
จากกรณีที่คณะมนตรี OECD (OECD Council) ซึ่งประกอบด้วย 38 ประเทศสมาชิก มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD)
OECD คืออะไร
OECD (Organization for Economic Cooperation and Development ) หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2504 ประเทศที่ร่วมก่อตั้งในช่วงแรกที่เข้ามาเป็นสมาชิกทั้งหมด 20 ประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ส่งเสริมการประสานงานด้านนโยบายและเสรีภาพทางเศรษฐกิจในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว
OECD มาจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจยุโรป (OEEC:Organisation for European Economic Co-operation ) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2491 เพื่อติดตามผลงานของอเมริกาและแคนาดาภายใต้แผนมาร์แชล OECD มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 และรวมสมาชิกจากรัฐประชาธิปไตย เช่น สหรัฐอเมริกา ประเทศในยุโรปตะวันตก ญี่ปุ่น แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
OECD บทบาท
OECD เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ให้ข้อมูลวิจัย และ คำปรึกษา แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมความมั่นคง ความเท่าเทียม ความเป็นอยู่ที่ดี และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
สมาชิก OECD
ปัจจุบัน OECD มีสมาชิกทั้งหมด 38 ประเทศ จากภูมิภาคยุโรป อเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา และเอเชียแปซิฟิก
ขณะเดียวกัน OECD ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของตราสารทาง กฎหมาย (OECD legal instruments) ข้อแนะนำ และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับระดับสากล
OECD กับประเทศไทย
หลังจากคณะมนตรี OECD ได้เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ขั้นตอนหลังจากนั้น เลขาธิการ OECD จะจัดทำแผนการเข้าเป็นสมาชิก (Accession Roadmap) ให้กับประเทศไทย ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่จะระบุขั้นตอนการเข้าเป็นสมาชิกและรายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ
โดยตลอดกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ประเทศไทยจะต้องดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการ OECD (OECD Committee) อย่างใกล้ชิด ในการปรับปรุงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD เพื่อบรรลุการเข้าเป็นสมาชิก (full member) ในอนาคต
ที่มา ; Thansettakij
ข่าวเกี่ยวกัน
ไทยนับหนึ่งร่วม OECD หลังคณะมนตรีมติเอกฉันท์ รับเข้ากระบวนการเป็นสมาชิก
OECD เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2504 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การพัฒนา และการกำหนดนโยบายร่วมกันระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยมีรากฐานมาจากองค์การ OEEC ซึ่งจัดตั้งในปี 2491 เพื่อช่วยบริหารความช่วยเหลือภายใต้แผนมาร์แชลหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบัน OECD มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และมีสมาชิก 38 ประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคยุโรป อเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา และเอเชียแปซิฟิก และมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจโลก
บทบาทสำคัญของ OECD คือการเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิจัย การวิเคราะห์เชิงนโยบาย และการให้คำปรึกษาแก่ประเทศสมาชิก รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความเท่าเทียม ความโปร่งใส การกำกับดูแลที่ดี และคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ OECD ยังสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการปรับปรุงนโยบายสาธารณะ อีกทั้งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศในรูปแบบตราสารทางกฎหมาย ข้อแนะนำ และแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในระดับนานาชาติ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระดับโลก
สำหรับประเทศไทย คณะมนตรี OECD มีมติเอกฉันท์ให้เริ่มกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก โดยเลขาธิการจะจัดทำแผนการเข้าเป็นสมาชิก (Accession Roadmap) เพื่อกำหนดขั้นตอน เงื่อนไข และแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน ประเทศไทยต้องดำเนินการปฏิรูปกฎหมาย นโยบาย และระบบการบริหารให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD รวมถึงพัฒนาศักยภาพหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทำงานร่วมกับคณะกรรมการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดในทุกด้านอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศ มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานสากลและความน่าเชื่อถือของประเทศ และมุ่งสู่การเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบในอนาคต
OECD มีรากฐานการพัฒนามาจากองค์กรใด
ก. ASEAN
ข. OEEC
ค. WTO
ง. IMF
เฉลย: ข. OEEC
เหตุผล: OECD พัฒนามาจาก OEEC ที่ก่อตั้งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อบริหารแผนมาร์แชล
วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของ OECD คือข้อใด
ก. ส่งเสริมความร่วมมือทางทหาร
ข. ส่งเสริมการค้าเสรีเฉพาะภูมิภาคเอเชีย
ค. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนโยบาย
ง. จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้
เฉลย: ค.
