
จากกรณีเพจดัง “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” ได้นำภาพที่มีรถสำนักงาน ปภ. จ.พะเยา ไถลตกข้างทางพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า โดยระบุว่า ข้าราชการสาวคนหนึ่ง ตำแหน่งผู้ช่วยและรักษาราชการแทนหัวหน้า หน่วยงานหนึ่งที่ จ.พะเยา ใช้รถยนต์ส่วนกลาง TR Transformer ll ทะเบียน 7กบ 5092 กทม. ที่ด้านหน้าระบุชื่อกรมชัดเจน นั้น
เมื่อวันที่ 19 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่เอกสาร ในเว็บไซต์เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า
ชี้มูลความผิดนางสาวอัญชลี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา กรณีใช้รถยนต์ส่วนกลางของทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายและกระทำการจัดทำเอกสาร รับรองเอกสาร และรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลนางสาวอัญชลี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา กรณีนำรถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์ ในคืนวันที่ 16 สิงหาคม 2566 โดยไม่นำรถกลับเข้าสำนักงานฯ และได้ขับไปประสบอุบัติเหตุบริเวณพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา และกลับมาจัดทำเอกสารรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติมอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวทางไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 7 สิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2566 นายยศกร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ได้ไปราชการโดยเข้ารับการอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 81 ทำให้ในช่วงเวลาตั้งกล่าว นางสาวอัญชลี เป็นผู้รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา โดยในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะผู้รักษาราชการ แทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ก็ได้น้ำรถยนต์ส่วนกลาง TR TRANSFORMER ll คันสีส้ม หมายเลขทะเบียน 7กบ 5092 กรุงเทพมหานคร ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยาไปใช้โดยเป็นผู้ถือกุญแจและขับรถยนต์คันดังกล่าวด้วยตนเอง
ในวันที่ 16 สิงหาคม 2566 ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้รถยนต์ส่วนกลาง TR TRANSFORMER II คันสีส้ม หมายเลขทะเบียน 7กบ 5092 กรุงเทพมหานคร ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา มีรายละเอียด ดังนี้ ผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางไปปฏิบัติราชการตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 16 สิงหาคม 2566 จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. ผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางกลับเข้ามาที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยาา ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น.ผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางไปร่วมงานพบปะหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพะเยาที่ มทบ.34 พะเยา ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช และอยู่ร่วมงานตั้งกล่าวจนถึงงานเลิกช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. หลังจากนั้นเวลาประมาณ 23.55 น.
ผู้ถูกกล่าวหามายังบริเวณสถานบันเทิง BM PUB และร้าน Wooden House โดยใช้เวลาอยู่ที่บริเวณดังกล่าว จนถึงเวลาประมาณ 02.02 น. ของเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2566 และต่อมาเวลาประมาณ 02.04 น. ผู้ถูกกล่าวหาได้ขับรถยนต์ส่วนกลางฯ ไปจอดบริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองพะเยา (หน้าร้านแว่นท็อปเจริญ) และเวลาประมาณ 02.39 น.
ผู้ถูกกล่าวหาได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวผ่านหน้าร้านทองเยาวราช (เจ๊บุ้) และผ่านหน้าบริษัททวียนต์พะเยา ในเวลาไล่เลี่ยกัน และขับไปที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา แต่ไม่ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดไว้ที่โรงจอดรถของ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยาแต่อย่างใด ต่อมาเวลาประมาณ 03.40 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ผู้ถูกกล่าวหาได้ขับรถยนต์ส่วนกลาง TR TRANSFORMER II ค้นสีส้ม หมายเลขทะเบียน 7กบ 5092 กรุงเทพมหานคร ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา มาทางถนนทางหลวงหมายเลข 1193 (แม่นาเรือ – แม่ใจ) และเมื่อขับมาถึงบริเวณก่อนถึงร้านขวัญทอง วัสดุก่อสร้าง บ้านสันปูเลย หมู่ที่ 3 ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา รถยนต์คันดังกล่าวได้เกิดอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำลงไปอยู่ในร่องน้ำริมถนน เป็นเหตุให้รถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหาย
ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาได้ปกปิดเรื่องดังกล่าวไว้ ไม่ได้รายงานแก่ผู้บังคับบัญชารับทราบโดยทันที แต่ได้มาจัดทำเอกสารรายงานเหตุต่อผู้บังคับบัญชารับทราบในภายหลัง และได้รับรองเป็นหลักฐานในเอกสารนั้นว่าในวันเกิดเหตุตนได้นำรถยนต์ส่วนกลาง TR TRANSFORMER II ค้นสีส้ม หมายเลขทะเบียน 7กบ 5092 กรุงเทพมหานคร ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ไปตรวจสาธาธารณภัยในเขตพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยาทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหาทราบดีอยู่แล้วว่าช่วงระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2566 จังหวัดพะเยาไม่ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในเขตพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา หรือพื้นที่อื่นใดภายในจังหวัดพะเยาแต่อย่างใด
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 47/2568 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 7 เสียง เห็นชอบตามความเห็นของคณะไต่สวนเบื้องต้นว่า ดังนี้
การกระทำของนางสาวอัญชลี ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานอาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 83 (1) (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1)
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางสาวอัญชลี ตามฐานความผิดติดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 ต่อไป
ทั้งนี้ ให้แจ้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง ต่อไปด้วย



@ข้อมูลที่มาแห่งกรณี
เพจดังแฉ ข้าราชการสาว ใช้รถหลวง เมาแล้วขับจนพลิกคว่ำลงข้างทาง เจอขวดไวน์เต็มรถ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า
“รถหลวงเอาไปเมาหัวทิ่ม”
เรื่องมีอยู่ว่า ข้าราชการสาวคนหนึ่ง ตำแหน่งผู้ช่วยและรักษาราชการแทนหัวหน้า หน่วยงานหนึ่งที่ จ.พะเยา ใช้รถยนต์ส่วนกลาง TR Transformer ll ทะเบียน 7กบ 5092 กทม. ที่ด้านหน้าระบุชื่อกรมชัดเจน
ขับไปงานเลี้ยงสังสรรค์และร้านเหล้าในเมืองพะเยา จนช่วงดึกได้ขับรถกลับ แต่ไม่รู้ขับท่าไหนรถเกิดพลิกคว่ำลงข้างทาง รถพังยับภายในพบเศษขวดไวน์เต็มไปหมด
หลังเกิดเหตุ วันต่อมาได้ทำทีมาพูดอ้างว่าเคลียร์กับนายแล้ว สั่งลูกน้องไม่ต้องทำรายงาน แต่เรื่องดันปิดไม่มิด เลยแก้ตัวอ้างว่า ใช้รถเอาไปปฏิบัติราชการแล้วเกิดอุบัติเหตุ
ซึ่งรถคันที่พังนี้ ตั้งแต่นางขึ้นรักษาราชการแทน เมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.66 ก็เอามาขับใช้ประจำเสมือนรถส่วนตัว”