สมาชิกเข้าสู่ระบบ

กรณีครูชัยยศถูกปลดออกจากราชการกรณีทุจริตอาหารกลางวันนักเรียน

เรื่องราวของคุณครูท่านหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวันของโรงเรียนนั้น เริ่มต้นเมื่อปี 2562 เมื่อชาวบ้านเดินขบวนขับไล่ ผอ. กับครูผู้หญิงอีกหนึ่งคนเนื่องจาก

1. การทุจริตค่าอาหารกลางวัน เนื่องจากเด็กนักเรียนแจ้งผู้ปกครองว่าอาหารกลางวันของโรงเรียนไม่พอกินและขาดคุณภาพ

2. ทุจริตการก่อสร้างอาคารภายในโรงเรียนสร้างไม่ได้คุณภาพ แต่ลงนามในเอกสารให้ผ่าน

3. กรณีเรื่องมียอดเด็กพักนอนในโรงเรียนมีจำนวน 60 คน แต่มีการรายงาน มีจำนวนมากขึ้น 150-160 คน

เมื่อเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ปปช.ก็ลงพื้นที่ตรวจสอบ และในที่สุดก็เป็นที่มาของการชี้มูลความผิด จากเป้าหมายที่จะไล่ ผอ.และครูผู้หญิงกับกลายเป็นว่าครูผู้ชายท่านหนึ่งซึ่งเป็นที่รักของนักเรียน ครูผู้ซึ่งมีผลงานได้รับรางวัลมากมาย ต้องได้รับผลกระทบด้วยเพราะเป็นกรรมการตรวจรับที่ เซ็นตรวจรับโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ถูกต้องว่าสิ่งที่ผู้ดำเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันได้ทำถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ล่าสุด อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมการศึกษาเขต เชียงใหม่ เขต 5 ได้มีมติปลดออกจากราชการแล้ว

จึงอยากเตือนว่าคำพูดที่บอกว่า "เซ็นไปเถอะไม่มีอะไรหรอก เราทำเพื่อเด็ก มันไม่ผิดหรอก เด็กจะได้กินกันทุกคน" จะเป็นสิ่งอันตรายต่อชีวิตราชการของท่าน โปรดระมัดระวัง

ขออนุญาตคุณครูผู้ได้รับผลกระทบ ขอเสนอเรื่องราวเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเพื่อนครู

ต้นเรื่องเมื่อปี 2562  ; ครูชัยยศ” ถูกป.ป.ช.ปลดออก กรณีเซ็นตรวจรับอาหาร ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง

มื่อวันที่ 20 พ.ย.2566 ที่ผ่านมาทาง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมการศึกษาเขต5 (สพป.5) ตั้งอยู่อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ชี้มูลความผิด นายชัยยศ สุขต้อ อายุ 58 ปี ครูชำนาญการพิเศษ (คศ.3) โรงเรียนยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ชี้มูลความผิด ปลดออกตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเป็นผู้ถูกกล่าวหาคนที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานปฎิบัติ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 

ทั้งนี้มีผู้ถูกดำเนินคดีจัดซื้ออาหารกลางวัน เด็กนักเรียนโรงเรียนยางเปา มาตั้งแต่ปี 2562 จำนวน 4 คน ป.ป.ช.ชี้ความผิดและถูกปลดออกไปแล้ว มี ผอ.และครูอีก 2 คน มีครูชัยยศฯรวมอยู่ด้วย ส่วนครูอีกคนหนึ่งย้ายไปอยู่พื้นที่ สพป.4 อยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาความผิด

ทางด้าน ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมรักษาสิทธิผู้บริหารการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ท่านมาช่วยในด้านการร่างคำอุทธรณ์ ให้ครูชัยยศฯจะได้ดำเนินการส่งหนังสืออุทธรณ์ไปยัง อ.ค.ส.กรุงเทพฯภายในวันที่ 20 ธ.ค.2566 นี้ 

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2566 หลังจากที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมการศึกษา เขต5 (สพป.5) พิจารณาชี้มูลความผิดปลดออกครูชัยยศฯแล้ว ด้วยความอัดอั้นตันใจ ทั้งที่เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ตรวจรับพัสดุ ไม่เกี่ยว ข้องกับการจัดซื้อ ต้องถูกชี้มูลความผิดอาญาร้ายแรงถึงขั้นปลดออก และทำหนังสือร่ายยาวความในใจมีข้อความดังนี้

วันนี้ ผมได้ร่างหนังสือการส่งมอบงานในหน้าที่ ที่ได้รับผิดชอบให้กับผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะข้าราชการครูที่ถูกสั่งปลดจาก ป.ป.ช. เนื่องจากมีโทษวินัยอย่างร้ายแรงและมีโทษทางอาญา น่าสะท้อนใจไปไม่น้อย กับตัวเองที่ไปเซ็นในการตรวจรับอาหารที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ ต้องมาพิมพ์ระบุโทษของตนลอกจากคำสั่งที่ได้มา คิดไม่ถึงเลยว่ากฎหมาย-ตัวหนังสือจะฆ่าคนทั้งเป็น.

ย้อนไปแต่หนหลังที่ผมเป็นวัยรุ่น ผมอยากเป็นครู อยากเป็นผู้สร้าง อยากเป็นผู้ปั้นแต่งและเปลี่ยนแปลงชีวิตลูกศิษย์ให้ก้าวหน้าและมีโอกาสทางการศึกษา เหมือนกับผมที่ถูกครูอาจารย์ขัดเกลามา. มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นครู. แม้หนทางในการศึกษาริบหรี่แต่ก็อดทนและใช้ความเพียรพยายามอย่างมาก จนปี 2540 ได้มาเป็นครูสมใจ อยู่ที่หมู่บ้านแม่โขง โดยเดินทางเข้าป่าไปด้วยระยะทาง 57กิโล ฝ่าแดดฝ่าฝน สัตว์ป่า พม่าเร่ขายหม้อ แต่ไม่เคยบ่นเคยท้อ ผมได้ใช้เวลาอยู่กับนักเรียนและชาวบ้านจนพูดภาษถิ่นของเขาได้ เพื่อนำมาประยุกต์ในการเรียนการสอนและใช้โอกาสต่อเติมทักษะความรู้ให้กับลูกศิษย์. สิ่งใดที่ผมทำไม่ได้ผมก็ออกไปอบรมเรียนรู้มาต่อเติมให้ผู้เรียน จนนักเรียนมีรางวัลถึงระดับประเทศหลายสาขา ไม่เพียงแค่วิชาศิลปะเท่านั้น. และต่อยอดให้โอกาสทางการศึกษา จนผู้ใหญ่มองเห็นเป็นสิ่งสำคัญและมอบรางวัลให้กับผมมา..ผมเฉยๆกับเสื้อผ้าอาภรณ์ของข้าราชการนะครับ แต่ผมภูมิใจในอาชีพข้าราชการครู และภูมิใจในสิ่งที่ผมได้ปฏิบัติมากกว่า.

ไม่น่าเชื่อนะครับว่า อาชีพข้าราชการนั้นจะมาทำลายอาชีพข้าราชการของผมเอง. ความภาคภูมิใจในอาชีพข้าราชการครูของผมถูกสะกัดกั้นเหมือนโดนฟ้าผ่า ความศรัทธาที่ฝังแน่นอยู่ในมโนจิตของผมถูกชำละล้างเลือนหาย…ภาพความผูกพันในห้องเรียนคงถูกกลืนหายไปกับการเวลาที่ไม่อาจย้อนคืน. ทุกวันนี้ในความรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความผิดอะไร. เหมือนฝันไปแต่ความเป็นจริงของโทษที่ได้รับ เหมือนกับผมฆ่าคนมาเป็นร้อย. คิดวนไปว่า ถ้าผมรู้ว่าชีวิตผมจะมาพบเจอเรื่องเลวร้าย และพบจุดอวสานของข้าราชครูแบบนี้จนเป็นบาดแผลในชีวิต ผมจะขอเอาปณิธานที่ตั้งใจไว้เก็บไว้ในหัวใจ พร้อมเอาใบปริญญาแขวนไว้ข้างฝาก็พอ นั่งวาดภาพขายไปหรือไม่ก็เป็นชาวนาแบบพ่อแบบแม่ เหนื่อยจากงานก็พักพักแล้วก็หายเหนื่อย และคงไม่มีปัญหามากระทบใจและไร้มลทินดั่งเช่นที่เราพบเจอในตอนนี้. นี่ก็เหลือเวลาเพียงแค่ 4 วันเท่านั้น ทุกอย่างผมถูกเขาคืนความอิสระมาให้ผมหมดแล้ว…ที่ผ่านมาผมเป็นคนเป็นครูธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ยึดติดอำนาจ ไม่ยึดติดลาภยศสรรเสริญใดๆเลยครับ มีแต่ความรักความเมตตาต่อผู้คนด้วยความจริงใจ

ค่ำคืนนี้ผมขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มีความรักความเมตตาต่อผม ที่ได้เกี่ยวข้องมาช่วยงานผมและผมขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มอบรางวัลอันสูงค่าให้กับผม ไม่ว่าจะเป็นรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า. มูลนิธิรางวัลครูเจ้าฟ้ามหาจักรี สสค. สพฐและสำนักงานอื่นๆมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง ที่มอบรางวัลให้กับผมมา ให้ผมรู้ถึงคุณค่าของงานตามจรรยาบรรณของครูที่ควรจะเป็น…ขอบคุณมากๆครับผม…รักและคิดถึงเพื่อนพ้องนัองพี่คณะครู-โรงเรียน-นักเรียน-ชาวบ้านและทุกๆคนครับบ..

อย่างไรก็ตาม ครูชัยยศฯเมื่อถูกปลด ออกจากราชการได้หันมาเปิดร้านขายโรตีที่บ้านแปลง 1 อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ และล่าสุดไปขายโรตีที่งานยี่เป็ง อ.อมก๋อย เพื่อเลี้ยงครอบครัว

ที่มา ; Chiangmainews 30 Nov 66

ข่าวเกี่ยวกัน

ผู้ปกครองและนักเรียน โรงเรียนยางเปา ทนพฤติกรรม ผอ.ไม่ไหว รวมตัวขับไล่ให้พ้นจากพื้นที่

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 ก.ย. 2562 ผู้ปกครอง และนักเรียน บ้านยางเปา เหนือ และยางเปาใต้ หมูที่ 2 และ 24 จำนวน 500 คน ได้รวมตัวกันมาชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่ นายจรัส สุพรรณ ผอ.รร.บ้านยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และนางบุญญานุช ใจจิตตา (ครูป๋อง) ให้ออกจากพื้นที่ภายในเวลา 24 ชม. สาเหตุเนื่องจากมีการบริหารโรงเรียนไม่โปร่งใสที่เป็นปัญหามานานหลาย 

โดยสามารถสรุป กรณี นายจรัส สุพรรณ ผอ.รร.บ.ยางเปาใต้ ดังนี้

1. การทุจริตค่าอาหารกลางวัน เนื่องจากเด็กนักเรียนแจ้งผู้ปกครองว่าอาหารกลางวันของโรงเรียนไม่พอกินและขาดคุณภาพ

2. ทุจริตการก่อสร้างอาคารภายในโรงเรียนสร้างไม่ได้คุณภาพ แต่ลงนามในเอกสารให้ผ่าน

3. กรณีเรื่องมียอดเด็กพักนอนในโรงเรียนมีจำนวน 60 คน แต่มีการรายงาน มีจำนวนมากขึ้น 150-160 คน

นอกจากนี้ผู้ปกครองไม่พอใจ นางบุญญานุช ใจจิตตา ครู รร.บ้านยางเปาใต้ กรณี นำน้ำผลไม้ที่ได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญ (ภาคเอกชน) เพื่อให้แจกจ่ายแก่เด็กนักเรียน เมื่อ 28 ส.ค. 62 แต่นางบุญญานุช นำไปขายให้กับเด็กนักเรียนในราคากระป๋องละ 3 บาท 

ดังนั้นการที่ผู้ปกครองรวมตัวกันประท้วงในวันนี้ เพื่อต้องการให้บุคคลทั้งสองคนออกจากพื้นที่ภาย 24 ชม. และให้ทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบให้คลายปัญหาตอบผู้ปกครองและนักเรียนต่อ สำหรับโรงเรียนบ้านยางเปามีจำนวนนักเรียน 400 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาที่ 3 นอกจากนี้โรงเรียนยังรับเด็กที่มีบ้านไกล เดินทางมาโรงเรียนลำบากมากินนอนอยู่กับโรงเรียนบางส่วนอีกด้วย

อย่างไรก็ตามได้มีแหล่งข่าวในพื้นที่ไม่ประสงค์ออกนาม ออกเปิดเผยว่าพฤติกรรมผู้บริหารและคุณครูในพื้นที่อีกหลายโรงเรียนที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ แต่ผู้ปกครองไม่กล้าออกมาขับไล่เหมือนในครั้งนี้ อยากจะให้หน่วยงานระดับจังหวัดลงมาตรวจสอบเพื่อไม่ให้นักเรียนถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างทุกวันนี้ 

ที่มา ; Chiangmainews 26 ก.ย. 62

เกี่ยวข้องกัน

ครูชัยยศ’ ถูกปลดต้องไปขายโรตี เหตุหวังดีเซ็นซื้อข้าวให้มัธยมกินด้วย เรือจ้างรุ่นใหม่สะเทือนใจ

จากกรณี นายชัยยศ สุขต้อ ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ (คศ.3) โรงเรียนยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ สืบเนื่องจาก ครูชัยยศ เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุอาหารกลางวันนักเรียน ที่อดีตผู้บริหารสถานศึกษาฯ ระบุว่าเป็นการบริหารจัดการอาหารกลางวันเด็ก จากเด็กอนุบาลและประถมศึกษา ให้เด็กระดับมัธยมได้กินด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นนักเรียนกินนอน ครอบครัวยากจน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีรายงานว่า มีผู้ถูกดำเนินคดีจัดซื้ออาหารกลางวัน เด็กนักเรียนโรงเรียนยางเปา มาตั้งแต่ปี 2562 จำนวน 4 คน ป.ป.ช.ชี้ความผิดและถูกปลดออกไปแล้ว มี ผอ.และครูอีก 2 คน ที่มีครูชัยยศ รวมอยู่ด้วย ส่วนครูอีกคนหนึ่งย้ายไปอยู่พื้นที่ สพป.4 อยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาความผิด

สำหรับ โรงเรียนยางเปารายหนึ่ง ทราบว่า โรงเรียนแห่งนี้เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งปกติภาครัฐได้จัดงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้เฉพาะเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลและประถมศึกษาเท่านั้น ทำให้เด็กชั้น ม.ต้น ไม่ได้รับงบประมาณก้อนดังกล่าว ทางผู้บริหารโรงเรียนจึงเห็นว่าเด็กนักเรียน ม.ต้น กลุ่มนี้ ไม่ได้อยู่กับผู้ปกครอง และส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่มีแม้กระทั่งเงินมาโรงเรียน

ทางโรงเรียนจึงได้มีการบริหารจัดการงบประมาณ และจัดซื้อวัตถุดิบอาหารกลางวัน เพื่อให้เด็กนักเรียนกินนอนที่เรียนชั้น ม.ต้น ด้วยภาวะงบประมาณที่มีจำกัด จนมีคนร้องเรียนกับ ป.ป.ช. และมีการชี้มูลความผิดในที่สุด จนถูกปลดออกจากราชการ ปัจจุบันครูชัยยศผันตัวไปขายโรตีที่บ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สมัยรับราชการได้พาเด็กๆ ที่ยากจนไปช่วยกันขายโรตีเพื่อหาทุนการศึกษา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเพจ วันนั้นเมื่อฉันสอน” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.6 แสนคน ได้โพสต์เรื่องราวของครูชัยยศ และระบุว่า จบแล้วนะครับ กับกรณีครูที่ตรวจรับอาหารกลางวัน แม้ลูกศิษย์ที่เคยเรียนจะยื่นทัดทานอย่างไร แต่ผลสุดท้ายลงเอยโดยการถูก “ปลดออกจากราชการ”

ทางเพจ วันนั้นเมื่อฉันสอน ติดตามกรณีครูทำอาหารกลางวันในโรงเรียนขยายโอกาสเลี้ยงเด็กบนดอยซึ่งงบประมาณครอบคลุมแค่ ป.6 แต่นำไปเลี้ยงจนถึง ม.3 คำว่าโรงเรียนขยายโอกาส คือ โรงเรียนที่เด็กไม่มีทางเลือก ยากจนและขาดโอกาส ทำให้คนเป็นครูอดไม่ได้ที่จะเห็นลูกศิษย์ทนหิวคนหนึ่งกินอีกคนไม่ได้กิน ไม่มีนิยามใดบนโลกที่บอกว่าเมื่อขึ้น ม.1 ความยากจนจะหมดพ้นไป จึงต้องกระทำไปแบบนั้น

งบเท่าเดิมคนมากขึ้นย่อมกระทบต่อปริมาณและคุณภาพเป็นมูลเหตุให้ผู้ปกครองบางคนไม่พอใจและร้องเรียน แทนที่จะชื่นชมว่างบประมาณเท่านี้แต่สามารถเลี้ยงคนได้มากกว่าที่ให้ กลับหาทางเล่นงาน

ครูชัยยศเองมีชื่อเป็นกรรมการตรวจรับ ซึ่งยอมรับว่าไม่ได้มีความรอบคอบมากพอโดนหางเลขไปด้วยเนื่องจากมีการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามระเบียบ ผลสุดท้ายไม่ว่าจะทำคุณงามความดีมาขนาดไหน ได้รางวัลอะไรส่งนักเรียนเรียนต่อถึงปริญญาตรี อุทิศเวลาทั้งชีวิตเพื่อสั่งสอนเด็ก แต่เส้นทางราชการก็ต้องสิ้นสุดลง ไม่มีใครช่วยเหลือได้ ไม่มีอะไรปกป้อง 

ผมขอคุยกับครูชัยยศแต่เจ้าตัวเหมือนรับสภาพไปแล้ว สูญสิ้นศรัทธาต่อความดีงามไม่อยากที่จะคุยกับผม จนกระทั่งเย็นแกจึงยอมเล่าเพื่อเป็นอุทาหรณ์ 

ผู้ชายคนหนึ่งที่ใช้เงินตัวเองส่งเสียลูกศิษย์บ่มเพาะและสั่งสอนจนเรียนจบได้ดีมีการมีงาน มั่นใจอย่างแน่แท้ว่าเขาไม่ได้มีผลประโยชน์จากอาหารกลางวันนี้ แต่ต้องมาจบเส้นทางราชการลง เพราะมีชื่อเป็นกรรมการตรวจรับทั้งที่เขาไม่เคยได้รับผลประโยชน์อันใดจากมัน

ด้วยคำตัดสินที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่มีสถานอื่นใดนอกจากออกจากราชการเท่านั้น ครูชัยยศยอมรับว่าไม่ได้มีความรู้มากมายในเรื่องพัสดุ เพราะตนเป็นครูผู้สอน แต่ความผิดที่ได้รับนั้นตนไม่ได้ประโยชน์แต่กับลงทัณฑ์อย่างสาหัส ไม่มีรอมชอม และถูกตราหน้าว่าผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

คนที่ไม่เคยได้ประโยชน์อันใดจากสิ่งที่ทำกลายเป็นคน “ทุจริต”

ใครที่ผ่านไปทางอมก๋อยก็ฝากอุดหนุนโรตีของครูเขาด้วยนะครับ เพราะนั่นคืออาชีพเดียวที่เขาหลงเหลืออยู่ ชายที่อุทิศทั้งชีวิตเพื่อนักเรียนหมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง

เรื่องนี้อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้เขียนเห็นว่าในโรงเรียนขยายโอกาส ถ้าโรงเรียนบริหารจัดการได้ก็ควรให้เลี้ยงได้ถึง ม.3 เลย หรือจะให้ดีก็ควรมีงบประมาณมาเพิ่ม

ความยุติธรรมที่มาช้าคือ ความอุยติธรรม บางทีผมก็สงสัยนะว่า ทำไมครูไทยต้องมาทำอะไรแบบนี้ เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งยังเอากระดูกมาแขวนคอ เมื่อไหร่จะให้ครูได้ต่อสู้แค่กับความไม่รู้ของนักเรียนเพียงอย่างเดียว นี่คือสิ่งที่กระทำต่อครูโดยระบบการศึกษา ครูไม่ได้ประโยชน์จากการตรวจรับแต่เวลาลงทัณฑ์ ประหัตประหารกันถึงขีดสุด

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับครูรุ่นใหม่ว่าหากไม่อยากออกจากราชการและอยู่จนเกษียณอย่าไปยุ่งกับการตรวจรับ ไม่รู้อย่าเซ็น ไม่แน่ใจอย่าเซ็น ไม่ละเอียดอย่าเซ็น ผิดมาจะอ้างไม่รู้ไม่ได้ เพราะไม่มีความดีใดปกป้องคุณได้ และเรื่องนี้จะยังเป็นชะตากรรมที่ครูไทยต้องพบเจอสืบไป

หากคุณคิดว่าสิ่งที่ครูคนหนึ่งที่ทำเพื่อเด็กเหมาะสมแล้วก็เลื่อนผ่านโพสนี้ไปไม่ใช่เรื่องของเราซักหน่อย แต่หากคุณคิดว่ามันไม่ถูกต้องโปรดช่วยแชร์เรื่องราวนี้ออกไปเพื่อช่วยเหลือให้มนุษย์ผู้หนึ่งยังไม่สิ้นศรัทธาในความถูกต้องและขอให้ทบทวนเพื่อมีการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ครูชัยยศ ได้ทุ่มเทชีวิตสอนหนังสือเด็กนักเรียนพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร เด็กนักเรียนในพื้นที่ อ.อมก๋อย มานาน 26 ปี เคยได้รับรางวัลครูดีเด่นมา 10 รางวัล รางวัลที่ภาคภูมิใจที่สุด คือ รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อปี 2553 ได้เงินรางวัล 2 หมื่นบาท ได้นำมาซื้ออุปกรณ์เรียนรู้ศิลปะ และทำโครงการให้นักเรียน

นอกจากนี้ ขณะที่รับราชการตั้งแต่ปี 2540 ได้พานักเรียนขายของและโรตี ตามงานในอำเภออมก๋อย และหาทุนการศึกษาจากที่อื่น เพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์ได้เรียนต่อ บางรายจบพยาบาล รับราชการเป็นครู และศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นรวม 42 คน

ที่สำคัญ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ยังเคยสัมภาษณ์ครูชัยยศ ในคอลัมน์ “ครูฮีโร่” ด้วย 

 

ครูรุ่นใหม่ สะเทือนใจ เคส ‘ครูชัยยศ’ ถูกปลดพ้นราชการ เหตุเซ็นรับงบข้าวกลางวันประถม แต่ให้เด็กมัธยมที่ยากไร้กินด้วย สุดท้ายต้องหันมาขายโรตี 

 

; มติชนออนไลน์ วันที่ 6 ธันวาคม 2566

เกี่ยวข้องกัน

ล่าสุด ปปช.ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แล้ว ตามภาพ

เกี่ยวข้องกัน

'นิติพล' ยกกรณีครูชัยยศ สะท้อนการศึกษาไทยต้องเร่งปฏิรูป 

นิติพล ผิวเหมาะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนสิ่งแวดล้อม พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขณะนี้กรณีของ ครูชัยยศ สุขต้อ อดีตครูโรงเรียนบ้านยางเปา อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ กำลังเป็นข้อถกเถียงขึ้นในสังคม เนื่องจากมีการนำเอางบอาหารกลางวันสำหรับเด็กประถม ไปจัดหาอาหารให้เด็กมัธยมด้วย เพราะเด็กมัธยมไม่มีสวัสดิการในส่วนนี้ จนทำให้ถูกสอบสวนโดย ป.ป.ช. ซึ่งพบว่ามีความผิดจริงทำให้ต้องออกจากราชการ 

นิติพล กล่าวว่า ในฐานะคนเชียงใหม่ที่มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ มีความเห็นว่า เรื่องนี้สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาใหญ่มากของการศึกษาไทย ซึ่งต้องมองแยกออกเป็น 2 ประเด็นด้วยกัน คือปัญหาของนักเรียนที่มีอยู่จริง และกระบวนการจัดซื้ออาหารของครูชัยยศมีความผิดหรือไม่ 

ในเรื่องแรกต้องยอมรับว่าปัจจุบันยังมีเด็กอีกเป็นจำนวนมากเข้าไม่ถึงการศึกษาด้วยปัจจัยเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งอาจรวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่น มีความห่างไกล เดินทางลำบากและเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย ขณะที่สวัสดิการทางการศึกษายังไม่ครอบคลุมพอ อย่างงบอาหารกลางวันจำกัดแค่ระดับประถม ทั้งที่ในความเป็นจริงหากเขาเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมก็ไม่ได้หมายความว่าเขามีฐานะดีขึ้น แต่กลับเป็นค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น บางแห่งไม่ใช่แค่รายจ่ายค่าอาหารเท่านั้น แต่ต้องขึ้นรถไปเรียนในตัวเมือง เพราะในชุมชนไม่มีโรงเรียน

"ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องแก้ไขใน 2 ส่วน คือถึงเวลาต้องกระจายอำนาจเพื่อให้งบลงไปอยู่ที่ท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นออกแบบสวัสดิการศึกษาที่เหมาะกับลูกหลานของเขาตามปัจจัยพื้นที่ ไม่ว่างบอาหาร รถโรงเรียน หรือแม้แต่การสนับสนุนกิจกรรมเสริมการศึกษา เช่น ชมรมต่างๆ หรืออุปกรณ์ทางการศึกษา เป็นต้น 

"ประการต่อมาคือ การศึกษาต้องเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า งบอาหารกลางวันต้องครอบคลุมไปจนจบมัธยมปลาย หรืออาชีวะ เพื่อที่อย่างน้อยจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง เพราะหากการศึกษายังคงเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเรียนสูงขึ้น สิ่งที่ตามมาเมื่อถึงช่วงชั้นรอยต่อ เช่น ป.6 ต่อ ม.1 หรือ ม.3 ต่อ ม.ปลาย จะพบเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจำนวนมาก เพราะครอบครัวมักตัดสินใจให้เด็กออกมาหางานทำเพื่อแบ่งเบาภาระ ซึ่งค่าอาหารมีส่วนสำคัญที่จะดึงเด็กให้ยังอยู่ในระบบการศึกษา และการศึกษาที่สูงขึ้นมีส่วนสำคัญให้ครอบครัวนั้นๆหลุดพ้นวงจรความยากจนข้ามรุ่นได้" 

ประการต่อมา ในส่วนกระบวนการจัดซื้ออาหารของครูชัยยศ ผิดหรือไม่ หากมองในเชิงขั้นตอน ต้องบอกว่าผิดแม้มาจากเจตนาที่ดีคือช่วยเหลือเด็กๆที่ลำบาก ดังนั้น เมื่อปัญหาเกิดขึ้นจึงมีทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ 

"ปัญหาเฉพาะหน้าคือเมื่อมองจากเจตนาเป็นเจตนาที่ดี เป็นความพยายามจัดการปัญหาของเด็กๆจากครูคนหนึ่งท่ามกลางปัญหาที่มี ดังนั้นผมจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคุยกันเพื่อเปิดทางให้มีการอุทธรณ์เพื่อคืนอาชีพและศักดิ์ศรีกลับมาให้ครูชัยยศโดยเร็ว การมีครูคนหนึ่งที่มีความเห็นอกเห็นใจเด็กเป็นที่ตั้งอยู่ในระบบการศึกษา ผมเชื่อว่านั่นคือการสร้างคนที่มีความเป็นมนุษย์โดยที่เราแทบไม่ต้องใส่อะไรวุ่นวายอย่างพวกค่านิยม 12 ประการไปให้เด็กท่องจำด้วยซ้ำ" 

ส่วนในระยะกลางและระยะยาว ปัญหานี้เกิดจากการเอางานที่ไม่ควรเป็นของครูมาโยนให้ครูทำ ถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไป เชื่อว่าก็คงมีปัญหาที่อื่นอีก การจัดหาจัดซื้อเป็นงานทางธุรการ มีกระบวนการขั้นตอนหลายอย่าง หากพลาดไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ย่อมมีความยุ่งยากตามมา ซึ่งกระทบต่อการเรียนการสอนที่เป็นงานหลักของครูอย่างแน่นอน ดังนั้น สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการควรทำคือการคืนครูกลับห้องเรียน แล้วไปหาฝ่ายธุรการที่มีหน้าที่โดยตรงมารับผิดชอบในงานนั้นๆ อย่าให้ครูรับภาระงานที่ไม่ควรเป็นของครูซึ่งปัจจุบันนี้ภาระล้นเกินไปมากแล้ว

ที่มา :www.amarintv.com

 

เกี่ยวข้องกัน

เปิดใจ “ครูชัยยศ” ไม่ยอมรับความผิดวอนดูเจตนา อีก 2 ปีเกษียณไม่มีทางทรยศอาชีพ พ้อมี 62 รางวัลการันตี แต่กลับต้องมาแปดเปื้อน 

ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับอาหารกลางวัน มีการนำอาหารในส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาแบ่งให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เป็นไปตามระเบียบ แต่ข้อเท็จจริงอีกมุมจากฝั่ง ป.ป.ช. มีคนร้องเรียนเรื่องโภชนาการในโรงเรียน จนทำให้ลงไปตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นสาเหตุที่ตรวจพบว่าครูชัยยศเป็นหนึ่งในครูที่ได้ลงลายเซ็นลงในเอกสารตรวจโดยไม่รู้เพราะเชื่อใจผู้ร่วมงาน เห็นใจแต่ต้องทำตามกฎหมาย    

รายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 8 ธ.ค. 66 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์ ครูชัยยศ และ ภูเทพ ทวีโชติธนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการฯ รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช.และรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้ง ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล

เป็นครูมากี่ปีแล้ว?

ชัยยศ : 30 ปีทั้งเอกชน แต่บรรจุ 20 ปี 

เป็นครูอยู่บนดอย?