เหตุผล: OECD เน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ นโยบาย และการพัฒนา ไม่ใช่ด้านทหารหรือกองทุนสังคมโดยตรง
บทบาทสำคัญของ OECD ในเชิงนโยบายคือข้อใด
ก. บังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ
ข. ให้คำปรึกษาและข้อเสนอเชิงนโยบาย
ค. จัดเก็บภาษีระหว่างประเทศ
ง. ควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
เฉลย: ข.
เหตุผล: OECD เป็นองค์กรเชิงนโยบาย ไม่ใช่หน่วยบังคับใช้กฎหมายหรือการเงิน
ข้อใดสะท้อนบทบาทด้าน “มาตรฐานสากล” ของ OECD ได้ถูกต้องที่สุด
ก. การออกกฎหมายบังคับประเทศสมาชิก
ข. การออกตราสาร ข้อแนะนำ และแนวปฏิบัติ
ค. การจัดตั้งศาลระหว่างประเทศ
ง. การกำหนดภาษีศุลกากร
เฉลย: ข.
เหตุผล: OECD ใช้ soft law เช่น แนวปฏิบัติและข้อเสนอแนะ ไม่ใช่กฎหมายบังคับ
ขั้นตอนสำคัญหลังไทยได้รับมติให้เข้าสู่กระบวนการสมาชิกคือข้อใด
ก. ลงนามสนธิสัญญาทันที
ข. จัดทำ Accession Roadmap
ค. เริ่มใช้เงินสกุลเดียวกับ OECD
ง. เปิดเสรีแรงงานทันที
เฉลย: ข.
เหตุผล: Roadmap เป็นแผนกำหนดขั้นตอนการเข้าเป็นสมาชิก
สิ่งที่ประเทศไทยต้องดำเนินการเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD คือข้อใด
ก. ลดจำนวนกระทรวง
ข. ปรับกฎหมายและนโยบายให้สอดคล้องมาตรฐาน
ค. เพิ่มภาษีนำเข้า
ง. ยกเลิกระบบราชการทั้งหมด
เฉลย: ข.
เหตุผล: ต้องปรับโครงสร้างกฎหมายและนโยบายให้สอดคล้องมาตรฐานสากล
OECD มีสมาชิกประมาณกี่ประเทศในปัจจุบัน
ก. 20 ประเทศ
ข. 30 ประเทศ
ค. 38 ประเทศ
ง. 50 ประเทศ
เฉลย: ค. 38 ประเทศ
เหตุผล: ข้อมูลปัจจุบัน OECD มีสมาชิก 38 ประเทศ
บทบาทสำคัญของ OECD ต่อการพัฒนาประเทศคือข้อใด
ก. ลดการศึกษาในประเทศสมาชิก
ข. แลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ดี
ค. ควบคุมรัฐบาลประเทศสมาชิก
ง. แทรกแซงการเมืองภายในประเทศ
เฉลย: ข.
เหตุผล: OECD เน้น knowledge sharing และ best practices
ข้อใดเป็น “ผลลัพธ์เชิงคุณค่า” ที่ OECD ส่งเสริม
ก. ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น
ข. ความโปร่งใสและคุณภาพชีวิตดีขึ้น
ค. การปิดกั้นการค้า
ง. การลดความร่วมมือระหว่างประเทศ
เฉลย: ข.
เหตุผล: OECD มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มคุณภาพชีวิตและความโปร่งใส
แนวคิดสำคัญที่สุดในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยคือข้อใด
ก. การแข่งขันทางทหาร
ข. การพัฒนามาตรฐานสากลอย่างเป็นระบบ
ค. การลดความร่วมมือระหว่างประเทศ
ง. การพึ่งพาตนเองแบบปิดประเทศ
เฉลย: ข.
เหตุผล: การเข้าร่วม OECD ต้องพัฒนาเชิงระบบให้สอดคล้องมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง