
การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) โดยเฉพาะ ChatGPT ได้เข้ามามีบทบาทในแวดวงการศึกษาอย่างรวดเร็วและแพร่หลาย แนวโน้มนี้ได้รับการสนับสนุนทั้งจากงานวิจัยเชิงวิชาการ และการกำหนดนโยบายการศึกษาของหลายประเทศ แต่ในขณะที่บางประเทศ มีนโยบายลดการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียน ท่ามกลางความกังวลว่าโทรศัพท์จะบั่นทอนสมาธิและสุขภาพจิต เอสโตเนียกลับสนับสนุนให้นักเรียนใช้โทรศัพท์ เป็นเครื่องมือการเรียนรู้อย่างจริงจัง
ซึ่งจากการทดสอบ PISA ในปี 2022 เอสโตเนียเป็นอันดับหนึ่งในยุโรปด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการคิดสร้างสรรค์ และเป็นอันดับ 2 ด้านการอ่าน (รองจากไอร์แลนด์) และในปัจจุบันเอสโตเนียกำลังเปิดตัวโครงการระดับชาติชื่อ AI Leap เพื่อมอบ “เครื่องมือและทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก” ให้กับนักเรียนและครู โดยอยู่ระหว่างเจรจาสัญญาอนุญาตการใช้งานกับ OpenAI ซึ่งจะทำให้เอสโตเนียเป็นพื้นที่ทดลองการใช้ AI ในโรงเรียน เป้าหมายคือการเปิดโอกาสให้นักเรียน 58,000 คน (เริ่มจากนักเรียนอายุ 16–17 ปี) และครู 5,000 คน เข้าถึงเครื่องมือ AI ฟรี ภายในปี 2027 โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้
ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย เรื่อง ผลของการใช้ ChatGPT ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การรับรู้เพื่อการเรียนรู้ และการคิดขั้นสูงของผู้เรียน: บทเรียนจากการวิเคราะห์อภิมาน โดย Jin Wang & Wenxiang Fan ที่ได้ทำการวิเคราะห์อภิมานจากงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จำนวน 51 เรื่องที่ตีพิมพ์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2565 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ChatGPT มีผลเชิงบวกต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การรับรู้เพื่อการเรียนรู้ และการคิดขั้นสูง

ซึ่งมีข้อเสนอแนะจากการวิจัยดังนี้
1) ควรมีแผนการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม เช่น Bloom’s taxonomy ร่วมกับ ChatGPT เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงซับซ้อนของนักเรียน
2) ส่งเสริมให้ใช้ ChatGPT ในหลายระดับชั้นและหลายวิชา เพื่อสนับสนุนความต้องการในการเรียนรู้ที่หลากหลาย
3) ควรผสานรวม ChatGPT เข้ากับโหมดการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ของนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเรียนรู้แบบ Problem-based Learning
4) ควรใช้ต่อเนื่องประมาณ 4–8 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เสถียรยิ่งขึ้น แต่หากใช้มากกว่า 8 สัปดาห์ ให้ปรับรูปแบบ เช่น สลับใช้กับการเรียนแบบบูรณาการ เพื่อไม่ให้เกิดการพึ่งพา AI มากเกินไป
5) ควรบูรณาการ ChatGPT เข้ากับการสอนอย่างยืดหยุ่น โดยให้ทำหน้าที่เป็นติวเตอร์อัจฉริยะ ผู้ช่วยคู่เรียนรู้ หรือเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้
ท้ายที่สุด เนื่องจากขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาด้านการรับรู้การเรียนรู้และการคิดขั้นสูงยังมีจำกัด และผลลัพธ์ที่ได้มีแนวโน้มในเชิงบวกเพียงปานกลาง งานวิจัยในอนาคตที่มีขอบเขตกว้างขึ้นควรศึกษาต่อไปว่า จะสามารถใช้ ChatGPT เพื่อส่งเสริมการรับรู้การเรียนรู้และการคิดขั้นสูงของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้อย่างไร ครูจะได้รับการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง (self-directed learning) และจริยธรรมดิจิทัล รวมถึงให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางการศึกษาและความรู้ด้าน AI ระบบการใช้งานมือถือถูกจัดการอย่างยืดหยุ่น: ใช้ได้ในชั้นเรียนตามความเหมาะสม แต่จำกัดในช่วงพัก