ชัยยศ : ตลอดครับ ไม่มีมาสอนด้านล่าง ผมมีชุมนุม และโครงการที่ได้รับรางวัล และได้รับการต่อยอดให้นักเรียนเสมอๆ เป็นโอกาสให้นักเรียนที่ผมได้ดูแลด้วย เลยไม่อยากย้ายไปไหน

เป็นครูที่เด็กนักเรียนในพื้นที่รักและเทิดทูน เรียกพ่อครู แล้วเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น?

ชัยยศ :  เบื้องต้นมีชาวบ้านเดินขบวน อยากให้ผอ.และบุคคลที่สองย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งบุคคลที่สองคือคุณบุณยานุช ครูอีกคนนึง ได้โยกย้ายออกไปนอกพื้นที่ไปสอนโรงเรียนอื่น เขาก็ให้ผมอยู่รักษาการณ์ แต่ตอนนั้นขวัญและกำลังใจเราเสียไปหมดแล้ว เพราะจะทำยังไงให้เราอยู่รอด ตอนนั้นผมตำแหน่ง คส.2 ซึ่งตำแหน่งที่รักษาการจริงๆ ต้องคส.3 แต่เราอยู่มานานเลยได้รักษาการ พออยู่ไปนานวัน ป.ป.ช.ก็เข้ามา ผมยังไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะคิดว่าป.ป.ช.เข้ามาเพราะเรื่องผู้อื่นไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ด้วยเอกสาร ตัวหนังสือก็ทำให้ตกใจทีหลัง วันที่ระบุไป ก็ไม่รู้ตัวเองผิดอะไร จริงๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวเองไม่ได้ผิดอะไร

อดีตตัวเงินที่ต้องส่งให้โรงเรียนในการเอาไปใช้จ่าย เขาส่งไปให้ใครก่อน?

ชัยยศ : ตอบตามตรง ผมไม่ทราบเลย เพราะผมไม่รู้เม็ดเงิน ไม่รู้ตัวเงิน ตามคำสั่งเป็นผู้ตรวจรับ 

เงินที่ทราบมา ต้องส่งจากสพฐ.?

ภูเทพ : เงินไม่ว่าจะจากงบประมาณแผ่นดิน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอุดหนุนก็จะมาที่โรงเรียน พอมาที่โรงเรียน ผู้อำนวยการก็จะเป็นคนดูแลเงินทั้งก้อน พอมาเรื่องนี้ดูแลเงินทั้งก้อนเสร็จ ก็จะมีคุณครูจัดทำโครงการจัดหาอาหารกลางวัน แทนที่จะทำเป็นโครงการ เขาก็ใช้วิธียืมเงินจัดหา

อยากให้ฟังจะเป็นความรู้ เป็นเรื่องที่ต้องนั่งฟังทำความเข้าใจสักนิดนึง เงินที่ต้องให้นักเรียนได้กินได้ใช้ ในมุมโรงเรียนที่อยู่บนดอย เงินนี้ต้องมาจากสพฐ. บางทีเขาจะส่งไปให้อบต.ซะด้วยซ้ำถึงส่งไปที่โรงเรียน?

ภูเทพ : เอาสั้นๆ มันมีงบประมาณมา ผอ.มีหน้าที่ต้องดูแล

เงินมาถึงผอ. ซึ่งก็คือผอ.จรัส เสร็จแล้วผอ.จรัส จะมีการส่งเงินจำนวนนี้ให้บุณยานุช เป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้ออาหาร ฉะนั้นเงินต้องไปสู่มือบุณยนุช เพื่อให้ไปซื้ออาหาร เงินที่ได้มาเท่าไหร่?

ภูเทพ : เขาจะยืมอาทิตย์ละ 6 หมื่น จากผอ. 

ทำไมใช้คำว่ายืม?

ภูเทพ : เพราะอย่างที่บอกว่าจริงๆ เขาสามารถทำเป็นโครงการจัดซื้อจัดสร้าง แต่เขาไม่ยอมทำ เขาทำเป็นเรื่องขอยืมเงินทดรอง เพื่อจัดหาอาหารให้เด็กประถมตามที่เขากำหนดมา พอทำเรื่องยืมเงิน ประเด็นไม่มีอะไรซับซ้อน ก็คือไปจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบซะ ที่เขากำหนดว่ามีกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดสร้าง มีระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง มีประกาศของสพฐ. ว่าขั้นตอนจัดซื้อทำยังไง คุณครูก็ไปทำให้ครบถ้วนแล้วกัน เท่านั้นเอง ทำตามแบบหนังสือ ซึ่งเขามีแบบครบถ้วนหมดเลย

ปรากฏว่าครูบุณยานุชทำเรื่องไปยืมเงินทางโรงเรียน คือผอ. 6 หมื่นต่อสัปดาห์ เสร็จแล้วบุณยานุช เอาเงิน 6 หมื่นไปซื้อของ?

ภูเทพ : ไปดำเนินการให้มีวัตถุดิบมา

ซื้อวัตถุดิบมา ต้องซื้อ 6 หมื่นตามที่เอาไป?

ภูเทพ :   ถ้ามีเกินก็ไปขอเบิกได้ แต่มันก็มีประเด็นปัญหาว่าเราไปได้ข้อเท็จจริงว่าไปจัดซื้อจริงๆ 48,500 บาท 

สืบทราบได้ไง?

ภูเทพ : เราไปสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่เขามีหน้าที่จัดหาอาหารสดอาหารแห้งให้คุณครูนี่แหละ เราก็ได้ข้อเท็จจริงว่าคุณครูสั่งว่าให้ซื้อภายในวงเงิน 48,500 บาท

นั่นคือเงินหายไปประมาณ 11,500 บาท หายไปกี่สัปดาห์?

ภูเทพ : 15 สัปดาห์

รวมเป็นเงิน 172,240 บาท?

ภูเทพ : ถ้ารวมเงินทั้งหมดเกือบล้านบาท 9 แสนกว่าบาท ถือว่าเป็นเงินที่เยอะนะ

เงินตรงนี้หายไป พอเราไปทราบมา ป.ป.ช.ดำเนินการยังไงก่อน?

ภูเทพ : เริ่มจากมีคนร้องเรียนมาที่ป.ป.ช. ร้องก่อนประเด็นแรกว่าจัดซื้อจัดจ้างยังไง ทำให้เด็กประถมเขาได้รับสารอาหาร โภชนาการที่ไม่เพียงพอ เขาก็ส่งภาพถ่ายมาว่าเป็นต้มซี่โครงฟัก กินแต่เส้นบะหมี่ มาม่า เรื่องวัตถุดิบ เขาก็ถ่ายมา เป็นรูปแผงไข่ ดูเต็มๆ เหมือนเต็ม แต่ตรงกลางมันโบ๋ เขาก็ส่งภาพอย่างนี้มา

ครูบุณยานุช ไปซื้อไข่มา ไข่ในแผงต้องเต็มแผง แต่ปรากฏว่าตรงกลางโหว่ มีไข่ล้อมรอบ แล้วทับเป็นชั้นๆ ขึ้นมา ถ้าไม่เปิดมาจะไม่รู้?

ภูเทพ : อันนี้เขากล่าวหามา จึงเป็นเหตุให้ทางป.ป.ช.ลงไปสอบว่าอาหารไม่ได้คุณภาพจริง เรื่องนี้เกิดปี 61 เขาร้องมาปี 62 ป.ป.ช.ลงไปสอบปี 63 ทีนี้เราเจาะเวลาหาอดีต แต่พอเราลงไปเราเห็นเอกสาร เราก็เห็นข้อพิรุธว่าทำไมเราไปได้ข้อมูลว่าเขามาส่งวัตถุดิบสัปดาห์ละครั้ง แต่เหตุใดมีการทำเอกสารตรวจรับวันละ 3 รอบ

คนที่ตรวจรับคือ?

ภูเทพ : ท่านอาจารย์นี่แหละ

คือครูชัยยศ กับอีกท่านคือจีราพรรณ นี่คือ 4 ตัวละครหลักๆ คือ ผอ.จรัส ส่งต่อบุณยานุช โดยบุณยานุชเป็นคนยืมเงินไป บุณยานุชไปซื้อวัตถุดิบมา คนที่ตรวจรับของคือครูชัยยศ กับครูจีราพรรณ ตอนนั้นที่ครูเช็กสมบูรณ์มั้ย?

ชัยยศ : ตอนไปเช็กก็สมบูรณ์ ด้วยเราเช็กแล้ว ด้วยกระดาษผมก็คิดว่าเป็นรายการของที่เราตรวจมา ผมก็เลยเซ็น ตรงนี้ก็ไม่ได้อ่าน ไม่ชัดเจน เพราะมีลายมือครูบุณยานุชอยู่แล้ว เพราะจิตสำนึกของเราคิดว่าตามคำสั่ง เราเป็นผู้ตรวจรับงานเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราคา เรื่องการเงิน

ใบรับรองการจ่ายเงินค่าอาหาร โรงเรียนบ้านยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ในนี้จะมีรายการอาหาร น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ผักเคียง วันที่  5 มิ.ย. 61 ซื้อกะหล่ำ 10 กิโล แตงกวา 2 ถุง ถั่วฝังยาวดิบ พริกขี้หนู 1 กิโล มะเขือพวง 2 กิโล มะนาว 2 ลูก ลูกมะอึก 1 กิโล กุ้งแห้ง 1 กิโล ปลาทูนึ่ง น้ำมันปาล์ม น้ำมันปึก น้ำมันปี๊บ กะปิคุณภาพดี น้ำปลาดี ทั้งหมดจะมีรายการต่างๆ นานา และมีราคา ประเด็นสำคัญคือมีลายเซ็นคุณครูบุณยานุชอยู่ ซึ่งเป็นคนไปซื้อมา จากนั้นคนเป็นกรรมการตรวจรับจะมีสองท่าน คือจีราพรรณ และครูชัยยศ?

ชัยยศ : ด้วยความเข้าใจ เราคิดว่าเป็นรายการอาหารที่เราตรวจไป เพราะผ่านกระบวนการมาแล้ว

ครูได้เข้าไปเช็กตัววัตถุดิบมั้ย?

ชัยยศ : เช็กครับ

มีภาพไข่แบบนี้มั้ย?

ชัยยศ : ผมก็นับยกๆ ขึ้นมา ข้างในผมไม่เห็น  ผมก็เซ็นไป ด้วยความเข้าใจที่ว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่เกี่ยวกับรายการอาหารที่เราตรวจไปทั้งสองคน เพราะเรามีหน้าที่เช็กแค่ว่าวัตถุดิบมายังไง ราคาเราก็ไม่รู้ เขาจะซื้อมาเท่าไหร่เราก็ไม่รู้

 ประเด็นหลักๆ มีสองเหตุ เหตุแรกที่เป็นข่าวออกมา คือเรื่องราวของครูเองที่มีการนำค่าอาหารกลางวันเด็กประถมไปให้เด็กมัธยม สุดท้ายทำให้ครูเด้งไป อันนี้ไม่ใช่แล้ว คลาดเคลื่อนแน่นอน?

ภูเทพ : คลาดเคลื่อนครับ

ครูยืนยันไม่มีประเด็นนั้นแน่นอน?

ชัยยศ : ยืนยันครับ

วันนี้ประเด็นหลักว่าทำไมครูชัยยศที่นักเรียนรัก มีรางวัลการันตีเยอะแยะมากมาย ครูได้รางวัลอะไรบ้าง?

ชัยยศ : รางวัลที่ผมทำกิจกรรมกับนักเรียน ผมสอนบนดอยจนมาถึงระดับประเทศ มีการส่งเสริม ส่งเสีย หาที่นอน ที่กิน ใช้เวลาพิเศษกับนักเรียน ทั้งตอนเย็น ตอนกลางคืนเรื่องการร้องเพลง วันเสาร์-อาทิตย์ ผมสละให้นักเรียนไปหมดแล้ว ด้วยที่รู้มาว่าคุรุภัณฑ์ เกิน 5 พัน ไม่มีให้เราเบิก ผมก็ใช้งบประมาณตัวเอง โต๊ะปิงปอง 5 ตัว ผมใช้งบตัวเอง ลำโพงชุด 7,900 ผมก็ซื้อด้วยตัวเอง 3 ชุด อยู่ที่บ้านผมชุดนึง ในรถชุดนึง ที่โรงเรียนชุดนึง เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำทุกวันเสาร์อาทิตย์ มื้อเที่ยงไม่พอมื้อย็นอีก ไม่มีรถก็เดินไปส่งนักเรียน ไกลแสนไกลเราก็เดินกลับมาคนเดียว

ครูกำลังจะบอกว่าถ้าให้ไปทุจริตแบบนี้ไม่ทำแน่?

ชัยยศ : ผมไม่ทรยศต่ออาชีพตัวเองแน่นอน

แต่ประเด็นอยู่ตรงที่การยืมเงิน สุดท้ายป.ป.ช.ไปสืบว่าไม่ใช่ 6 หมื่น แต่ไปซื้อแค่ 4 หมื่นกว่าบาท มันหายไปหมื่นกว่าบาท อยู่ไหน แล้วหายไป15 สัปดาห์ แสนกว่า มันควรเป็นเรื่องผอ.กับบุณยานุชแค่นั้น แต่สุดท้ายไม่ใช่ เป็นเพราะบุณยานุชเอาเงินซื้อของแล้ว วัตถุดิบมาถึงโรงเรียน คนตรวจรับคือครูชัยยศ พอตรวจรับของ อย่างไข่มาวางเป็นแผงๆ ครูตรวจ 1 2 3 มีเอกสารวัตถุดิบมาให้ บุณยานุชเซ็นเรียบร้อย ชัยยศกับจีราพรรณตรวจและเซ็นชื่อพร้อมกัน พอป.ป.ช.ชี้มูลว่าตั้งแต่ผอ. ลามมาถึงครูคนที่สอง คนเซ็นชื่อตรวจของเป็นใครอีก ก็มาเจอสองคนนี้ ก็ต้องโดนด้วย?

