สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M297_สร้างเครือข่ายส่งต่อเด็ก พัฒนาการเรียนรูปแบบผสมผสาน

15 สิงหาคม 2565, โรงแรมอัลวาเรซ บุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ / นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Office of Basic Education Commission Quality Award : OBECQA)

รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ซึ่งสะท้อนถึงผลลัพธ์ของการบริหารที่ดีเยี่ยมของโรงเรียนในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล และได้กล่าวถึงการปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เรียน และเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา จะทำให้สถานศึกษาเพิ่มคุณภาพในการจัดการศึกษาได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้มากยิ่งขึ้น

นโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทางด้านการศึกษาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (No one left behind) ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษา ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษา สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกศตวรรษที่ 21 โดยมีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพของคน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติในทุกช่วงวัย การจัดการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น และมีความเหมาะสมตามความถนัด ความชอบในแต่ช่วงวัย เป็นคนดี คนเก่ง มีวินัย มีทักษะชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรม มีการเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษากับชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และมีความสุข

ฝากถึงผู้บริหารสถานศึกษาทุกท่าน ในการกลับมามองในบริบทพื้นที่ของท่านที่มีความแตกต่าง เพื่อปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนการสอนให้สอดรับกับโลกในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการที่จะให้เด็ก ๆ เข้าถึงการศึกษา ไม่เพียงแต่ในด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการใช้ชีวิต ฯลฯ โดยเฉพาะสิ่งที่โดดเด่นคือ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับนักเรียนของเรา”

ทั้งนี้ นักเรียนระดับมัธยมศึกษา เป็นวัยที่กำลังแสวงหาทางเลือกในอนาคตของตัวเอง โรงเรียนจะต้องจัดหลักสูตรที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักเรียน เพื่อให้มีโอกาสได้สำรวจความถนัดและความสนใจของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทั้งการเปิดเรียนในหลากหลายสาขาวิชา และการจัดให้ชมรม ตามความสนใจที่หลากหลาย เช่น กีฬา ดนตรี สิ่งแวดล้อม ความถนัดอาชีพ เช่นเดียวกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ที่ ครม.ได้อนุมัติจัดตั้งรวม 18 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้เป็น Soft Power ที่สำคัญของประเทศ

อีกกิจกรรมหนึ่งที่อยากจะให้ทุกโรงเรียนดำเนินการให้เด็กมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง คือการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น ผ่านระบบสภานักเรียน ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะมีการจัดการสัมมนาผู้นำสภานักเรียนทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอความคิดเห็นของนักเรียนต่อนายกรัฐมนตรี โรงเรียนมัธยมฯ ของเรา มีขนาดที่แตกต่างกันมาก ตั้งแต่โรงเรียนขนาดเล็กจนถึงโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ แต่ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนในโรงเรียนขนาดใด ก็อยากให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ตามแนวทาง Active Learning และต้องการให้ สพฐ. ได้วางแผนบูรณาการการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการจัดสรรโอกาสเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 การยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการข้ามสถานศึกษาและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น ครูเก่ง สนามกีฬา ตลอดจนห้องปฏิบัติการต่าง ๆ

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ที่เราได้เริ่มกลับมาเปิดเรียน On-site 100% พบว่า เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของนักเรียน ปรากฏอยู่ในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียจำนวนมาก จึงขอให้ช่วยกันเอาใจใส่ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์บูลลี่ในโรงเรียน ทั้งในระหว่างนักเรียนกันเองและระหว่างครูกับนักเรียน รวมทั้งปัญหาการทะเลาะวิวาท และที่สำคัญคือการดูแลเรื่องจิตใจของนักเรียน หากเกิดปัญหากับนักเรียน นอกจากการป้องกันแล้วหากเกิดเหตุการขึ้นผู้บริหารจะต้องเข้าถึงโดยเร็วที่สุด โดยสามารถใช้แอปพลิเคเชัน MOE Safety Center เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยเหลือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 ที่ผ่านมา ทำให้ทั้งครูและนักเรียน ได้รู้จักกับการเรียนรู้ผ่านรูปแบบออนไลน์มากขึ้น  นักเรียนมีความสามารถและสนใจกับการเรียนในรูปแบบการเรียนผ่านการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้น สถานศึกษาจะต้องหาแนวทางเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างการเรียนในห้องเรียนและการเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกันดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเต็มที่ จึงประสบผลสำเร็จ

โดยปัจจัยหลักที่จะถ่ายทอดและนำนโยบายสู่การปฏิบัติเชิงพื้นที่ได้ดีที่สุด คือ ผู้บริหารสถานศึกษาได้มีโอกาสลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมโรงเรียน ทั้งนี้ ขอฝากท่านผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาทุกท่าน ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายในบริบทของพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการรับและส่งต่อลูกหลานให้ได้รับการศึกษา ที่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นการรับช่วงต่อจากโรงเรียนระดับประถมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และการส่งต่อนักเรียนไปสู่ระดับอาชีวศึกษา หรือระดับมหาวิทยาลัยต่อไป 

ที่มา ; ศธ 360 องศา

ข่าวเกี่ยวกัน

'ครูเหน่ง' รับห่วงปัญหา นร.โดดตึกถี่ จากนี้จะต้องเข้มข้นจิตวิทยาและแนะแนวโรงเรียนมากขึ้น

16 ส.ค.2565- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงสถานการณ์เด็กนักเรียนโดดตึกเสียชีวิตในโรงเรียนที่เกิดเหตุต่อเนื่องมา 2 วันในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครราชสีมา ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนได้รับรายงานแล้ว และมีความเป็นห่วงปัญหาเด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นนโยบายเร่งด่วนลำดับแรกที่ตนให้ควาสำคัญ โดยสถานศึกษาจะต้องมีความปลอดภัยเกิดขึ้นในทุกมิติ แต่ปัญหานักเรียนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ทำงานร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในด้านการดูแลปัญหานักเรียนอย่างรอบด้าน และการให้ครูแนะแนวมีบทบาทการเป็นนักจิตวิทยาให้มากขึ้น รวมถึงมีการจัดทำสื่อการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อดูแลสภาพจิตใจและอารมณ์ของนักเรียน อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปเราจะต้องเข้มข้นระบบจิตวิทยาหรือการแนะแนวในโรงเรียนให้มากขึ้น

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่มากเหนือจากเหตุอุทกภัยนั้น ขณะนี้ตนได้ส่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบสถานศึกษาในพื้นที่ว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมหรือไม่ เพื่อที่เราจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป เนื่องจากความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญมาก

ที่มา ; ไทยโพสต์  6 สิงหาคม 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา และมอบโล่รางวัล OBECQA แก่ผู้บริหารสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการบริหารด้วยระบบคุณภาพ สะท้อนบทบาทผู้นำที่มุ่งยกระดับมาตรฐานโรงเรียนอย่างยั่งยืน รมว.ศธ.เน้นการปรับเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาและลดภาระผู้เรียน สอดคล้องนโยบาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
สาระสำคัญของนโยบายคือ การจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตอบสนองความแตกต่างของพื้นที่และผู้เรียน พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีทักษะชีวิต และคุณธรรม พร้อมเชื่อมโยงโรงเรียนกับชุมชน โดยใช้ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” เป็นอัตลักษณ์และ Soft Power โรงเรียนมัธยมศึกษาควรจัดหลักสูตรหลากหลาย เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นหาความถนัด ผ่านรายวิชา ชมรม และระบบสภานักเรียน ควบคู่การเรียนรู้แบบ Active Learning และการใช้ทรัพยากรร่วมกันข้ามสถานศึกษา
นอกจากนี้ รมว.ศธ.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสุขภาวะจิตใจนักเรียน หลังเปิดเรียน On-site เต็มรูปแบบ โดยใช้ MOE Safety Center และการเสริมบทบาทครูแนะแนว รวมถึงพัฒนาการเรียนรู้แบบผสมผสานออนไลน์–ออนไซต์ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 การมอบรางวัล OBECQA สะท้อนแนวคิดการบริหารสถานศึกษาในมิติใดเด่นชัดที่สุด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การบริหารเชิงคุณภาพและผลลัพธ์
ค. การบริหารตามตัวชี้วัดทางการเงิน
ง. การบริหารแบบแข่งขันระหว่างโรงเรียน

ข้อ 2 การปรับเงินอุดหนุนรายหัว “ตามความจำเป็นพื้นฐาน” มีนัยเชิงนโยบายสำคัญอย่างไร
ก. ลดบทบาทสถานศึกษา
ข. เพิ่มความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียน
ค. สนับสนุนความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษา
ง. เน้นการใช้งบประมาณแบบเท่าเทียมทุกโรงเรียน

ข้อ 3 หากผู้บริหารต้องการนำนโยบาย “ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็น Soft Power” ไปใช้ ควรดำเนินการใดเหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหลักเพียงอย่างเดียว
ข. จัดหลักสูตรสถานศึกษาที่บูรณาการวัฒนธรรมท้องถิ่น
ค. ลดกิจกรรมเสริมหลักสูตร
ง. ใช้หลักสูตรเดียวกันทุกพื้นที่

ข้อ 4 การบูรณาการทรัพยากรข้ามสถานศึกษา เช่น ครูเก่ง สนามกีฬา มีเป้าหมายหลักเพื่อข้อใด
ก. ลดจำนวนโรงเรียนขนาดเล็ก
ข. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ง. รวมอำนาจการบริหารไว้ที่เขตพื้นที่

ข้อ 5 มาตรการใดสะท้อนการแก้ปัญหาความปลอดภัยและสุขภาพจิตนักเรียนเชิงรุกมากที่สุด
ก. เพิ่มบทลงโทษทางวินัย
ข. ใช้ MOE Safety Center ควบคู่เสริมบทบาทครูแนะแนว
ค. ลดกิจกรรมในโรงเรียน
ง. เน้นการเรียนออนไลน์แทน On-site

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น