สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M347_เร่งคลอด 245 อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ให้ทันวันดีเดย์ 6 ก.พ. 66

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของศธ. ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้ว และมีผลให้อํานาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปเป็นของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่ ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้กำหนดให้ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา) ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ศธ.เตรียมการรองรับ พ.ร.บ.ฉบับนี้มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าให้ให้เป็นไปตามกฎหมาย และดำเนินการให้มี อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา รวม 245 เขตพื้นที่ฯ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 โดยที่ผ่านมาทางสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ยกร่างจำนวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการประชาพิจารณ์ สอบถามความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ.พิจารณา ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการก.ค.ศ. เห็นชอบหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ก็สามารถดำเนินการสรรหาเพื่อให้มีอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ ทำหน้าที่บริหารงานบุคคลได้ทันที

ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เตรียมดำเนินการถ่ายโอนภารกิจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลไปยังเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมทั้งให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทุกเขตเตรียมการรองรับ โดยจัดเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและอบรมให้มีความรู้ เพื่อให้ช่วงรอยต่อการถ่ายโอนการบริหารงานบุคคลไม่มีปัญหา ส่วนการบริหารงานบุคคลในระหว่างนี้ มาตรา 11 ของพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ระบุไว้ว่าการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งของ กศจ. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล ซึ่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนดไว้ให้เป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ค้างการดำเนินการอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19 /2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของศธ. ลงวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2560 จนกว่าจะมี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ตามพระราชบัญญัตินี้” น.ส.ตรีนุช กล่าว

นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ก.ค.ศ. เตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าว ทั้งการปรับแก้หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางานหรือเกณฑ์ PA ที่เพิ่งประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม รวมถึงยกร่างจำนวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ โดย ก.ค.ศ. พยายามรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ร่างองค์ประกอบดังกล่าวมีความเป็นธรรม โดยองค์ประกอบของอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ

ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะมีคณะกรรมการทั้งหมด 11 ราย ประกอบด้วย

-ประธาน

-ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ เป็นเลขานุการโดยตำแหน่ง

-ไตรภาคี 3 ส่วน (9คน)คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ราย ผู้แทนส่วนราชการ 3 ราย และผู้แทนครู 3 ราย

เพื่อให้การบริหารงานบุคคลของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ โดยคาดว่า จะสามารถเสนอร่างดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ. พิจารณาได้ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นเขตพื้นที่ฯ สามารถดำเนินการสรรหาอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯได้ทันที คิดว่าจะสามารถสรรหาอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯได้ทันภายใน 90 วันหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ 

ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขระเบียบ ข้อบังคับ อื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายฉบับนี้นั้น ก.ค.ศ. ดำเนินการมาโดยตลอด โดยมาระเบียบ และข้อบังคับที่ต้องปรับแก้ รวม ประมาณ 160 ฉบับ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่คำสั่งคสช.มีผลบังคับใช้ ซึ่งก.ค.ศ. พยายามจะปรับแก้ให้แวเสร็จโดยเร็วที่สุด” นายประวิต กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนสถานการณ์การปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงานบุคคลทางการศึกษาในระดับพื้นที่ ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ซึ่งมีผลให้การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ถูกถ่ายโอนอำนาจจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่ (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่) ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ภายในกรอบเวลา 90 วัน

หลักการสำคัญคือการกระจายอำนาจ ลดความซ้ำซ้อน และสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ในการบริหารงานบุคคล โดยให้เขตพื้นที่การศึกษามีบทบาทตรงตามภารกิจมากขึ้น แนวคิดสำคัญมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมเชิงระบบ ทั้งด้านกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในช่วงรอยต่อการถ่ายโอนภารกิจ 

แนวปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ให้ครบทุกเขต การกำหนดองค์ประกอบแบบไตรภาคี การรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้องกว่า 160 ฉบับ เพื่อให้การบริหารงานบุคคลสอดคล้องกับบริบทพื้นที่และสนับสนุนคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน 

ข้อสอบ

ข้อ 1 สาระสำคัญที่สุดของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนหน่วยงานกำกับการศึกษาในภูมิภาค
ข. รวมศูนย์อำนาจการบริหารงานบุคคลไว้ที่ส่วนกลาง
ค. ถ่ายโอนอำนาจบริหารงานบุคคลให้เขตพื้นที่การศึกษา
ง. ยกเลิกบทบาทของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั้งหมด

ข้อ 2 เหตุใดจึงกำหนดให้มีบทเฉพาะกาลรองรับการดำเนินงานของ กศจ.
ก. เพื่อชะลอการบังคับใช้กฎหมาย
ข. เพื่อป้องกันสุญญากาศทางอำนาจในช่วงรอยต่อ
ค. เพื่อเปิดโอกาสให้แก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม
ง. เพื่อให้ ศธจ. กลับมาบริหารงานบุคคล

ข้อ 3 โครงสร้างแบบ “ไตรภาคี” ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ สะท้อนหลักการใดมากที่สุด
ก. ความรวดเร็วในการตัดสินใจ
ข. การรวมอำนาจเชิงวิชาชีพ
ค. ความมีส่วนร่วมและการถ่วงดุล
ง. การบริหารแบบสายบังคับบัญชา

ข้อ 4 หากสถานศึกษาในพื้นที่ประสบปัญหาความล่าช้าในการแต่งตั้งโยกย้ายครู ช่วงรอยต่อควรใช้แนวทางใด
ก. ระงับการดำเนินการทั้งหมด
ข. ใช้อำนาจของ กศจ. ตามบทเฉพาะกาล
ค. รอการตีความจากศาลปกครอง
ง. ให้โรงเรียนตัดสินใจเอง

ข้อ 5 บทบาทใหม่ของเขตพื้นที่การศึกษาหลังการถ่ายโอนอำนาจ ควรมุ่งเน้นสิ่งใด
ก. การควบคุมเชิงอำนาจ
ข. การบริหารงานบุคคลเชิงบริบทและคุณภาพ
ค. การลดภาระงานครูเท่านั้น
ง. การเพิ่มระเบียบและขั้นตอน
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น