
นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการพัฒนากลไกการบริหารและการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่ออกแบบกลไกการบริหารและการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ภาคกลาง
ปลัด ศธ. กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครมีภูมิสังคมด้านอุตสาหกรรม ประมง และการเกษตร ควรเร่งพัฒนาทักษะฝีมือโดยการพัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับการศึกษา และส่งต่อสายอาชีพ และการมีงานทำที่มั่นคง
ทั้งนี้ เห็นว่าควรผลักดันให้แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผนระดับ 2 เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศผ่านกลไกทางการศึกษาสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด รวมทั้งบูรณาการกับเสาหลักเศรษฐกิจในภูมิภาค และเสาหลักการศึกษาในพื้นที่ เพื่อให้ทราบถึงคุณสมบัติและจำนวนของแรงงานที่ต้องการในแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนาและผลิตแรงงานที่มีคุณภาพ และทักษะฝีมือสูง และสามารถกระจายแรงงานไปยังพื้นที่ต่างๆ
สำหรับแนวทางพัฒนาและผลิตแรงงานที่มีคุณภาพ และทักษะฝีมือสูง ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์และปฐมวัย ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ช่วงวัยแรงงาน และช่วงวัยผู้สูงอายุ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่สร้างและส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิด Memory Skill อันได้แก่ ทักษะต่างๆ ที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต รวมถึงส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning พร้อมกับการบูรณาการให้เข้ากับบทเรียน
โดยสอดแทรกด้านศาสนาในบทเรียนแต่ละช่วงวัย รวมถึงส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามบริบทของวัฒนธรรมองค์กร และสังคม และดูแลตนเองให้มีสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อให้พร้อมต่อการศึกษาเรียนรู้ และนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพต่อไป นำไปสู่การเป็นประชากรที่สามารถ “เรียนในสิ่งที่ชอบ ทำงานในสิ่งที่ใช่ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” ต่อไป
“อรรถพล สังขวาสี” ปลัด ศธ. นำทัพขับเคลื่อนการบริหารและการจัดการศึกษาแบบร่วมมือ ด้วยกลไกการบริหารและการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการ

ที่มา : ศธ 360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อนสถานการณ์การปฏิรูปการบริหารและจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นการเชื่อมโยงการศึกษากับบริบทเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างอาชีพของพื้นที่ เช่น จังหวัดสมุทรสาครที่มีฐานอุตสาหกรรม ประมง และเกษตร หลักการสำคัญคือ “การบริหารการศึกษาแบบร่วมมือและตอบโจทย์พื้นที่” ผ่านกลไกระดับพื้นที่ และการยกระดับแผนการศึกษาแห่งชาติให้เป็นแผนระดับ 2 เพื่อให้การขับเคลื่อนมีพลังเชิงนโยบายและเกิดผลจริง
แนวคิดหลักทางวิชาการคือ การพัฒนากำลังคนตลอดช่วงชีวิต (Life-long & Life-wide Learning) ตั้งแต่ปฐมวัยถึงผู้สูงอายุ โดยเน้นการสร้างทักษะจำเป็นต่อชีวิตและการทำงาน (Memory Skill) การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การบูรณาการศาสนา คุณธรรม วัฒนธรรม สุขภาวะ และความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการเรียนรู้
แนวปฏิบัติสำคัญ ได้แก่ การออกแบบหลักสูตรเชื่อมต่อสายอาชีพ การผลิตแรงงานคุณภาพตามความต้องการจริงของพื้นที่ การใช้ข้อมูลกำลังคนเชิงพื้นที่ และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา เศรษฐกิจ และชุมชน เพื่อให้ผู้เรียน “เรียนในสิ่งที่ชอบ ทำงานในสิ่งที่ใช่ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”
ข้อสอบ
ข้อที่ 1 สาระสำคัญของการขับเคลื่อนกลไกการบริหารการศึกษาเชิงพื้นที่ตามบทความคือข้อใด
ก. การกระจายอำนาจด้านงบประมาณเป็นหลัก
ข. การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและอาชีพของพื้นที่
ค. การเพิ่มจำนวนสถานศึกษาในจังหวัด
ง. การใช้หลักสูตรกลางแบบเดียวทั่วประเทศ
ข้อที่ 2 การผลักดันให้แผนการศึกษาแห่งชาติเป็นแผนระดับ 2 มีนัยสำคัญเชิงนโยบายอย่างไร
ก. ลดบทบาทหน่วยงานระดับพื้นที่
ข. เพิ่มความยืดหยุ่นเฉพาะโรงเรียน
ค. ทำให้การขับเคลื่อนการศึกษามีผลบังคับและประสิทธิผลสูงขึ้น
ง. เน้นการแข่งขันระหว่างจังหวัด
ข้อที่ 3 แนวคิด “Memory Skill” ในบทความสอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การเรียนรู้เพื่อสอบ
ข. การเรียนรู้เพื่อท่องจำ
ค. ทักษะชีวิตและทักษะการทำงานในศตวรรษที่ 21
ง. การเรียนรู้เฉพาะสายวิชาการ
ข้อที่ 4 บทบาทของสถานศึกษาในกลไกการพัฒนากำลังคนเชิงพื้นที่ควรเป็นลักษณะใด
ก. ถ่ายทอดความรู้ตามหลักสูตรเท่านั้น
ข. รอข้อมูลจากส่วนกลาง
ค. ออกแบบการเรียนรู้เชื่อมโยงอาชีพและความต้องการพื้นที่
ง. เน้นผลสัมฤทธิ์ทางการสอบเป็นหลัก
ข้อที่ 5 หากผู้บริหารสถานศึกษาจะนำแนวคิดจากบทความไปใช้ ควรเริ่มต้นจากข้อใด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหลัก
ข. วิเคราะห์บริบทพื้นที่และความต้องการแรงงาน
ค. ปรับโครงสร้างอาคารเรียน
ง. ใช้หลักสูตรส่วนกลางโดยไม่ปรับเปลี่ยน
คลิกเฉลย >>>