
บทนำ
เป้าหมายของบทนี้คือการให้แนวทางการนำเสนอความคิดของท่านผ่านการนำเสนอที่มีประสิทธิผล เป้าหมายของการนำเสนอ ประกอบด้วย
การนำเสนอ
การนำเสนออาจมีลักษณะแบบเป็นทางการ ซึ่งมีโครงสร้างที่ชัดเจน หรือแบบไม่เป็นทางการก็ได้ ตัวอย่างเช่น เราอาจจะอธิบายให้เพื่อนร่วมงานเข้าใจถึงเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงตารางงาน หรือแม้แต่สถานการณ์ในครอบครัว ที่เราอาจต้องการเสนอความคิดว่าจะไปพักผ่อนที่ใดในวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง
การนำเสนอไม่ใช่การพูดคุยทั่วไป เนื่องจากการนำเสนอมีจุดมุ่งหมาย และเราพยายามที่จะได้บางสิ่งจากการนำเสนอนั้น จุดมุ่งหมายอาจเป็นแค่เพียงการสร้างความเข้าใจกับอีกบุคคลหนึ่ง หรือจะมีความซับซ้อนมากกว่านั้น เช่น การพยายามให้บุคคลอื่นยอมรับข้อตกลง จะเห็นว่าการนำเสนอมีขึ้นเพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายบางอย่าง
การนำเสนออย่างเป็นทางการอาจจะสร้างความวิตกกังวลให้ท่านอย่างมาก เมื่อท่านเดินขึ้นไปบนเวทีและทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ท่าน ถึงแม้ว่าข้อเสนอและการเตรียมข้อมูลของท่านจะเข้าท่าหรือเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน แต่หากท่านนำเสนอได้ไม่ดี ท่านอาจจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ยกตัวอย่างเช่น ท่านอาจมีแนวคิดในการปรับปรุงวิธีการทำงานที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานทำงานสำเร็จได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เนื่องจากท่านขาดทักษะในการนำเสนอ จึงทำให้เพื่อนร่วมงานสับสน ไม่เข้าใจ และนำไปสู่การไม่ยอมรับในแนวคิดของท่าน ดังนั้น เนื้อหาของการนำเสนอที่ดีอาจไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง ท่านจำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะการนำเสนอหากท่านต้องการให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน หรือในหลายโอกาสที่ต้องการน้าวใจให้คนยอมรับ ทักษะเหล่านี้สามารถเรียนรู้ได้ ท่านสามารถเรียนรู้วิธีให้การดึงความสนใจ วิธีการเรียบเรียงความคิดของท่าน วิธีการเน้นย้ำข้อมูลที่สำคัญ จนถึงวิธีการสื่อสารในการนำเสนอ กระบวนการนำเสนอจึงถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างมากสำหรับการพัฒนาตนเอง
การเตรียมการ
ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเสนอตระหนักถึงความจำเป็นของการมีความรู้ในเรื่องที่จะนำเสนอเป็นอย่างดี พวกเขามักจะแสดงความมั่นใจออกมา พวกเขายังชอบที่จะได้ตอบข้อซักถามจากผู้ฟัง เพราะมันเป็นโอกาสที่จะแสดงออกถึงความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว และช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น พวกเขาสามารถรับฟังมุมมองของผู้อื่น และสามารถเปรียบเทียบและแสดงความแตกต่างระหว่างมุมมองของตนกับของผู้อื่นได้ พวกเขาทำการบ้านและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ท่านเคยพบกับคนที่มีลักษณะที่กล่าวมาหรือไม่ ถ้าท่านเคย ท่านน่าจะมีความเชื่อมั่นในสิ่งที่พวกเขานำเสนอ ใช่หรือไม่
โดยอุดมคติแล้ว ทุกการนำเสนอที่ท่านทำควรจะแสดงให้เห็นว่า ท่านมีการเตรียมตัวและมีความรู้ในหัวข้อนั้นมาเป็นอย่างดี โดยทำสิ่งต่อไปนี้
สำหรับการนำเสนอที่มีความเป็นทางการ อาจต้องใช้เวลากันในการเตรียมการมากยิ่งขึ้น และเกี่ยวข้องกับการพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ซึ่งท่านอาจจำเป็นจะต้องถามคำถาม อาทิเช่น
เป้าหมาย
ในลำดับแรก ท่านต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของท่าน ว่าเป็นการขายความคิดบางอย่างกับคณะทำงาน หรือแค่จะแจ้งให้พวกเขาทราบเกี่ยวกับกระบวนการใหม่ โดยทั่วไปเป้าหมายของการนำเสนอจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ เพื่อแจ้งให้ทราบหรือเพื่อชักจูง เป้าหมายจะมีผลอย่างมากต่อการนำเสนอ
ถ้าเป้าหมายคือการแจ้งให้ทราบ การสื่อสารข้อมูลจะต้องจัดกระทำอย่างชัดเจนตรงประเด็นและด้วยความเข้าใจในสารเป็นอย่างดี ท่านอาจจะสามารถตรวจสอบว่าท่านประสบความสำเร็จในการนำเสนอหรือไม่ โดยการจัดให้มีการอภิปรายและใช้การถามคำถามในการตรวจสอบระดับของความเข้าใจของผู้รับสาร ในกรณีที่เป้าหมายคือการชักจูงใจ ท่านจะต้องวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อทดสอบว่าท่านได้รับพันธสัญญาที่ต้องการหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ท่านอาจถามอย่างตรงไปตรงมาว่า อีกฝ่ายเห็นด้วยหรือมีพันธสัญญาอยู่ในระดับใด
เนื้อหา
เป็นการคำนึงถึงเนื้อหาที่จะนำเสนอว่า มีความเหมาะสมและตรงใจกับสิ่งที่ผู้ฟังต้องการรับฟังหรือไม่ รวมทั้งเป็นการคำนึงถึงวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการนำเสนอเนื้อหานั้น ท่านจะต้องพยายามคัดสรรและเลือกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องอย่างตรงประเด็น
เนื้อหาจะมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับเป้าหมาย เนื้อหาในการนำของท่านจะถูกสกัดมาจากความเข้าใจในเป้าหมายของท่าน ถึงกระนั้นท่านก็อาจเลือกเนื้อหาที่ผิดพลาดได้ โดยท่านอาจเน้นประเด็นที่ท่านสนใจมากกว่าประเด็นที่ผู้ฟังสนใจ ท่านจึงควรให้ความสำคัญกับความคาดหวังของผู้ฟัง ว่าเนื้อหาในการนำเสนอเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ผู้ฟังให้ความสนใจหรือกังวลอยู่หรือไม่ แนวคิดในการนำเสนอที่ดีเกิดขึ้นได้จากการใช้ประโยชน์จากข้อกังวลต่าง ๆ ของผู้ฟังนั่นเอง
ถึงแม้ว่าเป้าหมายของท่านจะเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ท่านควรระลึกอยู่เสมอว่าการนำเสนอจัดขึ้นเพื่อประโยชน์ของเหล่าผู้ฟัง ท่านจะต้องช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจในเนื้อหาและให้อะไรบางอย่างที่มีคุณค่าในบริบทของพวกเขา
สรุปประเด็นสำคัญ
การเรียบเรียง
