สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เรียกคืนงบ 4 แสน ทริปคณะครู ร.ร.ดังดูงานกลางทะเล

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม เพจเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ซึ่งออกมาแฉกลโกงทุจริตของแต่ละภาคส่วนอย่างต่อเนื่องได้โพสต์ข้อความอ้างถึงกรณีที่เคยนำเสนอเมื่อปี พ.ศ.2562 ไว้ว่า โรงเรียนวัดนวลนรดิศ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยศึกษาเมื่อเยาว์วัย ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการศึกษาดูงานผู้บริหารคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา วันที่ 7-9 พฤษภาคม 2562 ทริปนี้ดูงานพังงา แต่ขอวาร์ปนอกเส้นทางไปนอนเกยตื้นทะเลภูเก็ต พร้อมเผยกำหนดการชวนอึ้ง 

ว่า โดนเรียกเงินคืน สี่แสนบาท ทริปดูงานของโรงเรียนวัดนวลนรดิศ กทม. อ้างประชุมเชิงปฏิบัติการศึกษา แต่ลอยคอเกลื่อนทะเลอยู่เกาะเฮ จ.ภูเก็ต เรื่องนี้หมาเฝ้าบ้านเปิดประเด็นไปเมื่อกรกฏาคม ปี 62 ครั้งนั้นเมื่อลงเพจ สตง.โดยสำนักงานตรวจสอบพิเศษที่ 3 ก็เข้าตรวจสอบขอเอกสารหลักฐานอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง 

ล่าสุดความคืบหน้าผลสอบ สตง. เรียกเงินคืน โดนกันไปเต็มๆ เป็นจำนวนเงินที่ต้องชดใช้หลวง 400,000 บาท งานนี้ฝากให้ดูไว้เป็นตัวอย่างสำหรับโครงการดูงานแอบแฝงท่องเที่ยว 

ซึ่งภายหลังจากที่เพจได้อัพเดตความคืบหน้าดังกล่าว ได้มีผู้ให้ความสนใจเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยส่วนมากต่างชื่นชมการทำงานของเพจและเจ้าหน้าที่ หลายรายมองว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการสืบสวนสอบสวนกรณีการทุจริตสำหรับหลายๆ หน่วยงาน เช่นว่า 

ดีแล้วครับเป็นตัวอย่างของหลายหน่วยงาน มักจะพูดให้ดูสวยงามนั่นคือการดูงานทำนองนี้ แต่ที่แท้จริงมันก็คือไปเที่ยว ผลาญงบฯ ให้มันหมดๆ ไปเท่านั้น นี่ก็คือต้นตอแห่งการทุจริต”
อยากให้ กระทรวงมหาดไทย ยกเลิกระเบียบ ไปเลยครับ ไม่ต้องมีครับศึกษาดูงานครับ”
ดีมากครับ มีระบบ cash refunded”
ผ่านไป 4 ปี .. ก็ยังดี ที่ยังจำได้”
มีเกือบทุกโรงเรียนครับ ขอบคุณเพจที่เขียนเสือให้วัวกลัว เชือดไก่ให้ลิงดูครับ”
 

สำหรับโพสต์เก่าที่ทางเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้รายงานไว้โดยละเอียด เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2562 มีดังนี้

ดูงาน เกลื่อนทะเล เกาะเฮ ไกลแค่ไหนไม่ใช่ปัญหา ทริปนี้จัดหนักตั้งใจไปเยือนสิมิลันสวรรค์สำหรับคนดำน้ำ แพลนผิดชีวิตเปลี่ยนเมื่อเกาะปิด แต่ไม่ใช้ปัญหาเมื่อตั้งใจจะไปลั๊นลา เลยเบนเข็มไปเกาะเฮ จ.ภูเก็ตแทน 

โรงเรียนวัดนวลนรดิศ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการศึกษาดูงานผู้บริหารคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อวันที่ 7-9 พ.ค. 62 ทริปนี้ดูงานพังงา แต่ขอวาร์ปนอกเส้นทางไปนอนเกยตื้นทะเลภูเก็ต

·      วันที่ 7 พ.ค. โปรแกรมแรกหลังอาหารเช้า ดูงานโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล และโรงเรียนเทศบาลย่านยาว อิ่มท้องมื้อเที่ยงที่ครัวใบเตยอำเภอตะกั่วป่า ช่วงบ่ายเที่ยวเดินชิลล์คลองสังเน่ห์ สะพานเหล็ก ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเมืองเก่าตะกั่วป่า มื้อเย็นร้านอาหารสุทินกรุ๊ปก่อนเข้าที่พัก

·      เช้าวันรุ่งขึ้นตั้งใจไปดูงานที่เกาะสิมิลัน ศึกษาเส้นทางมาดีไปหน่อยเกาะปิดซะงั้น เลยเปลี่ยนโปรแกรมนั่งเรือไปเกาะเฮ จ.ภูเก็ต ลอยคอเกลื่อนทะเลแช่น้ำทะเลจนตัวเปื่อย เย็น ๆ เดินชิลล์ต่อที่หาดราไวย์ ช่วงค่ำจัดงานปาร์ตี้ตรีมฮูลาฮูล่า ครื้นเครงบันเทิงใจ