References
1. Kallas, K. (2025, May 26). Estonia eschews phone bans in schools and takes leap into AI. The Guardian.
2. Wang, J., & Fan, W. (2025, May 6). The effect of ChatGPT on students’ learning performance, learning perception, and higher-order thinking: Insights from a meta-analysis. Humanities and Social Sciences Communications, 12, Article 621. https://doi.org/10.1057/s41599-025-04787-y
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
บทความกล่าวถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะ ChatGPT ที่กำลังเปลี่ยนแปลงการศึกษาอย่างรวดเร็ว หลายประเทศยังคงกังวลเรื่องผลกระทบของโทรศัพท์ต่อสมาธิและสุขภาพจิต จึงจำกัดการใช้ในโรงเรียน แต่เอสโตเนียกลับมีแนวทางต่างออกไป โดยส่งเสริมการใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ ส่งผลให้มีผลการประเมิน PISA 2022 อยู่ในระดับสูงของยุโรป พร้อมทั้งดำเนินโครงการ “AI Leap” เพื่อให้ครูและนักเรียนเข้าถึงเครื่องมือ AI อย่างทั่วถึง
ผลการวิจัยอภิมานพบว่า ChatGPT ช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การรับรู้ และการคิดขั้นสูงในระดับปานกลาง โดยมีข้อเสนอแนะให้บูรณาการ AI กับการสอนอย่างเป็นระบบ เช่น ใช้ร่วมกับ Bloom’s Taxonomy ส่งเสริมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน และใช้อย่างต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เสถียร ทั้งนี้ควรปรับรูปแบบเมื่อใช้ระยะยาวเพื่อลดการพึ่งพา
นอกจากนี้ ครูควรได้รับการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี จริยธรรมดิจิทัล และการเรียนรู้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งคำนึงถึงความเท่าเทียมทางการศึกษา แม้ผลวิจัยมีแนวโน้มเชิงบวก แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อในวงกว้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ AI ในการพัฒนาการเรียนรู้และการคิดขั้นสูงของผู้เรียน
ข้อ 1 แนวทางของเอสโตเนียแตกต่างจากหลายประเทศอย่างไร
ก. ห้ามใช้โทรศัพท์ในโรงเรียน
ข. ใช้โทรศัพท์เฉพาะนอกห้องเรียน
ค. สนับสนุนใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือการเรียนรู้
ง. ใช้เฉพาะในวิชาคอมพิวเตอร์
เฉลย: ค
เหตุผล: เอสโตเนียใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือเรียนรู้ ไม่ได้จำกัดเหมือนประเทศอื่น
ข้อ 2 โครงการ AI Leap มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. เพิ่มคะแนนสอบเท่านั้น
ค. ให้เข้าถึง AI อย่างเท่าเทียม
ง. สร้างหลักสูตรใหม่เฉพาะครู
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นโอกาสเข้าถึงเครื่องมือและทักษะ AI สำหรับครูและนักเรียน
ข้อ 3 ผลการวิจัยอภิมานเกี่ยวกับ ChatGPT พบว่าอย่างไร
ก. ไม่มีผลต่อการเรียนรู้
ข. มีผลเชิงลบ
ค. มีผลเชิงบวกในระดับปานกลาง
ง. มีผลเฉพาะด้านความจำ
เฉลย: ค
เหตุผล: งานวิจัยยืนยันผลเชิงบวกด้านผลสัมฤทธิ์และการคิดขั้นสูงระดับปานกลาง
ข้อ 4 การใช้ ChatGPT ควรสอดคล้องกับแนวคิดใด
ก. Behaviorism
ข. Bloom’s Taxonomy
ค. Constructivism เท่านั้น
ง. STEM อย่างเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Bloom’s เพื่อพัฒนาการคิดระดับสูง
ข้อ 5 ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้ ChatGPT ต่อเนื่องคือข้อใด
ก. 1–2 สัปดาห์
ข. 2–3 สัปดาห์
ค. 4–8 สัปดาห์
ง. มากกว่า 1 ปี
เฉลย: ค
เหตุผล: งานวิจัยระบุช่วงเวลานี้ให้ผลลัพธ์เสถียร
ข้อ 6 หากใช้ ChatGPT เกิน 8 สัปดาห์ ควรทำอย่างไร
ก. หยุดใช้ทันที
ข. ใช้ต่อแบบเดิม
ค. เพิ่มเวลาการใช้
ง. ปรับรูปแบบการเรียนรู้
เฉลย: ง
เหตุผล: เพื่อลดการพึ่งพา AI มากเกินไป
ข้อ 7 การจัดการใช้โทรศัพท์ในเอสโตเนียมีลักษณะอย่างไร
ก. ห้ามใช้ตลอดเวลา
ข. ใช้ได้เฉพาะพัก
ค. ใช้ได้ตามความเหมาะสมในห้องเรียน
ง. ใช้เฉพาะครู
เฉลย: ค
เหตุผล: มีความยืดหยุ่นในการใช้
ข้อ 8 บทบาทของครูในการใช้ AI ควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้ควบคุมอย่างเข้มงวด
ข. ผู้สอนแบบเดิม
ค. ผู้ใช้ AI แทนครู
ง. ผู้อำนวยความสะดวกและบูรณาการ
เฉลย: ง
เหตุผล: ครูควรใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน
ข้อ 9 ปัจจัยใดสำคัญต่อการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
ก. ความเร็วอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
ข. จริยธรรมดิจิทัล
ค. จำนวนอุปกรณ์
ง. เวลาเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: จริยธรรมดิจิทัลเป็นพื้นฐานสำคัญ
ข้อ 10 ข้อจำกัดของงานวิจัยคืออะไร
ก. ไม่มีข้อมูล
ข. กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กบางด้าน
ค. ใช้เวลานานเกินไป
ง. ใช้เฉพาะประเทศเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: งานวิจัยยังมีข้อจำกัดด้านขนาดตัวอย่างในบางตัวแปร