ภูเทพ : ครับ ก็ต้องเรียนว่าเป็นความอึดอัด ในเรื่องความดีของครู ความทุ่มเท เราเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่พอเรามาตรวจเจอเส้นทางเอกสาร มันเป็นเอกสารเท็จ ถามว่าทำไมเท็จ เอาเรื่องตรวจรับก่อน เขาเอาอาหารแห้งอาหารสดมาส่งอาทิตย์ละครั้ง คือบุณยานุช เอาอาหารมาส่งวันจันทร์ หรือวันแรกของอาทิตย์ มาส่งครั้งเดียวนะ คุณครูมีหน้าที่ตรวจ แต่คุณครูตรวจยังไงครับ คุณครูออกใบตรวจรับวันนึง 3 ฉบับ เพราะเขามาส่งอาทิตย์ละวัน ต้องตรวจแค่วันเดียวจบ เราก็ไปเจอเอกสาร ทำไมตรวจรับทุกวัน วันละ 3 ฉบับ ซึ่งมันผิดปกติ เราได้ข้อมูลว่าเขาเอาอาหารมาส่งอาทิตย์ละครั้ง ก็ต้องตรวจรับอาทิตย์ละครั้ง พอคุณครูไปตรวจ อาหารมาลงเสร็จ คุณครูแยกยังไงวันละ 3 ฉบับ คุณครูดูละเอียดขนาดนั้นหรือเปล่า นี่คือส่วนนี้ มันขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่มันปรากฏ พอป.ป.ช.ลงไปหลังเกิดเหตุ ประมาณปีสองปี เราก็เจาะเวลาหาอดีต คุณครูอยู่ในเหตุการณ์ คุณครูทราบดีที่สุด แต่ป.ป.ช.ไปไล่ดูเอกสาร และสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง สอบคนที่มีหน้าที่ไปหาอาหารสด อาหารแห้ง เขาก็ให้ข้อมูลมาว่า เขาซื้อมาในวงเงินแค่ 48,500 เพราะบุณยานุชสั่งว่าอย่าซื้อเกิน และไม่ต้องขอใบเสร็จ ซึ่งก็ผิดระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ที่กระทรวงศึกษากำหนดไว้ มันผิดขั้นตอนทุกอย่างเลย

มันเป็นเรื่องบุณยานุชกับผอ.หรือเปล่า ครู ณ เวลานั้นเป็นครูชั้นผู้น้อย จริงๆ มีหน้าที่แค่สอนนั่นแหละ แต่ต้องมานั่งถูกสั่งให้ตรวจสอบด้วย?

ภูเทพ : เรื่องที่ครูต้องมาทำหน้าที่มากกว่าการสอน ผมว่าตอนท้ายต้องคุยกัน ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายบริหารจะช่วยกันแก้ปัญหายังไง แต่ของคุณครูมีประเด็นนี้ ถ้าคุณครูไม่เซ็นรับรองข้อเท็จจริงในส่วนนี้ ตัวบุณยานุชไม่สามารถเอาเอกสารไปหักล้างเงิน 6 หมื่นได้ นี่แหละครับปัญหามันเกิด เพราะใบตรวจรับคือสิ่งสำคัญ

ทนายแก้ว : พูดง่ายๆ ครูเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ครบกระบวนการของมัน กรณีป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา ถ้าขาดคนใดคนหนึ่ง มันจะไปไม่ถึงบุณยานุช

พอครูเซ็นตัวนี้ไป มีลายเซ็นครูจีราพรรณกับครูชัยยศ มันสมบูรณ์?

ทนายแก้ว : มันตั้งเบิกได้

มันครบองค์ประกอบทุกอย่าง พอป.ป.ช.ไปถามว่าบุณยานุชทำแบบนี้ได้ยังไง เงินหายไปไหน เขาก็บอก อ้าวฉันก็ส่งไปตรวจสอบทุกอย่าง ให้ครูชัยยศตรวจสอบแล้วไง เซ็นชื่อด้วย ดูสิคะ ป.ป.ช.ก็พูดไม่ออกแล้ว ก็ต้องกลับมาทางนี้?

ภูเทพ : ครับ ต้องกลับมาสอบยันว่า เมื่อเขาจ่ายเงินไปแค่ 48,500 ทำไมรายการบวกได้ 6 หมื่น แล้วอย่างที่ผมบอก เขามาส่งอาทิตย์ละครั้ง ทำไมทำการตรวจรับทุกวัน วันละ 3 ใบ 3 ครั้ง

เซ็น 3 ครั้งนี่มันยังไง จะได้เคลียร์ไปเลย?

ชัยยศ : บางครั้งเราไปตรวจตรงนั้นเป็นล็อตใหญ่ แล้วเราก็กลับมาเซ็น แต่ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความไม่เข้าใจเอกสาร ผมก็ขอยืนยันเหมือนเดิมว่าผมไม่รู้เลยว่าใบนี้เกี่ยวข้องกับเงิน คิดว่าเป็นใบเกี่ยวข้องกับอาหารแค่นั้น แล้วมันไม่มีการอบรมให้ก่อนเราทำงาน เพราะผมเรียนแค่ภาคสมทบ แค่ครูฝึกสอนก็ยากลำบากแล้ว ไม่คิดว่าเราจะสอนได้ด้วยซ้ำ แต่ให้เรามารับผิดชอบงานตรงนี้ ซึ่งเป็นงานนอก จริงๆ งานเราก็เยอะอยู่แล้ว ผมมีชุมนุม มีชมรมอะไรเยอะแยะ แล้วให้ทำงานตรงนี้ด้วย ความรู้เราไม่มีตรงนี้เลย

ครูเซ็นสามครั้งเพราะไว้เนื้อเชื่อใจบุณยานุช พอเขาบอกให้เซ็นครูก็เซ็น?

ชัยยศ : ลองคิดถึงความเป็นจริง ถ้าผมรู้ว่าตรงนี้ไม่ถูกต้อง ผมจะเซ็นมั้ย ผมไม่เซ็นเด็ดขาด ด้วยความไม่เข้าใจ

ครูมีสิทธิ์ไม่เซ็นมั้ย?

ชัยยศ : ผมมารู้ทีหลังว่าถ้าเราไม่อยากทำงานตรงนี้ เราก็เขียนคำร้องให้ผอ.

ทนายแก้ว : อาจเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานก็ได้ครับ

ชัยยศ : แล้วเราจะอยู่ตรงนั้นได้มั้ย อยู่ไม่ได้ครับ

เพราะเราเป็นครูผู้น้อย?

ชัยยศ : ผมก็ต้องฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ถามว่ายากอะไรมั้ย ดูๆ แล้วก็ไม่ยากอะไร ดูอาหารแล้วก็เซ็น มันไม่ยากอะไรสำหรับผม ผอ.เคยให้ผมอยู่วิชาการ ผมก็ไม่อยู่ อยู่ไม่ได้ ไม่มีความรู้ด้านวิชาการ

พูดมุมอยู่ข้างครูก่อน ครูก็ซวยสิ อยู่ดีๆ ครูเป็นชั้นผู้น้อย แต่ชั้นผู้ใหญ่บอกว่าต้องเซ็นนะ เขาก็ต้องเซ็น ไม่เซ็นก็อยู่ตรงนั้นไม่ได้เหมือนกัน?

ทนายแก้ว : กฎหมายคือกฎหมาย กฎระเบียบคือกฎระเบียบ เมื่อมีการมอบหมายให้ครูเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจรับพัสดุอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องดูคือครบมั้ยก่อน แน่นอนว่าภาครัฐก็ต้องมาดูปลายทางอยู่แล้วว่ามีการทุจริตหรือเปล่า แต่เอกสารสำคัญตรงนั้นครับ ผมเข้าใจว่าด้วยบริบทความสนิทสนมกัน แต่ในความเป็นจริง มันส่งผลเสียให้คุณครูได้ครับ จุดนี้คุณครูอย่าเพิ่งจบตรงนี้ ยังมีทางไปครับ

ภูเทพ : ครูมีสิทธิ์ทางกฎหมายที่จะต่อสู้อยู่ครับ

มุมที่เซ็นโดยเป็นครูชั้นผู้น้อยได้มั้ย?

ทนายแก้ว : มันอ้างลำบากเหมือนกัน อาจสู้ได้ แต่ศาลจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นดุลยพินิจ

ภูเทพ : เรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหวนะครับ เพราะเจ้าพนักงานของรัฐทั่วประเทศ 3 ล้านคนอยู่ภายใต้กฎหมายระเบียบตัวนี้ ทีนี้มันมีประเด็นที่ว่าสิ่งที่คุณครูรับรองมันไม่ตรงกับความจริง สำหรับเคสคุณครูเป็นเคสที่น่าเห็นใจ แต่ถ้าเราเหวี่ยงน้ำหนักไปทางใดทางนึง มันก็กระทบกับระบบงบประมาณทั้งประเทศ เพราะใช้กับเจ้าพนักงานของรัฐ 3 ล้านคนทั่วประเทศ

มันจะเป็นบรรทัดฐานทันที ถ้ามีเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ก็จะอ้าว ทำไมครูคนนี้ยังเป็นแบบนี้ได้เลย?

ภูเทพ : มันเป็นเรื่องอ่อนไหว ต้องระวังครับ

ครูลงทางจากดอยเมื่อคืนนี้ ตีสอง เพื่อรอมาขึ้นเครื่องและบินมาหาเราวันนี้ ครูอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองเหมือนกัน?

ชัยยศ : มลทินตรงนี้ เข้าใจว่าตัวเรายังไม่มีความผิด ทุกวันนี้เหมือนฝัน แต่ด้านหนังสือ ด้านกฎหมายเขาว่าเราผิด ผมก็อยากขอความยุติธรรมว่าขอให้ตรวจอะไรที่ละเอียด มองเห็นเจตนาของคน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะเจตนาทุจริต ทำตามหน้าที่ตามคำสั่งของตัวเองเท่านั้น แต่เรื่องเอกสารที่มันไม่ถูกต้อง ผมก็ไม่รู้ว่ามันไม่ถูกต้อง ความเข้าใจคิดว่ามันถูกต้องแล้ว เพราะเราเป็นพี่เป็นน้องกันมาด้วย เขามีคำสั่งแต่งตั้งเราขึ้นมา เราก็ต้องทำ อย่างที่บอกไปเบื้องต้นว่าการดูอาหารแล้วเซ็นมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าอย่างอื่นเรื่องยากผมก็ปฏิเสธ เพราะอย่างวิชาการ ผมก็ไม่ไหว ทำไม่ได้ โรงเรียนเละแน่ถ้าให้เราอยู่วิชาการหรือการเงิน เพราะเราเรียนศิลปะมา เราก็ฉายตั้งแต่ความเป็นนักวาด นักร้อง ให้ทำงานตรงนี้ผมก็ไม่เก่ง ด้วยความเข้าใจคิดว่ามันถูกต้องแล้ว

ความเป็นอยู่ของนักเรียนลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ ผมรู้ว่ามีการแบ่งเอาเงินทำอาหารให้เด็กประถมไปให้มัธยม?

ชัยยศ : เด็กเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีเผ่าอื่นเจือปน ฐานะบนดอยก็ยากจนอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ผมถึงอยู่ตรงนั้นนาน เพราะผมคิดว่าผมเป็นคนเปลี่ยนแปลงและมอบโอกาส อาจไม่ยิ่งใหญ่ทั่วโรงเรียน แต่อย่างน้อยมีจุดนึงที่ปมรับจากครูบาอาจารย์มา และผมอยากทดแทนบุญคุณแผ่นดิน อยากอยู่ตรงนั้น ถ้าผมย้ายมาข้างล่างเงินเยอะนะครับ เม็ดเงินเลื่อนขั้นเยอะ แต่ผมไม่เคยลงมาเลย ผมเดินไปโรงเรียนเก่าตั้ง 5-10 กิโลเต็มๆ 4 ปีเต็มๆ แบกเป้ขึ้นไป ไม่เคยบ่นแม้แต่วันเดียว

เด็กเขาอยู่กันยังไง?

ชัยยศ :   วันแรกผมเห็นเขากินข้าวกับน้ำพริก ผมพูดภาษากะเหรี่ยงได้ 3 ภาษา ทุกวันก็เป็นน้ำพริกหมดเลย แค่ผมเอาน้ำปลายี่ห้อดังไปให้เขากิน เขากินเอร็ดอร่อยมาก ผมว่าหลายคนไม่ได้เข้าไปอยู่ ตอนนี้เด็กที่ยากจน รถเข้าไม่ถึงก็เยอะแยะ แต่เราเป็นผู้อุทิศตนอยู่ตรงนั้น เรามองเห็นปัญหา เรามองเห็นภาพ ตอนนี้ผมมีเสื้อผ้าเต็มหลังรถ และโรตี ไปแจกเด็กกะเหรี่ยง บนดอยไกลแสนไกล แต่ก็ไปไม่ได้สักที เดี๋ยวทางโน้นเรียก ทางนี้เรียก ตอนนี้มีคนโทรหาผมตั้งแต่ตีห้ายันตีสามเมื่อคืน

เขาอยากช่วยครู?

ชัยยศ : ผมภูมิใจนะ มุมที่ผมเจอวิกฤต แต่ผมไม่ได้รับความรัก เป็นความรักที่แท้จริงจากผู้คน ผมเชื่อว่าคนอยู่กับผมมาไม่มีใครตำหนิผมเลย ทุกคนบอกว่าไม่เชื่อ แต่นั่นคือด้านพฤติกรรมที่เขาไม่เชื่อกัน แต่ด้านกฎหมายเขาเชื่อ ผมถึงบอกว่าต้องพิจารณาด้านเจตนา ที่เราไม่ได้ทุจริตอะไรเลย

มองว่าครูอาจไม่เข้าใจมุมข้อกฎหมายบางข้อ?

ชัยยศ :   ไม่ใช่บางข้อ ทุกข้อครับ

แกเป็นคนสอนหนังสือ แกก็ไม่รู้เล่ห์รู้เหลี่ยม ผมสรุปง่ายๆ อย่างผมทำโหนกระแส ผมก็มีลูกน้อง ผมบอกเม่นเซ็นอันนี้สิ เขาเป็นลูกน้องเขาก็เซ็นนะ เพราะความเกรงใจ เหมือนกัน แต่สุดท้ายเป็นแบบนี้ ส่วนเงินที่หายไป แสดงว่าทางป.ป.ช.สืบรู้แล้วว่าหายไปไหน?

ภูเทพ : ครับ

ครูถูกปลดนานหรือยัง?

ชัยยศ : ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา ฐานเอื้อให้ผู้อื่นทุจริต

ทนายแก้ว : ถ้าปลดออกกับไล่ออก สิทธิ์เรื่องบำเหน็จบำนาญก็ต่างกัน กรณีที่ใช้คำว่าปลด ก็ยังได้ค่าบำนาญอยู่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าไล่ออก ไม่ได้เลยครับ

วันนี้ป.ป.ช.ชี้มูลคือ?

ภูเทพ : เราส่งไปที่ต้นสังกัดว่าการกระทำของคณะสี่คนนี้ มีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง  ทีนี้ต้นสังกัดก็ไปพิจารณาว่าความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง มันมีไล่อออกกับปลดออก ก็ไปดูการกระทำว่าคนไหนเป็นแบบไหน เพราะถ้าเรื่องทุจริตต่อหน้าที่มันมีมติคณะรัฐมนตรีวางไว้เลยว่าห้ามลดหย่อนโทษ ต้องไล่ออกอย่างเดียว ถ้าเป็นทุจริตต่อหน้าที่ แต่ของคุณครูเป็นเรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ทนายแก้ว : ข้อหาที่ป.ป.ช.ตั้งกับคุณครู มีสองข้อหาหลักๆ คือ 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตรงนี้มีโทษจำคุก 10 ปี อีกมาตราคือเรื่องการทำเอกสารเท็จ ซึ่งปกติถ้าเอกชนทำไม่ผิด แต่ถ้าเป็นข้าราชการเจ้าพนักงานของรัฐทำเอกสารเท็จผิด มีโทษจำคุก 7 ปี ก็จะกลายเป็นสองข้อหาใหญ่ คือ 157 กับ 162 คุณครูเองผมคิดว่าตอนนี้พนักงานป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ครูเองก็มีสิทธิ์ขอความเป็นธรรมในชั้นพนักงานอัยการได้ โดยการเอาเอกสารทั้งหมดไปแสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วคุณครูเกี่ยวแค่ไหนเพียงใด จุดนี้สำคัญเพราะศาลฎีกาก็เคยวางหลักไว้ว่ากรณีเป็นการตรวจรับจ้างก็อาจต้องพิจารณาเป็นคนๆ เหมือนกัน ว่าบางครั้งสถานการณ์หรืออะไรก็ตาม มันเอื้อมันพายังไง คุณครูต้องเขียนเอกสารเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับพนักงานอัยการเพื่อขอความเป็นธรรม

มีโอกาสมั้ยถ้ายื่นไปว่าไม่เป็นธรรมกับเรา?