คำนึงถึงสถานที่ที่จะใช้ในการจัดการนำเสนอ ถ้าท่านเลือกได้ ท่านควรเลือกสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุน ยกตัวอย่างเช่น หากท่านต้องการจะได้รับการสนับสนุนความคิดของท่านจากเพื่อนร่วมงาน ท่านอาจจะเลือกนัดพบที่ร้านกาแฟที่บรรยากาศดี นั่งสบาย ๆ มากกว่าจะใช้มุมใดมุมหนึ่งในที่ทำงานที่อาจมีเสียงดังรบกวน ถ้าท่านเลือกสถานที่ไม่ได้ ท่านอาจจะจัดโต๊ะเก้าอี้ใหม่ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูสบายและทำให้ผู้ฟังเห็นและได้ยินท่านชัดเจนมากยิ่งขึ้น
การจัดวางที่นั่งในการนำเสนอมีผลอย่างมากต่อการสื่อสาร จึงเป็นเรื่องที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ถ้าท่านต้องการนำเสนอแบบเป็นทางการที่อาจไม่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังมากนัก ท่านอาจจะใข้การจัดวางที่นั่งแบบแถวตรง หรือถ้าจำนวนผู้ฟังไม่มากนัก อาจจัดวางที่นั่งแบบรูปเกือกม้าหรือตัวยู เพื่อเอื้อต่อการพูดคุยแลกเปลี่ยนมากขึ้น โดยผู้นำเสนอนั่งเป็นจุดศูนย์กลางอยู่ แต่การจัดวางที่นั่งที่เอื้อต่อการพูดคุยแลกเปลี่ยนมากที่สุด คือรูปแบบวงกลม โดยผู้นำเสนอนั่งอยู่ในวงร่วมกับผู้ฟัง รูปแบบนี้ก่อให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดมากขึ้น แต่อาจไม่เหมาะสมหากมีการใช้ทัศนูปกรณ์
เวลา
ควรวางแผนการใช้เวลาอย่างรอบคอบ ส่วนที่ควรต้องใช้เวลามากที่สุดคือ เนื้อหาหลักของการนำเสนอ ส่วนบทนำและการสรุปควรใช้เวลาไม่มากนัก หากท่านมีเวลาการนำเสนอทั้งหมดประมาณ 20 นาที ท่านอาจใช้เวลาสัก 2 นาทีสำหรับบทนำ 15 นาทีสำหรับเนื้อหาหลัก และ 3 นาทีสำหรับการสรุป
คุณสมบัติที่สำคัญ
การนำเสนอให้บรรลุผลขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ ซึ่งบางเรื่องดูเหมือนจะเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป แต่อาจเป็นเรื่องที่ท่านอาจจะหลงลืมเมื่อท่านเริ่มพูด
ความน่าสนใจของการนำเสนอถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นำเสนอแต่ผู้เดียว ท่านอาจใช้กลยุทธ์สร้างความน่าสนใจด้วยการใช้อารมณ์ขันหรือเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ยิ่งท่านสามารถนำเสนอได้ตรงกับความต้องการ ความคาดหวัง และประสบกาณณ์ของผู้ฟังได้มากเท่าไร ก็จะดึงความสนใจของผู้ฟังได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น ท่านจึงควรจดบันทึกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ฟังเพื่อเพิ่มความน่าใจในตัวของท่าน ยกตัวอย่างเช่น ท่านอาจจะนำเสนอแนวการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพของพวกเขา และนำเสนอวิธีในการทำงานของท่านที่จะให้ผลงานที่ดีและน่าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น
การนำเสนอต้องมีความชัดเจนและตรงประเด็น ในบางครั้งท่านอาจพบว่า การนำเสนอสามารถถูกจูงออกนอกลู่นอกทางได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเมื่อมีการถามคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นในการนำเสนอ ท่านจึงควรระมัดระวังไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้กระทบต่อความเข้าใจและการจดจำเนื้อหาที่สำคัญของผู้ฟัง
การนำเสนอเนื้อหาต้องมีความชัดเจน พยายามใช้คำสั้น ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์ทางวิชาการที่เข้าใจยาก การเลือกใช้คำจึงต้องคำนึงถึงระดับความเข้าใจของผู้ฟัง
