สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M387_‘อส.ศธ.’ ช่วยยกระดับ-พลิกโฉมการศึกษาในพื้นที่

เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ศธ. ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญกับสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะในปี 2566 ประเทศไทยจะมีค่าเฉลี่ยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 12%  และเพิ่มขึ้นเป็น 28% ในอีก 10 ปีข้างหน้า ถือเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอด ขณะที่กลุ่มผู้ว่างงานและอยู่นอกระบบการศึกษา (Non Education Employer Development : NEED) มีมากถึง 1.3 ล้านคน หากปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามภาวะปกติ ในทศวรรษหน้าประเทศไทยจะมีแนวโน้มจะเผชิญวิกฤตหนัก ซึ่งจะส่งผลกระทบกับภาคการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ศธ. จึงได้วางแนวทางระยะสั้นในการขับเคลื่อนที่สำคัญ ที่จะเปิดรับสมัครอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ซึ่งเป็นผู้เกษียณอายุ มีจิตอาสารวมทั้งต้องมีความรู้ความสามารถในวิชาชีพต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์ 

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า โดย อส.ศธ.ซึ่งกระจายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จะเป็นบุคลากรสำคัญในการดำเนินการร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปช่วยพัฒนากำลังคนทุกกลุ่มวัยในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมคนในอนาคต รวมทั้งกลุ่มผู้สูงวัยด้วย เช่น เป็นครูอาสาสมัครจิตอาสา เพื่อเข้ามาช่วยงานการศึกษา มุ่งเน้นการอ่านออกเขียนได้ของเด็กในชุมชน ป้องกันเด็กออกจากระบบการศึกษากลางคัน แก้ไขเสริมสร้างภาวะความรู้ถดถอยในการเรียนรู้ พร้อมเก็บเป็นฐานข้อมูลการเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อไป เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย และเป็นการสร้างคุณค่า ความสุขให้กับผู้สูงวัย โดยส่งเสริมผู้สูงอายุกลุ่มที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ทักษะชีวิตเป็นครูสอนอาชีพ และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีงานทำและมีรายได้ รวมถึงสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาเด็กที่อยู่ในวัยเรียนให้มีความพร้อมทั้งกายใจสติปัญญา พร้อมรองรับการพัฒนาตามช่วงวัยโดยมุ่งเน้นการอ่านออกเขียนได้ ช่วยเหลือด้านสวัสดิภาพและความปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการศึกษา 

สำหรับผู้สูงอายุที่มีจิตอาสาและสนใจสมัครเป็น อส.ศธ ต้องเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกษียณอายุราชการ มีความพร้อมที่จะช่วยงานด้านการศึกษา พัฒนาทักษะวิชาชีพตามบริบทในพื้นที่แต่ละจังหวัด หรือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) หรือเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมด้านอาสาสมัครจากหน่วยงานอื่น อาทิ กศน. อพม. อสม. อปพร. และ กอ.รมน. เป็นต้น ในอัตรา 77 จังหวัด ๆ ละ 50 คน รวมทั้งสิ้น 3,850 คน ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้จะต้องได้รับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงบทบาทหน้าที่ของ อส.ศธ. และแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบในการทำงานก่อนลงพื้นที่ โดยส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาการอ่านออกเขียนได้และให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิภาพและความปลอดภัยให้กับเด็กที่อยู่ในวัยเรียนในพื้นที่ชุมชน โดยรับสมัครตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2566 โดยผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่เว็ปไซด์ Volunteers. moe.go.th หรือ www.moe.go.th หัวข้อ “ข่าวประชาสัมพันธ์” และสามารถขอรับใบสมัครได้ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทุกจังหวัดในเวลาราชการ” นายอรรถพล กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนสถานการณ์เชิงโครงสร้างของประเทศที่กำลังก้าวสู่ “สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด” ควบคู่กับปัญหากลุ่มประชากรวัยแรงงานที่ว่างงานและอยู่นอกระบบการศึกษา (NEED) จำนวนมาก ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพในระยะยาว กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดแนวทางเชิงนโยบายระยะสั้นผ่านการจัดตั้ง “อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.)” โดยดึงศักยภาพผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วและมีจิตอาสาเข้ามาเป็นพลังทางการศึกษาในระดับพื้นที่ 

หลักการสำคัญคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต การใช้ทุนมนุษย์อย่างคุ้มค่า และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายกระทรวงและภาคีเครือข่าย แนวคิดหลักมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education) ขณะที่แนวปฏิบัติเน้นการแก้ปัญหาเชิงรุก เช่น การอ่านออกเขียนได้ การป้องกันเด็กหลุดจากระบบ การแก้ Learning Loss และการส่งเสริมอาชีพผู้สูงวัย บทบาท อส.ศธ.จึงไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียน แต่ยังสร้างคุณค่า ความสุข และรายได้ให้ผู้สูงอายุ เป็นการพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างสมดุลและยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อที่ 1 นโยบาย อส.ศธ. สะท้อนแนวคิดทางการศึกษาข้อใดชัดเจนที่สุด
ก. การศึกษาเพื่อการแข่งขัน
ข. การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการใช้ทุนมนุษย์
ค. การศึกษาตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ง. การลดบทบาทภาครัฐด้านการศึกษา

ข้อที่ 2 ปัญหากลุ่ม NEED เป็นความท้าทายเชิงนโยบายการศึกษาเพราะเหตุใด
ก. เป็นภาระงบประมาณระยะสั้น
ข. ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรง
ค. เป็นกลุ่มที่อยู่นอกระบบการพัฒนาทักษะของรัฐ
ง. เป็นปัญหาเฉพาะด้านแรงงานเท่านั้น

ข้อที่ 3 บทบาทใดของ อส.ศธ. ที่สะท้อนแนวคิด “การป้องกันมากกว่าการแก้ไข”
ก. การส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ
ข. การเก็บข้อมูลการศึกษา
ค. การป้องกันเด็กออกกลางคัน
ง. การสอนทักษะชีวิตในชุมชน

ข้อที่ 4 การบูรณาการหลายกระทรวงในนโยบายนี้ มีผลเชิงการบริหารอย่างไร
ก. เพิ่มขั้นตอนการทำงาน
ข. ลดบทบาทสถานศึกษา
ค. เพิ่มพลังการแก้ปัญหาเชิงระบบในพื้นที่
ง. ทำให้การตัดสินใจล่าช้า

ข้อที่ 5 บทเรียนสำคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษาควรนำไปใช้จากกรณีนี้คือข้อใด
ก. การพัฒนาคุณภาพต้องพึ่งส่วนกลางเป็นหลัก
ข. การศึกษาเป็นภารกิจของโรงเรียนเท่านั้น
ค. การสร้างเครือข่ายชุมชนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
ง. ผู้สูงอายุไม่เหมาะกับบทบาททางการศึกษา
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น