ทนายแก้ว : ตอบยากครับ เป็นดุลยพินิจของพนักงานอัยการ ต้องเข้าใจว่าบุคคลที่มีสิทธิ์คือศาลในการพิจารณาว่าผิดหรือไม่ผิด ก็มีหลายคดีที่วางกรอบไว้ว่าจัดซื้อจัดจ้างบางคนเกี่ยวมากเกี่ยวน้อย มันมีความผิดต่างกัน ศาลอาจมองว่ามีส่วน อาจรอลงอาญา อาจอะไรก็เป็นอีกเรื่องนึงครับ ตรงนี้คือสิ่งที่ครูต้องต่อสู้ครับ

ครูเครียดมั้ยทุกวันนี้ ท้อใจมั้ย?

ชัยยศ : ครั้งแรกช็อกว่าเรามีความผิดขนาดนั้นเลยเหรอ ต่อมาผมเป็นคนเจออะไรที่โหดร้ายมากว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องความตาย ผมมีสัมผัส ไม่ใช่โอ้อวด แต่เกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ ผมก็บอกพี่น้องว่าอย่าเอาความเศร้าโศกมาไว้ในชีวิตนะ ผมเชื่อเรื่องบาปบุญ ผมไม่เคยฆ่าสัตว์ มีความรัก มีความเมตตา มีความจริงใจ ผมตกน้ำมาเพื่อนตายแต่ผมรอด ขาก้าวขึ้นรถแต่ไม่ไปแล้วตอนเที่ยงคืน รถไปชนผมก็รอด ฉะนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ พี่น้องบอกว่าอย่าไปเศร้าโศกกับมัน ตั้งรับ แต่ผมไม่ยอมรับ ผมถือว่าตัวหนังสือฆ่าคน กฎหมายฆ่าคน เราเป็นข้าราชการแต่เราโดนข่มจากตัวหนังสือ ความเป็นธรรม กำลังใจไม่ใช่จากผมคนเดียวนะ ครูทั่วประเทศที่ทำงานมา แล้วไม่ใช่ผมโดนคนเดียวด้วยตอนนี้ เพื่อนๆ ที่อยุธยาก็โดน ผมก็สงสัยทำไมเขามาขายกับข้าว เป็นครูเจ้าฟ้าเหมือนกัน สอนคนที่อยู่ในคุก คนที่ได้รางวัลคือคนทำงาน ไม่ใช่คนอื่นไม่ได้รางวัลนะ แต่เรามีผลงาน ก็เลยส่งประกวด มีนักข่าวไป มีคณะไปตรวจสอบเราถึง 4 ขั้นตอน ถึงชนะได้รางวัล ติด 1 ใน 3 ของประเทศ นั่นคือความภูมิใจ แต่ความภูมิใจในหน้าที่การงานตรงนี้มันไม่เหลือแล้ว โครงการเราโดนแขวนไปแล้ว เราอ่อนใจกับระบบ เหมือนโดนรังแก โดยเราไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำไป

ครูอยากให้เป็นยังไง?

ชัยยศ : ความต้องการของเรา อาจไม่ตรงกับคนที่เขาชี้มูลเรา ผมอยากขอความเป็นธรรม ให้พิจารณาเรื่องเจตนา ผมเสียสละมา แล้วจะมาทุจริต มันตรงกันข้าม ผมได้รับในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ เราขยัน เราเพียรพยายาม ผมเรียนหนังสือไม่เก่ง ที่ไปดั้นด้นเรียนมาเพราะอยากถ่ายทอดลูกศิษย์ เพราะลูกศิษย์มีปมด้อยเหมือนที่ผมมี ผมโดนเพื่อนทิ้งเป็นเด็กท้ายห้อง ไม่มีใครให้เข้ากลุ่ม ผมก็ไปเรียนมาเพื่อเอามาใช้กับสิ่งที่ตัวเองยืนอยู่ ก็ขอความเป็นธรรม อยากให้พิจารณาหน่อย

มีโอกาสแบบนั้นมั้ย?

ภูเทพ : อย่างที่ท่านทนายบอก มันเป็นเรื่องกฎหมายระเบียบใช้กับสังคม ไม่ได้เลือกใช้กับภูมิลำเนาใด อำเภอใด จังหวัดใด หรือกลุ่มชนใด มันใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหมด เพราะมันเป็นเรื่องงบประมาณแผ่นดิน เป็นเงินที่มาจากภาษีคุณหนุ่ม คุณทนาย คุณครู ผม เราเสียภาษี มันจึงต้องมีการตรวจสอบ จริงๆ ป.ป.ช. ไม่ใช่คู่กรณี ไม่ใช่คู่ความเรื่องนี้ เราเป็นเรื่องปลายน้ำแล้ว เพราะมีคนยื่นมา ตอนนี้เราเลยรณรงค์ เพราะเหตุลักษณะนี้ ป.ป.ช.พยายามลงไปก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ตอนนี้ท่านเห็นภาพ ป.ป.ช.ลงไปดูก่อนเขาตรวจรับ ก่อนจ่ายเงิน ถ้าเราลงไปทัน เราก็ไปยับยั้ง อย่างเคสนี้ ถ้าป.ป.ช.ลงไปก่อน เพราะมีคนแจ้งเบาะแสมาก่อน ผมเชื่อว่ากระบวนการทำเอกสารก็จะไม่มี เรามาคุยหลังจากที่ความผิดมันสำเร็จแล้ว ครบองค์ประกอบ เป็นธรรมไม่เป็นธรรม ต้องนำเรียนว่าคนที่ฟังอยู่ทางบ้านต้องเข้าใจว่าตราบใดที่กฎหมายมันยังไม่แก้ เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ถ้ามีลักษณะแบบนี้ แล้วคุณครูไปรับรองสิ่งที่มันเป็นเท็จ  เขาถึงบอกว่ารับรองเอกสารอันเป็นเท็จ เจ้าหน้าที่ไปรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ มันเลยยังมีความผิด แต่มันไม่ถูกใจสังคมหรอก เพราะประวัติคุณครูเสียสละ ทำงานอยู่บนดอยสูงหลายสิบปี แต่ถามว่าเคสอย่างนี้ อนาคตต้องไปมองแล้วว่าถ้าทำเอกสารเท็จเพื่อจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมาแล้วทดแทนกันได้ ก็ต้องมีโหมดยกเว้นโทษกันได้ ก็เป็นเรื่องอนาคตจะมีกฎหมายมั้ย แต่ปัจจุบันตอนนี้กฎหมายยังเขียนอยู่ คุณครูไปรับรองสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แล้วเขาเอาสิ่งที่คุณครูไปรับรองไปประกอบ และเงินแสนกว่าบาทมันก็หายไปแล้ว ถามว่ามาคุยวันนี้ ผมก็อึดอัดนะ เพราะต้องมาชี้ในเรื่องสำนวนป.ป.ช. ซึ่งเราดูแล้วมันก็ชี้ไปที่การกระทำของคุณครูกับพวกครบถ้วน เพียงแต่คุณครูไม่ได้ไปอยู่ในส่วนที่มีหน้าที่ซื้อทำจัดการ แต่คุณครูมาอยู่ในส่วนคือคุณครูเซ็นรับรองเอกสารที่มันเกิดขึ้น

ชัยยศ : เบื้องต้นผมก็บอกแล้วว่าด้วยความเข้าใจว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง

ทนายแก้ว : เหตุก็อยู่ไกล ทำไมเรื่องถึงไปถึงป.ป.ช.ได้

ชัยยศ :   ชาวบ้าน ลูกศิษย์มากอดมาขอโทษ ถ้ารู้แบบนี้จะไม่ทำ ไม่คิดว่าจะบานปลายขนาดนี้

ชาวบ้านไม่โอเคกับผอ. ชาวบ้านก็เลยร้อง จริงๆ ไม่เกี่ยวกับครูเลย ชาวบ้านร้องผอ. ป.ป.ช.ก็ถูกส่งไปดู แล้วมีการไล่ดู 1 2 3 4 ตอนแรกไปผอ. บุณยานุช แต่พอบุณยานุชเอาเอกสารมาดู ว่าหนูไม่ได้ทุจริตนะ เพราะผ่านกระบวนการตรวจสอบมาแล้วจากครูสองท่านนี้ พอยื่นเอกสารนี้ไป มีลายเซ็นครู ป.ป.ช.ก็เช็ก?

ภูเทพ : อย่างที่บอกเขาร้องมา เขาแนบอาหารมาด้วย เขาบอกอาหารที่จัดซื้อไม่ได้คุณภาพ ตอนนั้นเราไม่รู้หรอกว่าใครมีหน้าที่จัดซื้ออาหาร ใครมีหน้าที่ตรวจ เขาส่งภาพถ่ายมา อาหารเป็นซี่โครงไก่ ฟัก ไข่ไม่ครบแผง เราก็ลงไปดู อ๋อ  มันมีกระบวนการคนยืมเงินส่วนนึง คนจัดซื้ออาหารสด อาหารแห้งมา และสุดท้ายคือคุณครูมีหน้าที่ตรวจ คุณครูอยู่ตรงปลาย

ทนายแก้ว : ซวยจริงๆ

ชัยยศ :   ลูกศิษย์มากอดมาร้องไห้ขอโทษ ผมไม่โกรธใครสักคน

ทนายแก้ว :   ครูอย่าสิ้นหวัง 157 ต้องเป็นเจตนาในการทุจริต ครูสู้เถอะครับ 157 ต้องมีเจตนาพิเศษครับ ว่าเรามีเจตนาทุจริตจริงๆ ประสงค์และเล็งเห็นต่อผลจริงๆ ผมว่าศาลเมตตา ความยุติธรรมมีอยู่บนโลกนี้ครับ

วันนี้ทำไมครูถึงขายโรตี?

ชัยยศ : เริ่มต้นผมส่งหลานเรียนหนังสือ เงินเดดือนละ 6 พันกว่า ไม่อยากบอกว่าเงินเดือนไม่พอ

ทนายแก้ว : เมื่อป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว มันน่าจะเข้าสู่กระบวนการ ผมคิดว่าเราไปดำเนินการตามรูปแบบดีกว่า เมื่อชี้มา เราไปขอความเป็นธรรม ท่านจะพบหรือไม่พบอีกเรื่องนึง ผมคิดว่าหลักฐานมันสามารถให้ความเป็นธรรมครูได้ ครูอยู่บนดอยเงินเดือน 6 พันเองเหรอครับ

ชัยยศ : เริ่มต้น 6 พัน

ก่อนถูกปลดออกเงินเดือนเท่าไหร่?

ชัยยศ : 5.1 หมื่น ผมขายโรตี ก็อย่างที่บอก เสื้อผ้าเด็กกำพร้า พ่อแม่เข้าคุก หรืออาหารที่เลี้ยงกันมา ชุมนุมผมแต่ก่อน 56 คนต้องเอามาสอนวันเสาร์อาทิตย์ เพราะสอนในขั่วโมงมันไม่ทัน ถามว่าเด็กเดินมาเรียนกับเรา 4-5 กิโล เด็กกินข้าวที่ไหน ผมก็ไม่เบิกที่ไหน ก็เงินส่วนตัวนะครับ  

กรณีเงินที่หายไป ตอนนี้เจอว่าอยู่ที่ไหน?

ภูเทพ : เงินที่หายไปมีปัญหาว่าผู้เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถชี้แจงกับเราได้ ว่าไปอยู่ที่ไหน มันไม่ปรากฏว่ามีพยานบุคคลที่จะบอกว่าเงินนี้ไปอยู่ที่ใคร ฉะนั้นเงินเลยมาหยุดอยู่ที่ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2

ทนายแก้ว :   ถึงแม้ 3 กับ 4 ไม่ได้รับเงิน แต่ก็ถือว่ามีความผิด เพราะความผิดมันสำเร็จแล้ว มาตรา 157 เมื่อไหร่ที่มีการทุจริต ความผิดสำเร็จแล้วครับ

ภูเทพ : ในส่วนความน่าเห็นใจของคุณครู เรื่องความดีความชอบที่ทำมา มันก็เป็นส่วนนึง ที่จะเป็นเหตุบรรเทาโทษ เหมือนที่คุณครูได้รับการบรรเทาโทษ ที่เขาไม่ไล่คุณครูออก เอาปลดออกก่อน แต่ถามว่าเดี๋ยวคุณครูก็ไปใช้สิทธิที่ศาลปกครอง ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ ศาลปกครองก็อาจเพิกถอนคำสั่งก็ว่ากันไป เพราะข้อเท็จจริงสำนวนมันเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็รอไปพิสูจน์กันที่ชั้นอัยการหรือศาลยุติธรรม สำนวนส่งไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน เพราะถามว่าอย่างคุณครู ความดีเป็นที่ประจักษ์เราเห็น แต่ถ้าเจอเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนที่คิดทุจริต เขาก็อ้างแบบนี้เหมือนกัน ผมก็ไม่รู้ข้อกฎหมาย ผมก็เซ็นไปตามที่เขาเอามาให้เซ็น ตรงนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกับคุณครูนะครับ ว่าเพราะมันมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนที่มันตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ แต่ของคุณครูก็ต้องไปพิสูจน์กันก่อนให้ชัด  

ผอ.โดนอะไร?

ภูเทพ : โดนดำเนินคดีอาญาเหมือนกัน แต่โทษจะแรงกว่าของคุณครู ผอ.โดนคดีมีหน้าที่รักษาทรัพย์แล้วเบียดบัง ใช้อำนาจโดยทุจริต

ครูบุณยานุช?

ภูเทพ : โดนเหมือนท่านแรก โดน 151 157 แล้วก็ 162 เขาฟ้องพร้อมกัน 4 คน

แต่บุณยานุชยังอยู่?

ชัยยศ : ยังอยู่ครับ

ยังสอนอยู่เหรอ?

ชัยยศ : ใช่ครับ ตรงนี้ก็งงกันครับ

จริงเหรอ?

ชัยยศ : จริงครับ ถึงว่าผอ.ไปก่อน แล้วก็คนที่ 3 ที่ 4 ไปก่อน

ภูเทพ : ต้องไปเช็กก่อนนะ ถ้ามีคำสั่งปลดออกจากราชการ เขาทำหน้าที่ไม่ได้อยู่แล้ว

ครูมั่นใจเหรอ?

