สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M144_ศธ.พร้อมปฎิรูปการเรียนรู้หนุนแผนปฏิรูปประเทศ

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งมี รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน กับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อาทิ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (คณะทำงานฝ่ายนโยบายด้านการศึกษาของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รวมถึงผู้บริหารองค์กรหลักที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ เมื่อเร็ว  นี้ ว่า ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) กฏหมายเขียนไว้ว่า ต้องพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพราะฉะนั้น หลักๆ จริงๆ ก็คือว่า ศธ.ไม่ได้ปฏิรูปหลักสูตร แต่ ศธ.จะต้องปฏิรูปการเรียนรู้ และเน้นActive Learning ซึ่งสิ่งที่กฎหมายปฏิรูปกำหนดให้ ศธ.ทำคือ จะต้องอบรมพัฒนาครูในเรื่องการเรียนการสอนแบบActive Learning และให้ครูนำไปใช้ 

นอกจากนี้ กฎหมายปฏิรูปยังกำหนด ให้ ศธ.ดำเนินการเรื่องการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ร่วมมือกับสถานประกอบการ ส่วนเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ น.ส.ตรีนุช ต้องการจะทำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรผิด ไม่มีอะไรถูก และปัจจุบัน น.ส.ตรีนุช ก็เน้นเรื่องการเรียนการสอนแบบActive Learning อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีการพัฒนาครูในเรื่องการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไประดับหนึ่งแล้วต่อไป ศธ.ก็จะเน้นให้มากขึ้น ในขณะที่เรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเป็นผู้ไปดำเนินการ ดังนั้นจึงเห็นร่วมกันว่าทุกอย่างที่ ศธ.ทำ จะยืนตามแผนปฏิรูปประเทศ พร้อมๆ กันนั้น หลักสูตรฐานสมรรถนะก็จะดำเนินไปพร้อมกับการปรับการเรียนการสอนของครูให้เป็นแบบ Active Learning

ต่อข้อถามว่า ส่วนงบประมาณของ ศธ.ที่จะต้องสนับสนุนการปฏิบัติตามแผนปฏิรูปประเทศ กับการจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ จะเป็นอย่างไร ดร.สุภัทร กล่าวว่า ถ้าในแง่ของตน เรื่องของการทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ วิธีของเขา เขาก็ทำไปในส่วนของงบประมาณ ส่วนการพัฒนาครูให้ปรับการเรียนการสอนไปเป็นแบบ Active Learning เป็นเรื่องที่อยู่ในแผนงานของ สพฐ.อยู่แล้ว ทุกอย่างที่ ศธ.ทำ จะยืนตามแผนปฏิรูปประเทศ พร้อมๆ กันนั้น หลักสูตรฐานสมรรถนะก็จะดำเนินไปพร้อมกับการปรับการเรียนการสอนของครูให้เป็นแบบ Active Learning

ปลัด ศธ. กล่าวอีกว่า ต่อไปเรื่องการปรับการเรียนการสอนของครูเป็นแบบ Active Learning นั้น ศธ.จะต้องเข้าไปประสานทำงานร่วมกับคุรุสภา เพื่อให้ทางคุรุสภากำหนดเงื่อนไขการพัฒนาเส้นทางวิชาชีพในการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูว่า ครูจะต้องผ่านการอบรมพัฒนาการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยให้สถาบันคุรุพัฒนา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เข้ามาดูแลเรื่องการรับรองหลักสูตรการอบรมที่สำคัญและได้มาตรฐาน รวมไปถึงการที่ครูจะได้รับวิทยะฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญนั้น ควรมีการอบรมโดยสถาบันคุรุพัฒนา ซึ่งต้องกำหนดเรื่องเนื้อหาของหลักสูตรและดีกรีของหลักสูตรในการพัฒนาการเรียนการสอนของครูแบบActive Learning ด้วย  

ที่มา ; เดลินิวส์ 22 พฤศจิกายน 2564

สรุปสาระสำคัญ

การประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ มีสาระสำคัญคือการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งกฎหมายกำหนดชัดว่า หัวใจของการปฏิรูปคือการปฏิรูปการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนหลักสูตร โดยมุ่งพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะผ่าน Active Learning เป็นสำคัญ บทบาทหลักของกระทรวงศึกษาธิการจึงอยู่ที่การอบรมและพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning และนำไปใช้จริงในห้องเรียน

ขณะเดียวกัน กฎหมายปฏิรูปยังกำหนดให้มีการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ร่วมมือกับสถานประกอบการ ส่วนการจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นนโยบายที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการควบคู่กันไป ซึ่งไม่ขัดแย้งกับแผนปฏิรูปประเทศ ทั้งสองแนวทางสามารถเดินไปพร้อมกันได้ 

ในด้านงบประมาณ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะและการอบรมครู Active Learning ใช้กลไกงบประมาณที่มีอยู่แล้วในระบบ สพฐ. นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังต้องประสานกับคุรุสภา เพื่อกำหนดให้การอบรม Active Learning เป็นเงื่อนไขสำคัญทั้งในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ เพื่อยกระดับคุณภาพครูอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อที่ 1

จากแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ประเด็นใดถือเป็น “แก่นหลัก” ของการปฏิรูปตามบทความ

ก. การเปลี่ยนหลักสูตรแกนกลางเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะทั้งระบบ
ข. การปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ
ค. การปฏิรูปการเรียนรู้ผ่าน Active Learning
ง. การเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาต่อหัวผู้เรียน

