
นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ลงนามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและเเนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 โดยแนวปฎิบัติดังกล่าวมีข้อสรุปดังนี้
1.นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 มีประเด็นที่เป็นสาระสำคัญและประเด็นที่ปรับเพิ่มเติม ขอแจ้งเน้นย้ำเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ คือ เพิ่มหลักการดำเนินการรับนักเรียนให้มีความปลอดภัย มีการจัดระบบ วิธีการรับนักเรียนที่ปลอดภัย ทั้งจากภัยพิบัติ ภัยคุกคาม ภัยจากโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ และบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้รับทราบประกาศเขตพื้นที่บริการที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และแผนการรับนักเรียนของโรงเรียนที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการรับนักเรียนระดับโรงเรียน รวมทั้งให้คำปรึกษาการรับนักเรียนของโรงเรียน ในปีการศึกษา 2566 เพื่อให้การรับนักเรียนมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นธรรม เสมอภาค โปร่งใส และตรวจสอบได้
2.บทบาทของโรงเรียนในส่วนของการจัดทำแผนการรับนักเรียน ต้องให้สอดคล้องตามแผนชั้นเรียนเต็มรูประยะ 5 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา2565-2569 และแผนชั้นเรียนรายปีของสถานศึกษาสังกัดสพฐ. รวมทั้งนำเสนอการประกาศเขตพื้นที่บริการและแผนการรับนักเรียนของโรงเรียนให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทราบ
3.แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนใน
-ระดับชั้นก่อนประถมศึกษา ให้รับเด็กอายุ 4-5 ปีในเขตพื้นที่บริการเข้าเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 โดยห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการ สำหรับสถานศึกษาที่เคยรับเด็กอนุบาล อายุ 3 ปีบริบูรณ์ ที่ได้รับการอนุญาตให้เปิดรับอยู่ก่อนแล้ว ให้รับเด็กอายุ 3-5 ปี ในเขตพื้นที่บริการเข้าเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 โดยห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการ ขณะที่แนวปฏิบัติเกี่ยวกับ
- การรับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ยังคงเป็นไปตามปีการศึกษา 2565 ทั้งนี้ ห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการในระดับชั้นป.1 และไม่นำผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ตมาใช้ในการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้นม.1 และม.4
4.การรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษหากโรงเรียนเนว่ามีความจำเป็นให้เสนอคณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษาให้ความเห็นชอบ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบก่อนประกาศรับสมัครนักเรียน ทั้งนี้ให้คณะกรรมการรับนักเรียนระดับโรงเรียน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ
รวมกับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ไม่เกินร้อยละ 20 ของแผนการรับนักเรียนห้องเรียนปกติ โดยต้องประกาศหลักเณฑ์ก่อนการพิจารณาและประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขพิเศษให้สาธารณชนทราบ รวมถึงการกำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องยังคงกำหนดเช่นเดียวกับปีการศึกษา 2565 คือ ม.1 และม.4 กำหนดไว้ห้องละไม่เกิน 40 คนโดยไม่ให้เพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้อง”นายอัมพร กล่าวและว่า ทั้งนี้ปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 กำหนดช่วงเวลาตั้งแต่วันรับสมัครจนถึงวันมอบตัวระหว่างวันที่ 4 ก.พ. – 8 เม.ย.2566 อย่างไรก็ตามปฏิทินการดำเนินงานการรับนักเรียนปีการศึกษา 2566 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเป็นไปตามที่กำหนด โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนต.ค.2565 ไปจนถึงก.พ.2566 เพื่อให้แล้วเสร็จทันการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566
สพฐ.ประกาศแนวปฎิบัติรับนักเรียนปี 66 แล้ว ป.1 ห้ามสอบ ไม่ใช้ผลคะแนนโอเน็ต ในการรับชั้นม.1หรือม.4
ที่มา ; ไทยโพสต์ ตุลาคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2566 ซึ่งมุ่งยกระดับความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความปลอดภัยในการรับนักเรียน โดยเพิ่มหลักการจัดระบบรับนักเรียนให้คำนึงถึงความปลอดภัยจากภัยพิบัติ โรคอุบัติใหม่ และภัยคุกคามต่าง ๆ พร้อมเน้นบทบาทคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการรับทราบเขตพื้นที่บริการและแผนการรับนักเรียนของโรงเรียน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้
โรงเรียนต้องจัดทำแผนรับนักเรียนให้สอดคล้องกับแผนชั้นเรียนเต็มรูประยะ 5 ปี และแผนรายปี โดยห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการในระดับก่อนประถมศึกษาและระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 รวมทั้งห้ามใช้ผลคะแนน O-NET ในการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และปีที่ 4
นอกจากนี้ การรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษหรือความสามารถพิเศษต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่ และจำกัดไม่เกินร้อยละ 20 ของแผนรับนักเรียน เพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข้อสอบ
ก. เพิ่มจำนวนผู้เรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่
ข. สร้างความปลอดภัย โปร่งใส และเป็นธรรมในการรับนักเรียน
ค. เปิดโอกาสให้โรงเรียนคัดเลือกผู้เรียนอย่างเสรี
ง. ใช้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นเกณฑ์หลัก
ข้อที่ 2 บทบาทสำคัญของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามนโยบายนี้คือข้อใด
ก. คัดเลือกนักเรียนเป็นรายบุคคล
ข. อนุมัติผลการสอบคัดเลือก
ค. รับทราบเขตพื้นที่บริการและให้คำปรึกษาการรับนักเรียน
ง. กำหนดสัดส่วนผู้เรียนต่อห้อง
ข้อที่ 3 ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงหลักการที่สำคัญของการรับนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา
ก. ใช้การทดสอบความพร้อมทางวิชาการ
ข. คัดเลือกเด็กตามศักยภาพพิเศษ
ค. เน้นการรับเด็กในเขตพื้นที่บริการโดยไม่สอบ
ง. เปิดรับเด็กนอกเขตเป็นหลัก
ข้อที่ 4 หากโรงเรียนต้องการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ แนวปฏิบัติที่ถูกต้องคือข้อใด
ก. โรงเรียนกำหนดได้เองโดยไม่ต้องขออนุญาต
ข. รับได้ไม่จำกัดจำนวน
ค. เสนอขอความเห็นชอบหลังประกาศรับสมัคร
ง. ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการเขตพื้นที่ก่อนประกาศรับสมัคร
ข้อที่ 5 การห้ามใช้คะแนน O-NET ในการรับนักเรียน ม.1 และ ม.4 สะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การลดมาตรฐานการศึกษา
ข. การส่งเสริมการแข่งขันทางวิชาการ
ค. การคัดเลือกตามบริบทและความเสมอภาค
ง. การเพิ่มอำนาจการตัดสินใจของโรงเรียน
คลิกเฉลย >>>