ชัยยศ : หลังปลดทำงานต่อ 15 วัน แต่วันนั้นที่เรานัดกันที่เชียงใหม่ เขายังไม่โดนปลดนี่ครับ

ภูเทพ : ต้องไปดูคำสั่งว่ามีผลเมื่อไหร่

ชัยยศ : แต่ผมโดนก่อน

ทนายแก้ว : คนเอื้อโดนก่อน ครูอาจโดนข้อหาแค่ 2 ข้อหา 1 กับ 2 อาจโดน 3 ข้อหา

ภูเทพ : ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปที่ต้นสังกัด ซึ่งบอกว่าทุกคนกระจายกันไปแล้ว อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาของแต่ละหน่วย เขาจะปฏิบัติตามมติของป.ป.ช.ยังไง ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปแล้ว ก็แค่รอต้นสังกัดส่งกลับมาว่ามีการสั่งลงโทษหรือยัง ฉะนั้นตัวผู้บังคับบัญชาชของกรณีนี้ของบุณยานุช อาจไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาของคุณครู อาจคนละเขต ฉะนั้นการทำงานเรื่องกรอบระยะเวลา อาจไม่ตรงกัน

ชัยยศ : เขาย้ายไปเขต 4 ตั้งแต่ชาวบ้านไล่แล้วครับ ส่วนผมกับครูจีราพรรณ อยู่เขต 5 เหมือนเดิม

ทนายแก้ว : ครูขายโรตีเพราะถนัดเหรอ

ชัยยศ : ผมไม่ถนัดอะไรสักอย่าง แต่ผมเรียนรู้ภายหลัง เพราะผมบอกนักเรียนว่าทุกอย่างคือพรสวรรค์ ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน เรื่องศิลปะ เราแสวงหาเพื่อให้มีคุณสมบัติต่อสิ่งนั้นๆ แล้วเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน นักเรียนวาดรูปได้ที่ 1 ระดับประเทศ ตอนแรกก็วาดรูปไม่เป็น แต่อยู่กับผมก็ได้ที่ 1 ระดับประเทศ

ครูเป็นคนจังหวัดอะไร?

ชัยยศ : เชียงใหม่ครับ

ประวัติของครู เข้าใจว่าทำไมครูถึงบอกว่ามันสวนทางกัน ทำเพื่อประเทศชาติ เด็กนักเรียน เพื่อองค์กรมาตลอด แต่วันนี้ได้รับการตอบแทนด้วยการถูกปลดออกจากความเป็นครู ป.ป.ช.ก็ลำบากใจเหมือนกัน เพราะสุดท้ายมันมีหลักฐานที่เป็นลายเซ็นของครู?

 ทนายแก้ว : คนมันเยอะ มันก็ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน

สพฐ.ให้เป็นครูดีใจดวงใจ มีโล่ มีประกาศนียบัตรเยอะมาก?

ชัยยศ : ระดับประเทศทั้งนั้นครับ

ทนายแก้ว : ครูเก็บเอกสารไว้เพื่อไปส่งเสนอศาล เพื่อลดหย่อนโทษต่อสู้คดี

ภูเทพ :   ถึงบอกว่าในความเสียสละของครูก็ส่วนนึง

ชัยยศ : ทีวี หนังสือพิมพ์ รายการต่างๆ เป็นตัวอย่างสังคมหมด แต่ตอนนี้ก็เป็นตัวอย่างอีกแบบนึง วันหยุดไม่ได้หยุด เพราะสละไปแล้ว ผมมีอาจารย์ที่อาชีวะ มากอดคอผม เมตตาให้ความรักให้ความรู้ ผมก็คิดตั้งแต่วันนั้น อายุ 17 ผมชื่นชมที่อาจารย์เปลี่ยนเด็กคนนี้ได้ ผมไม่ได้เก่งแต่อ้อนแต่ออก ผมเป็นคนขาดโอกาส แต่เมื่อครูให้แล้วผมก็อยากเป็นครู แต่ผมเพิ่งรู้ว่าเป็นครูก็ต้องอดทน เรียนหนัก ไม่ได้ง่ายอย่างที่ผมคิด เมื่อผมเป็นแล้ว ก็อยากยึดตรงนี้ให้มันมั่นคง ไม่เกี่ยวกับเงินเดือน ผมสอนอังกฤษ ซื้อสมาร์ททีวีมาหมื่นกว่า ท่านลองคิดดู ครูย้ายไป 8 คน ต้องขนาดไหน ผมสอนตั้งแต่อนุบาล ยันม.3 ไม่เคยบ่นเลย 36 คาบนะท่าน ผมเป็นเก๊าท์ 4 เดือน คลานไปสอนหนังสือ 1 เดือนเดินไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ผมไม่เคยขาดโรงเรียน

การันตีด้วยรางวัลทั้งหมดที่นับ 62 รางวัล เป็นรางวัลระดับประเทศทั้งนั้น ที่ครูชัยยศได้มา?

ชัยยศ : นี่คือผลตอบแทน

ท่านรักษาการบอกว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ดี?

ภูเทพ : ใช้ประกอบได้ ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คุณครูได้รับโทษที่เบาลงมา แต่ก็พิสูจน์กันต่อไป สุดท้ายเรื่องนี้อยากนำเรียนว่าสิ่งที่คุณครูโดนเป็นเรื่องปลายเหตุ ที่เรารณรงค์ว่าเราต้องไม่ทำเรื่องทุจริต ไม่เฉย ก็อยากฝากเจ้าหน้าที่รัฐทั่วประเทศ ถ้ามีลักษณะแบบนี้ มองว่ามีข้อพิรุธ ระหว่างขัดใจผู้บังคับบัญชา กับฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เราเลือกว่าเราขัดใจผู้บังคับบัญชาดีกว่า ถ้าเป็นกรณีนี้ ถ้ามีข้อเฉลียวสักนิดนึง คุณครูเห็นความแปลกประหลาดว่าให้คุณครูเซ็นเอกสารเยอะ

ทนายแก้ว : ครูเซ็นวันละ 3 ใบไม่เฉลียวเลยเหรอ

ชัยยศ : ถ้ามีความรู้ด้านนี้ ก็คงเฉลียว

ขอตอบแทนครู ถ้าพี่เอาเอกสารให้เม่นเซ็น 3 ใบ มันเซ็น ไม่อ่านด้วย เพราะความเชื่อใจ เพราะเราเป็นเจ้านาย ครูไว้เนื้อเชื่อใจ?

ภูเทพ : เรื่องนี้ต้องกลับมาคิดกันใหม่ การเซ็นเพราะเกรงใจผู้บังคับบัญชา เจ้าของบริษัท อย่างน้องเขาบอกว่าให้เซ็นเขาก็เซ็น แต่ถ้าให้ไปเซ็นค้ำประกันหรือช่วยชดใช้หนี้ พอถึงเวลาก็ตอบว่าไม่ได้อ่าน ซึ่งเวลาสู้ในศาล เป็นยังไงครับ

ทนายแก้ว : อ้างไม่ได้ครับ

ชัยยศ : กรณีผมไม่ได้เกรงใจ คิดว่ามันถูกต้องแล้ว เราไม่มีความรู้ด้านเอกสาร

ทนายแก้ว : ครูมองโลกบวกไง คนชั่วถึงมาหลอกใช้ครู

ชัยยศ : ก็โดนเขาว่าเหมือนกันครับ

ภูเทพ : ก็ย้อนกลับมาที่บอกว่าต้องแก้ทั้งระบบ ในภาคราชการ กระทรวงศึกษาเอง ถ้าคุณใช้ครูไปทำหน้าที่นอกเหนือจาการสอน เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง คุณต้องมีการให้ความรู้เขามั้ย เพราะทุกวันนี้ ป.ป.ช.เองพยายามลงไปให้ความรู้เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง แต่ป.ป.ช.มีคนอยู่ 700-800 คนทำหน้าที่ในด้านนี้ ซึ่งมันไม่เพียงพอ มันก็ต้องหันมาร่วมมือกัน ครูที่อยู่บนดอยที่ขาดความรู้ แต่ครูปฏิเสธอำนาจหน้าที่ไม่ได้ เพราะคำสั่งออกมา กระทรวงศึกษาก็ต้องไปให้ความรู้คนที่มีหน้าที่ นี่คือแก้ปัญหาให้ครูรุ่นหลังๆ ไม่ให้เขามาเจอวิบากกรรมแบบนี้

ชัยยศ : บางโรงเรียน 70 กิโล ไม่มีผู้ใหญ่เข้าไปถึงแน่นอน

ครูอาจพลาดเรื่องความไว้วางใจ เชื่อว่าครูเป็นคนดี ดูจากประวัติ 62 รางวัลการันตีครูคนนึง ผมว่าครูอาจติดเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ เรื่องการที่เขาเป็นผู้บังคับบัญชาแต่เรื่องนี้ต้องแก้?

ภูเทพ : ต้องแก้ทั้งระบบ ตอนนี้สังคมออกมาแล้ว และเราเห็นว่าครูหลายคนทำหน้าที่เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง กระทรวงศึกษาต้องย้อนกลับมาแล้วว่า ท่านได้ให้ความรู้ในส่วนนี้กับบุคลากรของท่านบ้างมั้ย กระทรวงศึกษาต้องจับมือกับกระทรวงการคลัง ดูระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง อาจจัดเรื่องความรู้เบื้องต้น ที่พูดถึงกระทรวงศึกษาเพราะวันนี้คุณครูสังกัดกระทรวงศึกษา แต่จริงๆ ก็คือภาพรวม รัฐบาลฝ่ายบริหารต้องมาช่วยป.ป.ช.ด้วย ต้องจับมือกัน เรื่องนี้เป็นจิกซอร์ ถ้าไม่มีสิ่งที่คุณครูทำ จิ๊กซอร์ก็ต่อไม่ติด เงินก็ยังอยู่ในคลังหลวง ยังอยู่ในส่วนกลาง ต้องให้ความรู้ และต้องไม่อดทนต่อเรื่องทุจริต อย่างที่พี่หนุ่มบอกเรื่องลูกน้อง ลูกน้องต้องไม่เกรงใจพี่หนุ่ม

ชัยยศ : กรณีผมไม่ได้เกรงใจ แต่เป็นความเชื่อใจ ทุกวันนี้เขาหลอกหรือไม่หลอก ผมยังไม่รู้เลย

ทนายแก้ว : เขาหลอกครูแล้ว มันชัดเจนในเอกสารคดีหนาเตอะ ป.ป.ช.สอบทุกอย่างเลยนะ ละเอียดยิบเลย

ภูเทพ : ตอนแจ้งข้อหา เราก็ให้คุณครูอ่านว่าเราไปรวบรวมเจออะไรมา

เรื่องการไว้ใจเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ผมเคยมี หน้าแรกให้เซ็นเอกสาร อ่านปุ๊บเป็นเรื่องนี้ หน้าที่สองก็เซ็นเพราะไว้ใจกัน ปรากฏว่าแผ่นที่สองไม่เหมือนแผ่นแรก คนละเนื้อหา สุดท้ายทำให้เกิดการฟ้องร้องกัน?

ชัยยศ : แบบนี้ผมอ่านยากจัง

ทนายแก้ว : แน่นอนเพราะถนัดไม่เหมือนกัน ครูถูกปลดออก ตอนนี้ครูกำลังอุทธรณ์คำสั่งว่าแรงเกินไป

ชัยยศ : ไปที่คคส. แต่ยังไม่รับผล เพราะผมส่งไปวันที่ 4 ถ้าบอกวินัยร้ายแรงก็มีแค่สองช้อยส์ ไล่ออกกับปลดออก

ป.ป.ช.ทำงานหนักเหมือนกัน?

ภูเทพ : ทำงานหนัก ถึงบอกว่าถ้าทุกคนจะหวังพึ่งแต่ป.ป.ช.มันไม่ใช่ เพราะจริงๆ มันเป็นภาระของคนทั้งเทศ ต้องช่วยกันในเรื่องป้องกัน อยากให้ป้องกันมากกว่า เคสคุณครูเป็นปลายเหตุจริงๆ คุณครูมีรางวัลเยอะขนาดนี้ เสียดายเราไม่ได้ลงไปตั้งแต่แรก ถ้าแจ้งเบาะแสมาตั้งแต่ปี 61 เราลงไปปราม ผมเชื่อว่าผู้ต้องหาคนที่ 1 ที่ 2 เขาจะไม่กล้าทำ คนที่ 3 ที่ 4 ก็ระงับไปหมด ทุกวันนี้เวลาเราเห็นเขาสร้างถนน สร้างอาคาร จะเห็นว่าป.ป.ช.ลงไปตรวจก่อน เป็นการปราม ผมว่าเรื่องปราบปรามเป็นเรื่องปลายเหตุต้องเน้นเรื่องการป้องกันการทุจริตเป็นหลัก

คนลือกันว่าป.ป.ช.คนวิ่งเต้นกันได้?

ภูเทพ : มันพูดได้หมด แต่เขาดีไซน์กรรมการป.ป.ช. ต้องมีถึง 9 คน ไม่ใช่แค่คนเดียวแล้วจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง มันปัดตกได้ ถ้าลักชิงวิ่งปล้น พนักงานคนเดียวสั่งได้เลยนะว่าฟ้องหรือไม่ฟ้อง แต่พอเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้อง 9 ท่าน ถามว่าคุณหนุ่มจะวิ่งกับกรรมการ 9 คนให้ได้เสียงเกินกึ่งนึงยังไง สองก่อนไปวิ่งกับกรรมการ ต้องมาวิ่งกับเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ระดับส่วนกลาง ระดับภาค ระดับจังหวัดอีก การทำงานป.ป.ช. เราทำงานตรวจสอบเรื่องนี้ขั้นต่ำต้องมี 3 คน ในการทำงานร่วมกัน สร้างความโปร่งใส ใครจะแอบอ้างวิ่งก็แอบอ้างได้ แต่ผมทำงานมาเข้าปีที่ 28 ถ้าเราเจอเจ้าหน้าที่ทุจริต ที่ผ่านมาเราก็ฟันเหมือนกัน เรารับโทษสองเท่า อย่างคุณครูรับโทษเท่าไหร่ ทางเราก็รับโทษสองเท่า ถ้าเจ้าหน้าที่สั่งไม่ผิด ก็เสี่ยงรับโทษสองเท่าเหมือนกัน มันมีกรอบอยู่ครับ

ยังอยากกลับไปเป็นครู?

ชัยยศ : เต็มหัวใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเราเดินมาอีกนิดเดียวจะเกษียณแล้ว

เสียใจมาก?

ชัยยศ : ที่สุด เพราะผมบอกนักเรียนเสมอว่าชีวิตครูไม่เคยผิดหวังเพราะไม่ได้ตั้งหวัง แต่นี่ผมเสียใจ

มีโอกาสกลับไปเป็นครูได้อีกมั้ย?

ทนายแก้ว : กระบวนการป.ป.ช.สิ้นสุดแล้ว ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ คุณครูต้องไปขอความเป็นธรรมในชั้นพนักงานอัยการ สมมติพนักงานอัยการไม่รับเรื่อง ยืนคำสั่งเดิมสั่งฟ้องครู ครูก็ต้องไปสู้คดีกันในศาลอาญาทุจริต เพราะครูเป็นข้าราชการ ประเด็นอยู่ที่แบ่งหน้าที่กันทำแค่ไหนเพียงใด ครูมีส่วนปลายทางแค่ไหน ครูไปอธิบายศาลท่าน และแสดงเจตนาให้ชัดเจน ว่าเราไม่มีเจตนาทุจริต แต่เหมือนที่ท่านป.ป.ช.พูด มีหลายคนอ้างแบบครู ศาลเลยต้องมีการสอบสวนให้ละเอียด ว่ามีเจตนาจริงมั้ย

เชื่อว่ารางวัลที่ได้ก็สำคัญ?

ทนายแก้ว : ใช่ครับ เขาทำมาทั้งชีวิต อีกสองปีเกษียณก็ไม่คิดว่าคุณครูจะไปทุจริตหรอกครับ ไม่มีเหตุผลเลยที่จะไปแลก

ชัยยศ : ผมถามเล่นๆ ในศาลมีกินน้ำสาบานมั้ย (หัวเราะ)

ประวัติไม่มีด่างพร้อย?

ชัยยศ :   ตอนนี้แปดเปื้อน

ทนายแก้ว : แปดเปื้อนเพราะเพื่อนร่วมงาน

ภูเทพ : อยากเรียนครูว่าป.ป.ช.เป็นปลายเหตุ ก็เสียดายจริงๆ ที่ไม่สามารถลงไปทันเหตุการณ์ก่อนลุกลามมาแบบนี้ แต่เราพยายามลงไปให้เร็วที่สุดสำหรับครูรุ่นหลัง จะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

ชัยยศ : ส่วนตัวผมไม่โกรธใคร จากหัวใจ แต่ถ้าจะให้นอยด์คือเรื่องตัวหนังสือที่มาฟัน มาฆ่าผม เพราะป.ป.ช.ก็ทำตามหน้าที่ ผมก็เข้าใจ

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์  8 ธันวาคม 2566 

 

เกี่ยวข้องกัน

บทเรียนจากครูอาหารกลางวันโรงเรียนขยายโอกาส ครูยังต้องทำความดี ครูยังต้องมีอุดมการณ์อยู่หรือไม่ 

จากข่าวสารทางสื่อมวลชน เกือบจะทุกช่องทาง ได้พูดถึงครูโรงเรียนขยายโอกาสบนดอยคนหนึ่ง ที่ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการ ด้วยเหตุผลที่เซ็นตรวจรับในเอกสารการเงินเบิกเงินอาหารกลางวัน ที่นำอาหารกลางวันของเด็กอนุบาล และประถมศึกษา ไปเฉลี่ยให้เด็กมัธยมต้นได้รับประทานด้วย จน ปปช. ชี้มูลให้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ล่าสุดต้นสังกัด มีคำสั่งให้ออกจากราชการ สร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมและวงการครู พอสมควรนั้น

กระแสข่าวโด่งดัง สร้างแรงเหวี่ยง แรงหงุดหงิด สร้างความไม่พอใจให้สังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสังคมคนเป็นครู ถึงขนาดแชร์ ส่งต่อความไม่เห็นด้วย ส่งต่อความรู้สึกเกลียดชังระบบราชการ บางกลุ่มถึงกับตะโกนความคิดออกมาในสังคมว่า “ไม่ต้องทำความดีแล้วพวกเรา”ลืมไปเลยคำว่าอุดมการณ์ “คนทำดีทำไมราชการให้รางวัลอย่างนี้ เราจะทำดี เราจะตั้งใจทำงานไปเพื่ออะไร” 

ผมในฐานะรับราชการครูมายาวนาน เป็นผู้บริหารการศึกษามาตั้งแต่อายุ 28 ปี เป็นตั้งแต่ระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค จนถึงปัจจุบันอยู่ส่วนกลาง ได้พบเจอครูและได้ใช้ความพยายามเผยแพร่ความเชื่อให้ครูให้ทำงานด้วยอุดมการณ์ จิตวิญญาณความเป็นครูมาตลอดชีวิต เมื่อเรื่องราวของครูคนดังกล่าว กำลังมากระทบความเชื่อนั้น ผมเองจึงต้องขอออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสังคมครูของเรา โดยจะพยายามให้กระทบกับผู้คนให้น้อยที่สุด 

ข่าวสารเรื่องนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของความอ่อนแอทางสติปัญญาของผู้คนในสังคม การรับฟังข่าวสาร การวินิจฉัย การพิจารณา ความเชื่อข่าวที่ยังไม่ได้มีข้อมูลครบถ้วน แจ่มชัด แล้วตัดสินใจให้ค่า กำลังเป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน 

เป็นความอ่อนแอทางความคิดของคนในสังคม เริ่มปัญหาตั้งแต่ สื่อสารมวลชน สื่อเองก็ไม่ได้กรองข่าว ไม่ได้พิจารณาสารที่ตนเองมีให้แจ่มชัดเสียก่อน มีสารก็ส่งต่อโดยไม่รอบคอบ คนรับสารเองก็เชื่อโดยไม่ได้ไตร่ตรอง เพราะเชื่อว่า สารที่สื่อมวลชนส่งมานั้นถูกต้องครบถ้วนแล้ว 

ประกอบกับเนื้อหาของสารนี้ สอดรับกับสมมุติฐานในใจ ที่ส่วนลึกในใจคิดเสมอว่า ระบบราชการมันห่วยแตก ระบบราชการมันไม่ดี คนทำความดีแล้วไม่ได้ดี จะทำดีไปเพื่ออะไร ข่าวของครูอาหารกลางวันนี้ยิ่งตอกย้ำความคิดในแง่ร้ายมากขึ้นไปอีก เพราะมันตรงกับความเชื่อในใจตัวเอง ครูจึงเชื่อแล้วส่งต่อความเชื่อนั้นไปให้คนใกล้เคียง ส่งกระจายไปทุกช่องทาง มันเหมือนส่งเชื้อโรคทางความคิดไปแพร่ในสังคม มันอาจแพร่ได้เร็วกว่าเชื้อโรคร้ายเสียอีก 

เมื่อแรกที่ผมได้รับข่าวนี้ ผมคิดตลอดว่ามันน่าจะมีข้อมูลมากกว่าที่เสนอข่าวออกมา ผมเคยเป็นครูประถมศึกษา เคยเป็นโรงเรียนขยายโอกาส จะมีโรงเรียนที่จะไม่ให้เด็กขยายโอกาสได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยหรือ มีน้อยมากครับ ส่วนใหญ่โรงเรียนขยายโอกาสจะให้เด็กทุกคนในโรงเรียนได้ร่วมโครงการอาหารกลางวัน โดยวิธีการบริหารจัดการของโรงเรียน เช่นขอระดมข้าวสาร อาหารแห้ง หาเงินบริจาค ทำทุกวิถีทางให้เด็กทุกคนในโรงเรียนได้รับประทานอาหารกลางวัน 

ผมยังเชื่อมั่นว่า ถ้าปัญหาแค่นี้ ปปช. คงไม่ถือเป็นความผิด เพราะเรื่องนี้ ไม่ถือเป็นการทุจริต และราชการไม่ได้เสียประโยชน์อันใด อาจจะผิดระเบียบ ปปช.ก็อาจแนะนำให้ดำเนินการให้ถูกต้อง เราต้องแยกแยะคำว่า “ทุจริต”กับ “ผิดระเบียบ” โดยให้เข้าใจความหมายของสองคำนี้ให้ถ่องแท้ 

ผมเชื่อว่า ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่เรายังไม่ได้รับทราบทั้งหมด ก็เป็นเรื่องธรรมดาของปุถุชน ที่อาจจะนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงอาจไม่ครบถ้วนก็เป็นได้ 

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่จบสิ้นกระบวนความ คดียังไม่จบสิ้น ต้องสู้กันไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แต่สิ่งที่อยากสื่อสารกับสังคมคือ การทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การทำความดีเพื่อเด็ก การทำงานด้วยอุดมการณ์ยึดมั่นเพื่อประโยชน์ของเด็กยังได้รับความคุ้มครองเสมอ อย่าได้หวั่นไหว อย่าได้บั่นทอนความเชื่อมั่นในความดี 

คำว่าความดี คำว่าการทำดี ย่อมได้รับผลดีโดยแท้ ขอให้ความดี และการทำความดีนั้น เป็นความดีที่อยู่บนพื้นฐานของความดีอย่างแท้จริง คำว่าทำดีย่อมได้ผลดี ทำชั่วย่อมได้ผลชั่ว เป็นสัจธรรมอย่างแท้จริง

ขอให้ครู ผู้บริหารทุกคนเชื่อมั่นในการทำความดี การทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดประโยชน์ทางรายการ ยึดประโยชน์ของนักเรียนเป็นสำคัญ เชื่อมั่นว่า สิ่งดีๆ ย่อมส่งผลถึงตัวผู้กระทำเสมอ 

เจตนารมณ์ของบทความนี้ เพื่อให้กำลังใจคนที่เป็นครูและผู้บริหารทุกคน อย่าได้หวั่นไหว อย่าได้ เสื่อมศรัทธาในการทำงานเพื่อเด็กนักเรียน ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในการทำดีต่อไป ความดีความชั่วที่อยู่ตรงหน้า ลองใช้สามัญสำนึกของตนเองพิจารณา ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดมิควรทำ เพราะการที่เรากว่าจะมาเป็นครู เราได้บำเพ็ญตบะบารมีธรรมมาพอสมควร เรารู้ผิดรู้ชอบด้วยใจที่สะอาดของเราได้

ขอให้กำลังใจครูและผู้บริหารที่ดี ครูและผู้บริหารที่มี อุดมการณ์ทุกคน และขอให้เชื่อมั่นในความดี ทำงานด้วยจิตวิญญาณและอุดมการณ์ครูตลอดไป

ครูดี ผู้บริหารดี อย่าท้อแท้นะครับ 

ดร วีระ แข็งกสิการ 

 

ที่มา ; FB นายวิระ แข็งกสิการ

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ.ตั้งสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ปมอาหารกลางวันเด็ก  

จากกรณีเพจ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” โพสต์ภาพอาหารกลางวัน ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นภาพถาดอาหารของนักเรียน ที่มีแค่ข้าวสวย และไข่ต้ม และ ถุงที่มีน้ำปลาใส่อยู่ ทำให้นักเรียนในโรงเรียนออกมาประท้วงขับไล่ผู้อำนวยการ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ใครเห็นต่าง สะเทือนใจ และตั้งคำถามว่า เด็กที่จะกลายเป็นอนาคตของชาติ ได้รับสารอาหารเท่านี้จริงหรือ? 

ล่าสุด ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า  ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งนิติกร จากสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ลงพื้นที่ และได้สั่งให้ผู้อำนวยการรายดังกล่าว ออกจากพื้นที่ มาประจำที่สพฐ. ขณะเดียวกัน ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และมีคำตอบต่อผู้อำนวยการโรงเรียนท่านนี้แล้ว 

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการคนนี้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่นก่อน เพื่อให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐมีการสอบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียด 

ขณะที่ นายปารมี ไวจงเจริญ สส. พรรคก้าวไกล ได้นำเรื่องนี้เข้าไปตั้งกระทู้ถามในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา โดยฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า แนวนโยบายที่ตั้งเอาไว้ตอนเข้ามารับตำแหน่งว่า จะทำให้นักเรียน "เรียนดี มีความสุข" แต่ต้องเจอเรื่องน่าเจ็บปวดแล้วแบบนี้  นักเรียน "เรียนดี มีความสุข" ได้อย่างไร 

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กรณีโครงการอาหารกลางวัน ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกมาแล้ว พบความผิด 2 เรื่อง คือ 

·      เรื่องแรก ผู้อำนวยการและคณะทำงานจัดอาหารไม่มีคุณภาพ และไม่เป็นไปตามหลักโภชนาการ 

·      เรื่องที่ 2 คือ ขาดประสิทธิภาพในการบริหารงาน ทำให้เกิดความแตกแยกกันในสถานศึกษา 

จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงอีกว่า การกระทำผิดของผู้อำนวยการครั้งนี้ เกิดจากเจตนาทุจริตหรือไม่ หากเข้าข่ายมีความผิด จะมีโทษ 2 สถาน คือ ปลดออก กับ ไล่ออก เนื่องจากเป็นเรื่องที่ร้ายแรง  

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา ย้ำว่าการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะสอบสวนควบคู่ไปกับหน่วยงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.   

ที่มา ; edunewssiam

เกี่ยวข้องกัน

แจกไข่ต้ม-น้ำพริกจริง! ป.ป.ช.สอบอาหารกลางวัน ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ 21 ซื้อผิดปกติเพียบ 

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2567 นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 5 พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในพื้นที่ภาค 5 ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนครั้งที่ 3 ประจำเดือนมกราคม 2567 มีรายงานผลการติดตามกรณีอาหารนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน รวมอยู่ด้วย จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจอหลักฐานแจกไข่ต้ม-น้ำพริกจริง แถมยังพบความผิดปกติในรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวันหลายรายการ 

รายละเอียดการแถลงข่าวระบุว่า ภายหลังจากที่สื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการนำเสนอประเด็นการจัดรายการอาหารไม่เหมาะสมตามงบประมาณที่ได้รับตามเงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 จนเกิดเป็นประเด็นที่สังคมโดยทั่วไปให้ความสนใจ 

นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่พร้อมกับผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)  เขต 5 เพื่อติดตาม สังเกตการณ์ และตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข้อมูลข่าวในประเด็นดังกล่าว พร้อมกับได้ขอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติจ่ายเงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียนประจำเพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบและพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้นจากการตรวจสอบเอกสาร พบว่ามีรายการอาหาร ไข่ต้มและน้ำพริกตาแดงที่ได้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวเป็นจริง ประกอบกับพบข้อสังเกตบางประการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อวัสดุ อุปโภคบริโภคเพื่อให้บริการแก่นักเรียน การจัดเมนูอาหารในแต่ละวันไม่เป็นไปตามหลักโภชนาการที่เหมาะสมตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ ) แนะนำ พบความผิดปกติในรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวันหลายรายการ 

นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมในการจัดซื้อวัสดุอุปโภคบริโภคจากผู้ประกอบการในต่างจังหวัด ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ จ.เชียงใหม่ แทนการซื้อขายกับร้านในเขตพื้นที่ใกล้เคียงสถานศึกษา ซึ่งมียอดจัดซื้อวัตถุดิบในพื้นที่น้อยมาก บางรายการของการจัดซื้อวัตถุดิบไม่ปรากฏรายการในใบจัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภค เช่นวันที่ 3 มิถุนายน ยอดเงินดังกล่าวยังเกินวงเงินที่ขออนุมัติดำเนินการอีกด้วย 

ขณะที่ วัตถุดิบบางรายการมีการจัดซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาท้องตลาดมาก เช่น น้ำมันขนาด 18 ลิตร จัดซื้อในราคา 1,500 บาท/ปี๊บ ราคาในท้องตลาดทั่วไปไม่เกิน 1,000 บาท บางรายการมีการสั่งซื้อต่อเนื่องมีความถี่และมีจำนวนมากในบางเดือน และบางเดือนก็ไม่มีการสั่งซื้อ เช่นข้าวสาร วันละ 5 กระสอบ ไปจนถึง 11 กระสอบ และ บางรายการมีการจัดซื้อวัสดุมากเกินความจำเป็นที่ต้องใช้ในแต่ละเดือน เช่น น้ำยาล้างจานแกลลอน บางเดือน ซื้อถึง 3 ครั้ง บางเดือน ซื้อเดือนละ 35-50 แกลลอน