ท่านควรให้ความสำคัญกับเวลาที่ใช้จริงในทางปฏิบัติ อย่าใส่เนื้อหาที่มากเกินไปภายในเวลาที่จำกัด เนื่องจากผู้ฟังอาจจะจำอะไรไม่ได้เลย โดยทั่วไปแล้ว การใส่เนื้อหาน้อยจะดีกว่าการใส่เนื้อหามากเกินไป เนื่องจากผู้ฟังจะสามารถจำสิ่งที่ท่านนำเสนอได้ ในขณะที่พวกเขาจะยินดีที่การนำเสนอจบเร็วกว่าที่วางแผนไว้! ประสบการณ์ที่ผ่านมามักพบว่า แม้ท่านจะย่อเนื้อหาแล้ว ท่านก็อาจจะไม่ได้นำเสนอเสร็จก่อนเวลาด้วย
การเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอ

ในการเตรียมเนื้อหาสำหรับการนำเสนอของท่าน ท่านจำเป็นต้องคำนึงถึงบทพูด (prompts) ที่จะใช้ระหว่างการนำเสนอ ท่านไม่ควรเขียนบทพูดแบบทุกคำพูด หากท่านทำเช่นนั้น ท่านก็อาจจะลืมบทพูดเมื่อท่านมองไปที่ผู้ฟัง หรือร้ายยิ่งกว่านั้น ท่านอาจจะดูเหมือนกำลังอ่านบทอยู่ ฉันจะจำบทพูดได้เกือบสมบูรณ์หากท่านทำการซ้อมหลาย ๆ ครั้ง
สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือ การใช้คำหรือสำนวนเป็นเสมือนหัวเรื่อง ฉันอาจจะใช้คำหรือสำนวนเหล่านี้ในโปรแกรมนำเสนอ เช่น PowerPoint หรือใช้บัตรบันทึก (Cue Cards) ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมก็ได้ หรือท่านอาจใช้ทั้งสองรูปแบบ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เนื่องจากท่านสามารถจดบันทึกสิ่งที่ท่านไม่ต้องการให้ผู้ฟังได้เห็นไว้ในบัตรบันทึก ยกตัวอย่างเช่น ท่านอาจต้องการระบุตำแหน่งที่ท่านจะเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่สนุกสนาน หรือตำแหน่งที่ท่านต้องการแสดงความโปร่งใส
การวางโครงของการนำเสนอ
โครงสร้างของการนำเสนอมีความสำคัญยิ่งต่อความเข้าใจในเนื้อหา
โครงสร้างที่ดีจะสร้างผลกระทบที่มากที่สุดในเวลาที่จำกัดที่สุด
โครงสร้างยังช่วยให้ผู้ฟังของท่านติดตามเนื้อหาเรื่องราวที่ท่านนำเสนอได้ทันและได้รับสารที่วางไว้อย่างชัดเจน
โครงสร้างของการนำเสนอที่ดียังช่วยให้การเรียบเรียงความคิดมีความชัดเจนอีกด้วย
โครงสร้างของการนำเสนอมีความสำคัญยิ่งต่อความเข้าใจในเนื้อหา
โครงสร้างที่ดีจะสร้างผลกระทบที่มากที่สุดในเวลาที่จำกัดที่สุด
โครงสร้างยังช่วยให้ผู้ฟังของท่านติดตามเนื้อหาเรื่องราวที่ท่านนำเสนอได้ทันและได้รับสารที่วางไว้อย่างชัดเจน
โครงสร้างของการนำเสนอที่ดียังช่วยให้การเรียบเรียงความคิดมีความชัดเจนอีกด้วย

เนื้อหาหลัก (The Main Body)
เนื้อหาหลักคือส่วนที่ท่านจะนำเสนอประเด็นสำคัญที่ควรเรียบเรียงอย่างเป็นเหตุเป็นผลและเรียบง่ายที่สุด โดยทั่วไประดับความสนใจของผู้ฟังในเนื้อหาส่วนนี้จะอยู่ในช่วงที่ต่ำที่สุด ดังนั้นท่านจึงควรทำให้การนำเสนอส่วนนี้ง่ายต่อการที่ผู้ฟังจะจำในสิ่งที่ท่านพูดได้ ด้วยการใช้หัวข้อย่อยในการช่วยจัดกลุ่มความคิดให้กับผู้ฟัง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับการเขียนรายงาน
หากท่านต้องการให้ผู้ฟังฟังเนื้อหาที่สำคัญได้ ท่านไม่ควรจะใส่เนื้อหามากจนเกินไป การกล่าวซ้าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยได้ ในบางครั้งท่านอาจจะกำหนดหัวข้อย่อยเพียงไม่กี่ห้วข้อ แต่ท่านสามารถเพิ่มการเสริมแรงได้ด้วยการใช้วิธีการอธิบายที่แตกต่างกัน