·      วันที่ 9 พ.ค. วันนี้สายชิลล์ แวะเช็คอินตลอดเส้นทาง เริ่มตั้งแต่เช้าแวะเที่ยวชมอนุสรณ์สถานเรือ ต.318 อนุสรณ์สถานสึนามิบ้านน้ำเค็ม ต่อด้วยแช่น้ำที่บ่อน้ำพุร้อนรมณีย์ ขากลับขอไหว้พระ เสริมสิริมงคลที่วัดบรมธาตุไชยาวรวิหาร จ.สุราษฎร์ธานี ตกเย็นแวะทานข้าวที่พลับพลาซีฟู้ด แถวอำเภอไชยา จากนั้นตีรถกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ” 

เกี่ยวข้องกัน

ถึงคุก กรณีอดีตนายกเทศฯจัดทัศนศึกษาแอบแฝงท่องเที่ยว 

"... พิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อนุมัติเงินงบประมาณของราชการเพื่อพาผู้เข้าร่วมโครงการไปท่องเที่ยว มิใช่เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ อันทำให้เทศบาลตำบลท่าทองใหม่ต้องเสียหายเป็นเงินจำนวนสูงถึง 1,036,060 บาท ภายหลังก็ไม่มีการชดใช้เงินคืนแก่ส่วนราชการพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่รอการลงโทษ..." 

กรณีการจัดทำโครงการทัศนศึกษาดูงานที่มีลักษณะแอบแฝงใช้งบประมาณรัฐพาพวกพ้องไปท่องเที่ยว ของผู้บริหารหน่วยงานรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ 

ล่าสุด เป็นกรณี นายอำพนธ์ เพชรชู อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินโครงการฝึกอบรมและทัศนศึกษาดูงานคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน และลูกจ้างเทศบาล อสม.อพปร. ผู้นำชุมชน และผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2557 ซึ่งมีลักษณะแอบแฝงใช้งบประมาณรัฐพาพวกพ้องไปท่องเที่ยว 

ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาลงโทษจำคุก  2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต ไม่มีการชดใช้เงินคืนแก่ส่วนราชการ แต่พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ไม่สมควรได้รอการลงโทษ 

โดยคดีนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นายอำพนธ์ เพชรชู อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพวก 1 ราย คือ นายกมลพันธ์ บรรณราช ฐานความผิดทางอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 157 และ 162 (1) (4) และพ.ร.ป.ป.ป.ช.พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพ.ร.ป.ป.ป.ช.พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2567  

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาดังนี้ 

1. นายอำพนธ์ เพชรชู จำเลยที่ 1 นายกมลพันธ์ บรรณราช  จำเลยที่ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และจำเลยทั้งสองยังมีความผิดตาม
พ.ร.ป.ป.ป.ช.พ.ศ. 2542 ม.123/1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ปอ.ม.151 ให้ลงโทษจำเลยที่ ตามปอ.ม.151 ซึ่งเป็น บทกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

จำคุก นายอำพนธ์ เพชรชู จำเลยที่ 1 มีกำหนด ปี

จำคุก นายกมลพันธ์ บรรณราช จำเลยที่ 2 มีกำหนด ปี 4 เดือน และปรับ 26,000 บาท  

2. จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ปอ.ม. 78 

คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี เดือน

คงจำคุกจำเลยที่ 2 มี กำหนด 1 ปี 8 เดือน และปรับ 13,000 บาท 

3. พิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อนุมัติเงินงบประมาณ

ของราชการเพื่อพาผู้เข้าร่วมโครงการไปท่องเที่ยว มิใช่เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ อันทำให้เทศบาลตำบลท่าทองใหม่ต้องเสียหายเป็นเงินจำนวนสูงถึง 1,036,060 บาท ภายหลังก็ไม่มีการชดใช้เงินคืนแก่ส่วนราชการพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่รอการลงโทษ 

ส่วนจำเลยที่ 2 เมื่อคำนึงถึงประวัติและความประพฤติ โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้คุมความประพฤติจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด ปี ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในเวลา 1 ปี กับให้จำเลยที่ กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามปอ.ม. 56 หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามปอ.ม.29, 30  

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2567 ได้พิจารณาแล้วมีมติไม่เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8

คดีเป็นอันสิ้นสุด จบลงด้วย บทลงโทษจำคุก  2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญาของ นายอำพนธ์ เพชรชู อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่าทองใหม่ ส่วนพวกอีก 1 ราย ได้รอลงอาญา แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเครังครัด  

นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญของผู้บริหารหน่วยงานราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐทั่วประเทศ ไม่ให้กระทำผิดซ้ำรอย เอาเป็นเยี่ยงอย่างทั้งในปัจจุบัน และอนาคต สืบไป  

จากกรณีจัดทำโครงการทัศนศึกษาดูงานที่มีลักษณะแอบแฝงใช้งบประมาณรัฐพาพวกพ้องไปท่องเที่ยว ของผู้บริหารหน่วยงานรัฐ แบบที่เห็นและเป็นไปหลายกรณีในช่วงเวลาที่ผ่านมา 

ที่ไม่รู้จักเข็ด ไม่รู้จักหลาบจำกัน!   

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 29 มกราคม 2568

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น