ทั้งนี้ กลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานข้อเท็จจริงเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ ต่อไป

อย่างไรก็ดี ทาง ป.ป.ช ได้ประสานขอความร่วมมือกับสื่อท้องถิ่นในพื้นที่ในการช่วยสอดส่องการแจ้งเบาะแส ชี้เป้า เกี่ยวกับการทุจริต ความไม่โปร่งใส ต่างๆ เพื่อให้การขับเคลื่อนการป้องปรามการทุจริตให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น การป้องกันและปราบปรามการทุจริตจะประสบผลสำเร็จให้ได้ตามเป้าหมายนั้น จำเป็นจะต้องมีการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนรวมทั้งสื่อในพื้นที่ด้วย 

ป.ป.ช.ภาค 5 แถลงผลสอบเบื้องต้นอาหารกลางวัน ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ 21 แม่ฮ่องสอน เจอหลักฐานแจกไข่ต้ม-น้ำพริกจริง สินค้าหลายรายการผิดปกติ ไปซื้อไกลถึง จ.เชียงใหม่ 

ที่มา  ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 31 มกราคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

ป.ป.ช.ชี้มูลอาญา-วินัยร้ายแรง อดีต ผอ.ร.ร.เทศบาล 3 ท่าแดง กระบี่ ทุจริตเงินอาหารกลางวัน  

สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 เผยมติคณะกรรมการชุดใหญ่ ชี้มูลความผิดคดีกล่าวหา อดีตผอ.โรงเรียนเทศบาล 3 ท่าแดง กระบี่ ทุจริตใช้จ่ายเงินอุดหนุนอาหารกลางวันเด็ก เจอโทษอาญา-วินัยร้ายแรง ส่งสำนวน อสส.ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนกม.แล้ว -ส่วนพวกอีก 8 ราย ผิดแค่วินัยไม่ร้ายแรง โดนลงโทษไปแล้ว  

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 8 แถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ชี้มูลความผิดคดีกล่าวหา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 3 ท่าแดง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ กับพวก ทุจริตในการใช้จ่ายเงินอุดหนุนทั่วไป ประเภทค่าอาหารกลางวัน ของเทศบาลโรงเรียนเทศบาล ประจำปีงบประมาณ 2554 และ 2555  

โดยมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 123/2566 เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2566 พิจารณาแล้วมีคำวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบัน พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดกระบี่เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนการลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ พ.ศ. 2542 ข้อ 6 วรรคสอง ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.)  เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป 

การกระทำของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มูล ให้ข้อกล่าวตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง และเทศบาลเมืองกระบี่ ได้มีคำสั่งลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรง กับ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 - ที่ 9 จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย

อย่างไรก็ดี ในการเปิดเผยผลชี้มูลคดีนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกชี้มูลความผิดแต่อย่างใด 

ขณะที่ การชี้มูลความผิดอาญาของคณะกรรมการป.ป.ช.ยังไม่ถือว่าเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด 

ที่มา ; สำนักข่าวไอยรา วันพุธ ที่ 06 มีนาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

ป.ป.ช.แพร่มาตรการป้องปราบโกงอาหารกลางวันเด็ก

 

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2567 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในโครงการอาหารกลางวันเด็ก โดยระบุว่า โครงการอาหารกลางวันเด็ก เป็นโครงการที่เกิดจากความตระหนักของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก ซึ่งพบว่านักเรียนประถมศึกษาจำนวนมากขาดแคลนอาหารกลางวันหรือมีอาหารกลางวันแต่ปริมาณไม่เพียงพอ หรืออาหารมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ทำให้ภาวะการเจริญเติบโต ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข โครงการอาหารกลางวันเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2495 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ทดลองจัดอาหารกลางวันแก่นักเรียนในสังกัด ซึ่งพบว่า โรงเรียนขาดงบประมาณในการดำเนินงาน ทำให้ไม่สามารถ จัดอาหารกลางวันให้นักเรียนขาดแคลนได้อย่างทั่วถึงในปี พ.ศ. 2530 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญของโครงการอาหารกลางวัน จึงกำหนดนโยบาย ให้โรงเรียนดำเนินโครงการอาหารกลางวันทุกโรงเรียน ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ภายใต้คำขวัญ 60 พรรษามหาราชา เด็กประถมศึกษาไม่หิวโหย 

ต่อมา ในช่วงปลายปีงบประมาณ 2534 รัฐบาลเร่งรัดช่วยเหลือเด็ก ในระดับประถมศึกษาที่มีภาวะทุพโภชนาการ และขาดแคลนอาหารกลางวัน กำหนดให้มีกฎหมาย พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ.2535 สาระสำคัญคือ จัดตั้งกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา วงเงิน 6,000 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่าย สำหรับการสนับสนุนและช่วยเหลือภาวะโภชนาการของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา และการประชาสัมพันธ์ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเด็ก 

ในปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาหาร ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ที่โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการแต่ลำพังได้ ส่งผลกระทบต่อนักเรียนขาดแคลน อีกจำนวนหนึ่งยังไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2542 ให้ถือว่าการส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันอิ่มทุกวันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเห็นชอบไห้มีความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารอิ่มทุกวัน ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และทุกกระทรวง ทบวง กรม ให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2544 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ถ่ายโอนงบประมาณค่าอาหารกลางวัน ไปให้กระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดตั้ง และจัดสรรงบประมาณเอง มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546 จนถึงปัจจุบัน 

แต่ในอีกมุมหนึ่งที่น่าเศร้าของโครงการอาหารกลางวันเด็ก ตามที่ได้ทราบข่าวสารเกี่ยวกับการจัดเมนูอาหารกลางวันเด็กนักเรียนว่าไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการที่เด็กควรได้รับในแต่ละมื้อ หรือมีให้ไม่เพียงพอกับปริมาณที่เด็กควรได้รับนั้น สาเหตุและปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไร เป็นคำถามที่ผู้ปกครองอยากได้คำตอบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการทุจริตหรือส่อให้เกิดการทุจริตกับโครงการดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งขอยกตัวอย่างการเผยแพร่คลิปนักเรียนกินอาหารกลางวันซึ่งเป็นขนมจีนคลุกน้ำปลาในถาดหลุม ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยคลิปดังกล่าวถือเป็นคลิปไวรัล ที่ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วในสื่อสังคมออนไลน์ และเรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาและเคสนำร่องของการร้องเรียนจากผู้ปกครอง จึงทำให้มีมาตรการในการลงตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันเด็ก ในโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมีสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ก็ได้รับการร้องเรียนในเรื่องโครงการอาหารกลางวันเด็ก เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยสำนักงาน ป.ป.ช. เองไม่ได้นิ่งเฉยกับปัญหาที่เกิดขึ้น ในส่วนของภารกิจงานด้านป้องกันการทุจริตได้ทำการลงสุ่มตรวจโครงการอาหารกลางวันเด็กในพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้บุคลากรครูและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และเพื่อให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศได้รับประทานอาหารที่ถูกต้อง ครบถ้วน มีปริมาณที่เพียงพอ ตามหลักโภชนาการที่เด็กควรได้รับในแต่ละมื้อ และที่สำคัญเพื่อเฝ้าระวังปัญหาที่อาจจะลุกลามไปสู่การทุจริตหรือส่อให้เกิดการทุจริตกับโครงการดังกล่าวได้

ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทำคู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องมีแนวทางในการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบวิธีปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และได้มีบันทึกด่วนที่สุด ที่ ศธ 04188/436 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2566 เรื่อง ขอจัดส่งคู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ประจำปี 2566 มายังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อทราบ และดำเนินการส่งเสริม กำกับ ติดตามและตรวจสอบ ตามแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปตามคู่มือดังกล่าว อาทิ โปรแกรมระบบแนะนำสำหรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ (Thai School Lunch ) โปรแกรมระบบฐานข้อมูลสุขภาพเด็กและเยาวชน (KidDiary) และขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้อง เป็นต้น 

แม้ว่าจะมีการลงตรวจสอบกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ที่คิดทุจริตได้ตระหนักในเรื่องนี้ เพราะล่าสุดได้มีกรณีการร้องเรียนในเรื่องการเรียกรับเงินกว่า 3 แสนบาท จากผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลโครงการอาหารกลางวันของผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางชัน กรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่าเป็นค่าบริหารจัดการ โดยเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วนั้น ก็เป็นหน้าที่ที่ผู้ถูกกล่าวหาต้องต่อสู้กันตามขั้นตอนของกฎหมาย ต่อไป 

จะเห็นได้ว่าคดีทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็ก ที่ผ่านมาถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐในทางวินัยและทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 151 และมาตรา 157 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 192 และถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกนั้น มีให้เห็นกันจำนวนหลายคดี โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็นอดีตข้าราชการครู ข้าราชการครู และเจ้าหน้าที่รัฐ การกระทำเช่นนี้ นอกจากทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงและหมดอนาคตแล้ว ยังส่งผลต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติอีกด้วย 

ข่าวต้นฉบับ โครงการอาหารกลางวันเด็ก….สู่มาตรการตรวจสอบ ของ ป.ป.ช.ปปช. 

ที่มา ; Bangkokbiznews

เกี่ยวข้องกัน

ศาลพิพากษายกฟ้อง ครูชัยยศ หลังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ทุจริตอาหารกลางวัน

จากกรณี นายชัยยศ สุขต้อ ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ (คศ.3) โรงเรียนยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ สืบเนื่องจากครูชัยยศเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุอาหารกลางวันนักเรียน ที่อดีตผู้บริหารสถานศึกษาฯ ระบุว่าเป็นการบริหารจัดการอาหารกลางวันเด็ก จากเด็กอนุบาลและประถมศึกษา ให้เด็กระดับมัธยมได้กินด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นนักเรียนกินนอน ครอบครัวยากจน 

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ” 

ขอแสดงความยินดีกับครูชัยยศ สุขต้อ ครูบนดอย ที่เชียงใหม่ ครูที่ทุ่มเทเงินเดือน และ อุทิศตนเพื่อนักเรียน แต่ถูก ป.ป.ช.กล่าวหาว่าทุจริตเรื่องอาหารกลางวันนักเรียน บัดนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 (เชียงใหม่) มีคำพิพากษาว่าครูชัยยศฯ ไม่ได้กระทำผิดตามที่ ป.ป.ช.กล่าวหา พิพากษายกฟ้อง 

คดีนี้ ผม และ ผอ อุทัย ขัติวงษ์ อดีต ผอ โรงเรียนกาวิละ เชียงใหม่ นักกฎหมายมือหนึ่งและเป็นทีมงานของสมาคมฯได้ช่วยกันทำคำฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอน มติ ป.ป.ช. และ การต่อสู้คดีในศาลอาญาฯ ครูชัยยศ ฯ และทนายความ ก็ได้อาศัยข้อมูล ที่เป็นคำฟ้องในศาลปกครอง เป็นหลักด้วย 

หาก ป.ป.ช.ไม่ยื่นอุทธรณ์ ครูชัยยศ ฯก็จะได้กลับเข้ารับราชการ ไปดูแลเด็กๆชาวเขาชาวดอยผู้ขาดโอกาส ต่อไป

 

รัชชัยย์ ศรสุวรรณ

นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 23 กันยายน 2568

เกี่ยวข้องกัน

ป.ป.ช. เดินหน้าแก้ปัญหาอาหารกลางวัน เสนอ มาตรการลดเสี่ยงทุจริต 

วันนี้ (17 ธันวาคม 2568) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้เสนอมาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 

สืบเนื่องจากโครงการอาหารกลางวันนักเรียนเป็นโครงการของรัฐที่มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณภาพและครบถ้วนตามหลักโภชนาการ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมากลับพบปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและการดำเนินโครงการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาทิ นักเรียนไม่ได้รับอาหารกลางวันที่เหมาะสม ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ รวมทั้งมีการทุจริตเงินในโครงการอาหารกลางวัน 

สำนักงาน ป.ป.ช. เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงดำเนินการศึกษาเพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน จากการศึกษาพบประเด็นความเสี่ยงต่อการทุจริต และเห็นควรมีมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนใน ประเด็น ดังต่อไปนี้

1. การจัดซื้อจัดจ้าง เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด เปิดให้ผู้ปกครองและชุมชนร่วมตรวจสอบ เผยแพร่เมนูและภาพอาหารประจำวันผ่านออนไลน์ และจัดทำคู่มือมาตรฐานกลางเพื่อลดช่องว่างการทุจริต

2. ประเด็นการขาดความรู้ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงาน

จากการศึกษาพบว่า โรงเรียนจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีบุคลากรจำกัด ยังขาดความรู้และความเข้าใจที่จำเป็นต่อการบริหารโครงการอาหารกลางวันและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ส่งผลให้ในหลายกรณีเกิดข้อผิดพลาดหรือการปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบโดยไม่ได้มีเจตนาทุจริต

นอกจากนี้ บริบทพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันยังเป็นปัจจัยสำคัญ เช่น โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจำเป็นต้องจัดซื้อวัตถุดิบในราคาสูงกว่าปกติ หรือมีข้อจำกัดจากผู้จำหน่ายซึ่งมักเป็นร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินได้ รวมทั้งโรงเรียนบางแห่งประสบปัญหาการขาดแคลนผู้รับจ้างประกอบอาหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การดำเนินโครงการอาหารกลางวันมีความยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการใช้งานระบบ Thai School Lunch ของเจ้าหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถวางแผนเมนูอาหารตามหลักโภชนาการได้ครบถ้วนและต่อเนื่อง

จึงมีข้อเสนอแนะให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกรมบัญชีกลาง และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เร่งพัฒนาศักยภาพและทักษะของผู้ปฏิบัติงาน โดยร่วมกันกำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทั้งด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้งานระบบ Thai School Lunch พร้อมทั้งมีการประเมินผลและปรับปรุงหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอ และควรพิจารณาจัดทำสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ E-Learning เพื่อให้บุคลากรสามารถศึกษาได้ทุกเวลา รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา (Helpdesk) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับระเบียบที่เกี่ยวข้อง 

3. ประเด็นในการตรวจสอบ กำกับ และติดตามโครงการ

จากการศึกษาพบว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบ กำกับ และติดตามโครงการอาหารกลางวันนักเรียนยังมีข้อจำกัดหลายประการ อาทิ ขาดการบูรณาการในการลงพื้นที่ตรวจสอบ ขาดความต่อเนื่อง และขาดผู้ตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่บางส่วนยังปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบ

จึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ กำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดทุกระดับให้ดำเนินการตรวจสอบ กำกับ และติดตามโครงการอาหารกลางวันอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลางและพื้นที่ โดยควรประสานผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดจ้างเข้าร่วมการตรวจสอบ และจัดทำระบบรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ มาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนดังกล่าว จะได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นแนวทางในการป้องกันการทุจริตต่อไป 

 

 

ที่มา PPTVHD36

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น