการเป็นครู ลาป่วยแค่สองครั้งเพื่อรับมือกับภาวะซึมเศร้าและอาการเครียดที่เกิดจากพ่อแม่และนักเรียน  

แม้ว่า ลี จูโฮ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของเกาหลีใต้ ระบุว่า "จำนวนรายงานการคุกคามเด็กที่ไม่มีการแยกแยะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีการให้ความสำคัญกับสิทธิของเด็กมากจนเกินไป ในขณะที่สิทธิของครูไม่ได้รับความเคารพ จะป้องกันไม่ให้ครูถูกลงโทษจากการทำหน้าที่โดยชอบ" 

พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่า จะทำให้โรงเรียนกลับคืนสู่สิ่งที่ควรจะเป็น และพัฒนาการสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครอง อีกทั้งมีการตั้งคณะทำงานเพื่อประกันสิทธิของครู   

แต่ถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีการประกาศกรอบเวลาการดำเนินงานของคณะทำงานดังกล่าว 

และเหตุการณ์จากครูเกาหลีใต้ทั้งประเทศออกมาชุมนุมเรียกร้องขอสิทธิคุ้มครอง จากการคุกคามจากผู้ปกครอง – นักเรียน - และนักการเมือง ในวันนี้ อย่าเพิ่งชะล่าใจว่า จะไม่มีวันเกิดขึ้นในประเทศไทย 

หากครูไทยเกิดกบฎโดยสลับมุมคิด ที่ว่า  "ถ้าครูไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงและมีมาตรการกับนักเรียนที่มีปัญหา จะส่งผลให้คนอื่น ๆ ในสังคมชาติ ได้รับผลกระทบในทางลบเช่นเดียวกัน"  

ที่มา ; EDUNEWSSIAM

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น