ยกตัวอย่างเช่น ท่านอาจใช้การถอดความ (paraphrase) ด้วยการยกตัวอย่างหรือหลักฐานสนับสนุนที่แตกต่างกัน หรือการอ้างอิงจากหลากหลายแหล่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อท่านต้องการโน้มน้าวให้ผู้ฟังคล้อยตามเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง ท่านอาจจะต้องหลักฐานสนับสนุนที่มีความเป็นกลางเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ฟังเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในเจตนาของท่าน
การสรุป (The Conclusion)
การสรุปไม่ใช่เพียงแค่การเติมบางอย่างเข้าไปในช่วงท้ายของการนำเสนอเพื่อให้จบได้สวยงาม การสรุปถือเป็นช่วงที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากเนื้อหาในส่วนนี้มักจะเป็นสิ่งที่ผู้ฟังจดจำได้มากกว่าเนื้อหาหลัก
จงระลึกว่า ผู้ฟังมักจะจดจำประโยคต้นและประโยคสุดท้ายได้ดีที่สุด ดังนั้นการสรุปจึงเป็นโอกาสที่ท่านจะกล่าวซ้ำและเน้นย้ำในส่วนที่สำคัญ การสรุปยังทำให้ท่านนำเสนอภาพรวมที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจสิ่งที่ได้นำเสนอไปแล้วได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
การสรุปยังถือเป็นโอกาสที่ท่านจะทำให้ผู้ฟังออกจากการนำเสนอไปด้วยความรู้สึกเชิงบวก ดังนั้นท่านจึงควรเตรียมการพูดประโยคทิ้งท้าย ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกและทำให้ผู้ฟังจดจำประเด็นสำคัญติดตัวไปด้วย
ข้อสรุปด้านการพูด
การสร้างอารมณ์ร่วม (Set the Tone)
การคงความสนใจ (Maintaining interest)
การรู้จักผู้ฟัง (Knowing your audience)
อารมณ์ขัน (Humor)
การแต่งกาย (Dress)
การหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวน (Avoiding Distractions)
การหลีกเลี่ยงการขัดจังหวะ (Avoiding Interruptions)
การมองผู้ฟัง (Look at the Audience)
การใช้เสียง (Using Your Voice)
การใช้คำ (Words)
ท่าทาง (Gesture)
ตำแหน่งของผู้นำเสนอ (Presenter’s Positions)
ประเภทผู้นำเสนอ
เราจะสามารถจัดกลุ่มผู้นำเสนอได้เป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
การใช้ทัศนูปกรณ์
ทัศนูปกรณ์ที่ใช้ในการนำเสนอปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลายหลาย และบางประเภทมีความสามารถที่ซับซ้อนอย่างมาก หากท่านสามารถเป็นเจ้าของหรือเข้าถึงบริการอุปกรณ์เหล่านี้ ท่านก็อาจนำมาใช้ในการยกระดับการนำเสนอของท่านได้ อย่างไรก็ดี การใช้ทัศนูปกรณ์ควรมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา และไม่ควรนำมาใช้เพียงเพื่อจะแสดงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะสร้างความประทับใจกับผู้ฟัง ในกรณีที่ท่านต้องการใช้ทัศนูปกรณ์เพื่อพัฒนาสื่อที่ล้ำสมัย ท่านอาจหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไป และพิจารณาประเด็นด้านล่างนี้
ทัศนูปกรณ์ (Visual Aids)
ที่มา ; Thailandleadership