สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M537_รมว.ศึกษาธิการเพิ่มบทบาท สทศ. วัดทักษะผู้บริหารโรงเรียน

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ตนได้ฝากให้ทุกหน่วยงานเร่งหาแนวทางกระตุ้นให้นักเรียนให้ความสนใจกับการทดสอบโครงการประเมินระดับนานาชาติ หรือ พิซา และการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต โดยชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ด้วยวิธีการใหม่ๆ ให้เข้ากับจริตของนักเรียน

ในส่วนของหลักสูตรการวัดผลประเมินผลตามแนวทางการสอบพิซา ได้มอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ประสานงานกับหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด ศธ. เพื่อขยายผลการทำงานอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน

สำหรับการสอบโอเน็ตนั้น ได้มอบหมายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปวิเคราะห์ว่าจะมีแนวทางอย่างไรที่จะจูงใจให้เด็กมาสอบโอเน็ตมากขึ้น และให้นักเรียนได้เห็นถึงความสำคัญของการสอบโอเน็ต ซึ่งการสอบโอเน็ตจะทำให้เราได้รับทราบว่าเด็กมีจุดอ่อนจุดด้อยในเรื่องไหน และจะได้วางแนวทางพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จได้ ซึ่งตนอยากให้การสอบโอเน็ตเป็นมิติของความท้าทายมากขึ้น ไม่เน้นบังคับอยากให้สมัครใจ แต่จะต้องหาวิธีจูงใจที่ดีด้วย และอยากให้มีการทดสอบทุกกลุ่มสาระวิชาหลักด้วย

นอกจากนี้ได้มอบบทบาท สทศ. เพิ่มเติมในการเป็นแหล่งเรียนรู้ทดสอบของผู้บริหารระดับต่างๆ เช่น ผู้บริหารโรงเรียน เป็นต้น เพื่อเป็นการเพิ่มสมรรถนะผู้บริหารของ ศธ. เอง ขณะเดียวกันตนได้ย้ำให้มีการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารทุกระดับของ ศธ. ด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือผู้บริหารระดับต้น โดยขอให้เติมทักษะสมรรถนะด้านการบริหารงานของตัวเองอย่างต่อเนื่อง 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงความก้าวหน้าการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยโค้ชหนุ่ม Money Coach หรือนายจักรพงษ์ เมษพันธุ์ ได้เป็นวิทยากรอบรมให้แก่ครูแกนนำของเขตพื้นที่และกลุ่มครูที่เป็นหนี้ไปเมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับคนที่เป็นหนี้และสมัครใจเข้าร่วมการแก้หนี้ไปแล้ว เพื่อนำความรู้ไปใช้และขยายผลสู่ผู้อื่นได้ พร้อมจัดทำเป็นคลิปออนไลน์ กระจายความรู้ไปยังเขตพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูจะมีการประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ เพื่อหารือแนวทางลดดอกเบี้ยให้ต่ำกว่า 4.75 บาท ซึ่งได้มอบให้แต่ละหน่วยงานติดตามการทำงานของสถานีแก้หนี้ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาปรับปรุงวิธีการแก้ไขหนี้สินให้เกิดเอกภาพร่วมกัน 

ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์ 8 พฤษภาคม 2567 

สรุปสาระสำคัญ 

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. พร้อมสั่งการเร่งหาวิธี กระตุ้นให้นักเรียนสนใจการสอบ PISA และ O-NET โดยให้ สสวท. ประสานหน่วยงานในสังกัดเพื่อขยายผลการเรียนรู้แนว PISA และให้ สทศ. วิเคราะห์แนวทาง จูงใจให้นักเรียนสมัครใจเข้าสอบ O-NET เพื่อใช้ผลการสอบในการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง และพัฒนาผู้เรียนอย่างมีเป้าหมาย พร้อมเสนอให้มีการสอบในทุกกลุ่มสาระหลัก และปรับการรับรู้ของเด็กให้เห็นว่า “การสอบคือความท้าทาย ไม่ใช่การบังคับ” 

นอกจากนี้ รมว.ศธ. ยังมอบหมายให้ สทศ. เป็นแหล่งเรียนรู้เสริมสมรรถนะผู้บริหารทุกระดับ และกำชับให้พัฒนาทักษะการบริหารอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้ติดตาม โครงการแก้ไขหนี้สินครู โดยร่วมมือกับ “โค้ชหนุ่ม Money Coach” จัดอบรมครูแกนนำทั่วประเทศ และหารือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลดดอกเบี้ยต่ำกว่า 4.75% เพื่อสร้างเอกภาพและความยั่งยืนในการแก้ปัญหาหนี้สินครู 

ข้อสอบ 

1. การที่ รมว.ศธ. มอบหมายให้ สสวท. ขยายผลแนวทางการเรียนรู้ตามแนว PISA สะท้อนแนวคิดหลักของการบริหารการศึกษาแบบใดมากที่สุด
ก. การบริหารเพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ (Performance-Based Management)
ข. การบริหารเชิงนโยบายแบบรวมศูนย์
ค. การบริหารแบบลดขั้นตอนและเน้นงบประมาณ
ง. การบริหารโดยใช้การประเมินภายนอกเป็นหลัก

2. การเปลี่ยนการสอบ O-NET จาก “การบังคับ” เป็น “ความท้าทาย” แสดงถึงหลักการใดของจิตวิทยาการศึกษา

ก. การเสริมแรงเชิงลบ (Negative Reinforcement)
ข. การสร้างแรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation)
ค. การควบคุมพฤติกรรมด้วยการลงโทษ
ง. การสอนแบบเร่งรัดเพื่อผลลัพธ์ทันที

3. บทบาทใหม่ของ สทศ. ในการเป็น “แหล่งเรียนรู้สำหรับผู้บริหาร” มีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด

ก. ยกระดับสมรรถนะผู้บริหารให้เข้าใจระบบประเมินผลการศึกษา
ข. เพิ่มจำนวนผู้เข้าสอบและรายได้ของสถาบัน
ค. สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและเอกชน
ง. ลดภาระงานของสำนักงานเขตพื้นที่

4. การอบรมครูแกนนำโดย “โค้ชหนุ่ม Money Coach” ในโครงการแก้หนี้สะท้อนหลักการบริหารทรัพยากรบุคคลข้อใด

ก. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างมีส่วนร่วม
ข. การจัดสรรงบประมาณตามหัวข้ออบรม
ค. การเพิ่มภาระงานเพื่อยกระดับสมรรถนะ
ง. การประเมินผลรายบุคคลแบบแข่งขัน

5. หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการนำแนวคิดจากการประชุมนี้ไปใช้ในโรงเรียน ควรเน้นแนวทางใดมากที่สุด

ก. จัดการสอบที่เข้มข้นขึ้นเพื่อสร้างแรงกดดัน
ข. ใช้ข้อมูลการประเมินผลในการวางแผนพัฒนาผู้เรียน
ค. ลดจำนวนครูเข้าสอบเพื่อประหยัดงบประมาณ
ง. เน้นกิจกรรมสันทนาการแทนการเรียนรู้เชิงวิเคราะห์

คลิกเฉลย >>>