
แม้ผู้ฟ้องคดีจะไม่มีสิทธิรับค่าเช่าบ้าน แต่ผู้ฟ้องคดียื่นขอเบิกโดยเข้าใจว่าตนมีสิทธิ ซึ่งหน่วยงานก็ให้ผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิเบิกตลอดมา เมื่อผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิโดยสุจริต และได้นำเงินไปใช้จนหมดสิ้นแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ต้องคืนค่าเช่าบ้านที่ได้รับไปตามมาตรา 51 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฯ ประกอบเรื่องลาภมิควรได้ตามมาตรา 412 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อร. 161/2566
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเคยตั้งข้อสังเกตให้หน่วยงานตรวจสอบกรณีการเบิกค่าเช่าบ้านดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานก็ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบข้อเท็จจริง และได้ระงับการเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดี แต่ต่อมาหน่วยงาน และคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายปกครองฯ ได้มีมติว่า การเบิกจ่ายชอบด้วยกฎหมายแล้ว และได้ให้ผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านต่อไป
อันเป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้ผู้ฟ้องคดียิ่งเชื่อโดยสุจริตว่า ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน แต่ต่อมา หน่วยงานกลับมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดี และเรียกค่าเช่าบ้านคืน
จึงเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านโดยเห็นว่า ตนเป็นผู้มีสิทธิตามระเบียบ ฯ และมิได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง ข่มขู่ หรือชักจูงโดยการให้ทรัพย์สินหรือให้ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงถือว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับค่าเช่าบ้านมาโดยสุจริต
การคืนเงินค่าเช่าบ้านจึงต้องนำหลักลาภมิควรได้มาใช้บังคับตามมาตรา 412 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ #เมื่อผู้ฟ้องคดีได้ใช้เงินดังกล่าวไปหมดแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ต้องคืนเงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับไปตามมาตรา 51 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฯ
ที่มา ; เพจบรรทัดฐานคดีปกครองและคดีรัฐธรรมนูญ