
มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 พ.ศ. …. และรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว
โดยที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดให้มีการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม กำหนดมาตรการและกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการการศึกษาของประเทศในส่วนภูมิภาคที่มีความซับซ้อนและสั่งสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งมาตรการและกลไกดังกล่าวมีลักษณะรวมศูนย์อำนาจไว้ที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทั้งอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการและกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่งผลให้อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่มีอำนาจในการบังคับบัญชาเพื่อให้คุณและโทษต่อบุคลากรด้านการศึกษา คุณภาพการปฏิบัติงานและการจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติถูกลดทอนลง ขาดการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณ และเกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน รวมทั้งขัดต่อหลักการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรงและขาดการยอมรับซึ่งกันและกันในองค์กร
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลด้านการศึกษาในเขตพื้นที่ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ศธ.จึงได้ยกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 พ.ศ. …. ขึ้น
ศธ.ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยได้จัดประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และ ศธ.ได้จัดทำสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย พร้อมทั้งได้เปิดเผยเอกสารดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว และได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 (เรื่อง การดำเนินการเพื่อรองรับและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562) แล้ว
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 ในประเด็นดังต่อไปนี้

ที่มา ; ศธ.360 องศา
ข่าวเดียวกัน
ครม.ไฟเขียวปรับคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 แยกบริหารบุคคลออกจาก ก.ศ.จ. ตั้งอ.ก.ค.ศ.จังหวัด ดูแลแต่งตั้งโยกย้าย
นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการ ศธ. มอบหมายให้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ปรับปรุงคำสั่ง คสช. ที่ 19/2560 เพื่อให้ทันสมัย และทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เบื้องต้นร่างคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 ฉบับปรับปรุงของ ศธ. ที่จะเสนอสภาผู้แทนราษฏร มีสาระสำคัญ ดังนี้
“ร่าง คำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 ของรัฐบาลมีความแตกต่างจาก ร่างที่ ส.ส. เสนอ คือ ร่างที่ส.ส.เสนอ สภาผู้แทนราษฎรนั้น ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 และคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลด้วยการบรรจุแต่งตั้งโยกย้ายตามมาตรา 53 กลับคืนเหมือนเดิม โดยให้อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แต่ร่างของรัฐบาล ที่ผ่านครม.ในวันนี้ จะตั้ง อ.ก.ค.ศ.จังหวัด มาพิจารณาการบริหารบุคคลให้ภาพรวม ซึ่งจะช่วยเรื่องการเกลี่ยอัตรากำลังคน จะทำให้การบริหารงานป บริหารงบระมาณ การเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นไปอย่างราบรื่นทั้งจังหวัด“นายอำนาจ กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 17 สิงหาคม 2564
มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 17 สิงหาคม 2564 เห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ซึ่งเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการบริหารการศึกษาที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) มากเกินไป ส่งผลให้หน่วยงานระดับพื้นที่ เช่น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ ไม่มีอำนาจในการบริหารงานบุคคลอย่างแท้จริง ทำให้เกิดความล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองงบประมาณ และขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ
ร่างกฎหมายฉบับปรับปรุงจึงมุ่งแยกบทบาทด้านนโยบายและการบริหารบุคคลออกจากกัน โดยให้ กศจ. ทำหน้าที่ด้านยุทธศาสตร์ ส่วนการบริหารงานบุคคลจัดตั้ง “อ.ก.ค.ศ.จังหวัด” เพื่อดูแลการแต่งตั้ง โยกย้าย และบริหารกำลังคนในระดับจังหวัด เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และสร้างเอกภาพในการบริหารงานบุคคลทางการศึกษา ลดความขัดแย้ง และยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวม
ข้อ 1 จุดอ่อนสำคัญของคำสั่ง คสช. ที่ 19/2560 เดิมคือข้อใด
ก. ขาดงบประมาณสนับสนุน
ข. รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ กศจ. มากเกินไป
ค. ขาดบุคลากรทางการศึกษา
ง. ไม่มีแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ
ข้อ 2 ผลกระทบจากการรวมศูนย์อำนาจคือข้อใด
ก. การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น
ข. บุคลากรมีอำนาจเพิ่มขึ้น
ค. การปฏิบัติงานล่าช้า
ง. งบประมาณเพิ่มขึ้น
ข้อ 3 หน่วยงานใดถูกจำกัดบทบาทในการบริหารบุคคลในระบบเดิม
ก. ก.ค.ศ.
ข. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่
ค. กศจ.
ง. ศธจ.
ข้อ 4 แนวคิดสำคัญของร่างกฎหมายใหม่คือข้อใด
ก. เพิ่มการรวมศูนย์
ข. ยกเลิกทุกหน่วยงาน
ค. แยกนโยบายออกจากบริหารบุคคล
ง. ลดจำนวนครู
ข้อ 5 บทบาทใหม่ของ กศจ. คืออะไร
ก. บริหารงานบุคคล
ข. กำหนดยุทธศาสตร์การศึกษา
ค. แต่งตั้งครู
ง. ควบคุมโรงเรียน
ข้อ 6 องค์กรใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลบุคลากรคือข้อใด
ก. กศจ.
ข. ก.ค.ศ.
ค. อ.ก.ค.ศ. จังหวัด
ง. สพฐ.
ข้อ 7 ประโยชน์ของการตั้ง อ.ก.ค.ศ. จังหวัด คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารบุคคล
ค. ลดบทบาทผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. ยกเลิกเขตพื้นที่
ข้อ 8 การดำเนินการใดสะท้อนหลักธรรมาภิบาลในการออกกฎหมาย
ก. ออกกฎหมายทันที
ข. ใช้คำสั่งฝ่ายเดียว
ค. รับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ
ง. ยกเลิกกฎหมายเดิมทั้งหมด
ข้อ 9 ปัญหาความขัดแย้งในองค์กรเกิดจากสาเหตุใด
ก. เงินเดือนต่ำ
ข. การกระจายอำนาจมากเกินไป
ค. การรวมศูนย์และขาดการมีส่วนร่วม
ง. ครูมีจำนวนมาก
ข้อ 10 แนวทางใหม่สอดคล้องกับหลักการใดมากที่สุด
ก. รวมศูนย์อำนาจ
ข. การกระจายอำนาจ
ค. การลดงบประมาณ
ง. การควบคุมจากส่วนกลาง
คลิกเฉลย >>>