 

ข้อที่ 2

ข้อใดสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” กับ “แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา” ได้ถูกต้องที่สุด

ก. เป็นนโยบายเดียวกันและต้องดำเนินการพร้อมกันเท่านั้น
ข. เป็นคนละเรื่อง แต่สามารถดำเนินการควบคู่กันได้
ค. เป็นนโยบายที่ขัดแย้งกันในทางปฏิบัติ
ง. แผนปฏิรูปต้องหยุดรอหลักสูตรฐานสมรรถนะให้เสร็จก่อน

 

ข้อที่ 3

ในมุมมองเชิงผู้บริหารสถานศึกษา หากต้องการขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับบทความมากที่สุด ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นลำดับแรก

ก. จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาใหม่ทั้งหมด
ข. ส่งครูเข้ารับการอบรม Active Learning อย่างเป็นระบบ
ค. ปรับโครงสร้างการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน
ง. จัดซื้อสื่อและเทคโนโลยีการเรียนการสอนราคาแพง

 

ข้อที่ 4

บทบาทของคุรุสภาตามแนวคิดในบทความ ควรเป็นอย่างไร

ก. เป็นผู้จัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะโดยตรง
ข. กำหนดมาตรฐานโรงเรียนที่ใช้ Active Learning
ค. กำหนดเงื่อนไขการพัฒนาเส้นทางวิชาชีพครูด้าน Active Learning
ง. ทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณพัฒนาครูแทน สพฐ.

 

ข้อที่ 5

หากผู้บริหารสถานศึกษากังวลว่า “งบประมาณไม่เพียงพอ” จะเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อน Active Learning ข้อใดสอดคล้องกับมุมมองของปลัด ศธ. มากที่สุด

ก. ต้องของบประมาณใหม่เพิ่มเติมจากรัฐบาลเท่านั้น
ข. ต้องรอให้หลักสูตรฐานสมรรถนะเสร็จสมบูรณ์ก่อน
ค. ใช้งบประมาณและแผนงานที่มีอยู่ในระบบ สพฐ.
ง. ลดภารกิจด้านอื่นของโรงเรียนทั้งหมดเพื่อนำงบมาใช้

 

ข้อที่ 6

สาระสำคัญของแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ตามบทความ หากตีความเชิง “กฎหมายมหาชน” ข้อใดสะท้อนบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการได้ถูกต้องที่สุด

ก. เป็นหน่วยงานเจ้าของหลักสูตรฐานสมรรถนะโดยตรง
ข. เป็นผู้บังคับให้ทุกสถานศึกษาปรับเปลี่ยนหลักสูตรทันที
ค. เป็นผู้รับผิดชอบการเปลี่ยน “วิธีจัดการเรียนรู้” มากกว่าการเปลี่ยน “เอกสารหลักสูตร”
ง. เป็นผู้จัดสรรงบประมาณใหม่เฉพาะกิจเพื่อการปฏิรูป

 

ข้อที่ 7

หากเกิดข้อโต้แย้งว่า “การเดินหลักสูตรฐานสมรรถนะพร้อมกับ Active Learning เป็นการทำงานซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองงบประมาณ” ผู้บริหารระดับนโยบายควรใช้เหตุผลใดตอบโต้ได้หนักแน่นที่สุดตามบทความ

ก. ทั้งสองเรื่องเป็นนโยบายเดียวกันจึงไม่ซ้ำซ้อน
ข. หลักสูตรเป็นเรื่องนโยบาย ส่วนการเรียนการสอนเป็นเรื่องวิชาการ
ค. เป็นภารกิจของคนละหน่วยงาน แต่ยึดกรอบแผนปฏิรูปเดียวกัน
ง. กฎหมายปฏิรูปให้อำนาจ ศธ. ทำได้ทุกเรื่องพร้อมกัน

 

ข้อที่ 8

ในเชิงบริหารทรัพยากร หากโรงเรียนแห่งหนึ่งเร่งอบรมครู Active Learning แต่ยังไม่เปลี่ยนหลักสูตรสถานศึกษาให้เป็นฐานสมรรถนะ การดำเนินการดังกล่าวถือว่า

ก. ขัดต่อแผนปฏิรูปประเทศ
ข. ขัดต่อเจตนารมณ์ของ รมว.ศธ.
ค. สอดคล้องกับกฎหมายปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา
ง. ทำได้เฉพาะโรงเรียนในโครงการนำร่องเท่านั้น

 

ข้อที่ 9

บทบาทของคุรุสภาตามแนวคิดในบทความ หากพิจารณาเชิง “กลไกกำกับคุณภาพ” (Quality Assurance) ควรถูกจัดอยู่ในระดับใด

ก. การกำกับผลลัพธ์ผู้เรียน (Outcome-based)
ข. การกำกับสถานศึกษา (Institution-based)
ค. การกำกับเส้นทางวิชาชีพครู (Professional-based)
ง. การกำกับหลักสูตรระดับชาติ (Curriculum-based)

 

ข้อที่ 10

หากท่านเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และต้องรายงานต้นสังกัดว่าโรงเรียน “ยืนตามแผนปฏิรูปประเทศ” อย่างเป็นรูปธรรม ข้อใดเป็นหลักฐานเชิงนโยบายที่มีน้ำหนักมากที่สุด

ก. แผนพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะของโรงเรียน
ข. โครงการอบรมครู Active Learning ที่ผ่านการรับรอง
ค. ผลคะแนน O-NET ที่เพิ่มขึ้น
ง. การจัดซื้อสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม