
เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งมี รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน กับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อาทิ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (คณะทำงานฝ่ายนโยบายด้านการศึกษาของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รวมถึงผู้บริหารองค์กรหลักที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) กฏหมายเขียนไว้ว่า ต้องพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพราะฉะนั้น หลักๆ จริงๆ ก็คือว่า ศธ.ไม่ได้ปฏิรูปหลักสูตร แต่ ศธ.จะต้องปฏิรูปการเรียนรู้ และเน้นActive Learning ซึ่งสิ่งที่กฎหมายปฏิรูปกำหนดให้ ศธ.ทำคือ จะต้องอบรมพัฒนาครูในเรื่องการเรียนการสอนแบบActive Learning และให้ครูนำไปใช้
นอกจากนี้ กฎหมายปฏิรูปยังกำหนด
ต่อข้อถามว่า ส่วนงบประมาณของ ศธ.ที่จะต้องสนับสนุนการปฏิบัติตามแผนปฏิรูปประเทศ กับการจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ จะเป็นอย่างไร ดร.สุภัทร กล่าวว่า ถ้าในแง่ของตน เรื่องของการทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ วิธีของเขา เขาก็ทำไปในส่วนของงบประมาณ ส่วนการพัฒนาครูให้ปรับการเรียนการสอนไปเป็นแบบ Active Learning เป็นเรื่องที่อยู่ในแผนงานของ สพฐ.อยู่แล้ว ทุกอย่างที่ ศธ.ทำ จะยืนตามแผนปฏิรูปประเทศ พร้อมๆ กันนั้น หลักสูตรฐานสมรรถนะก็จะดำเนินไปพร้อมกับการปรับการเรียนการสอนของครูให้เป็นแบบ Active Learning
ปลัด ศธ. กล่าวอีกว่า ต่อไปเรื่องการปรับการเรียนการสอนของครูเป็นแบบ Active Learning นั้น ศธ.จะต้องเข้าไปประสานทำงานร่วมกับคุรุสภา เพื่อให้ทางคุรุสภากำหนดเงื่อนไขการพัฒนาเส้นทางวิชาชีพในการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูว่า ครูจะต้องผ่านการอบรมพัฒนาการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยให้สถาบันคุรุพัฒนา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เข้ามาดูแลเรื่องการรับรองหลักสูตรการอบรมที่สำคัญและได้มาตรฐาน รวมไปถึงการที่ครูจะได้รับวิทยะฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญนั้น ควรมีการอบรมโดยสถาบันคุรุพัฒนา ซึ่งต้องกำหนดเรื่องเนื้อหาของหลักสูตรและดีกรีของหลักสูตรในการพัฒนาการเรียนการสอนของครูแบบActive Learning ด้วย
ที่มา ; เดลินิวส์ 22 พฤศจิกายน 2564
สรุปสาระสำคัญ
การประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ มีสาระสำคัญคือการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งกฎหมายกำหนดชัดว่า หัวใจของการปฏิรูปคือการปฏิรูปการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนหลักสูตร โดยมุ่งพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะผ่าน Active Learning เป็นสำคัญ บทบาทหลักของกระทรวงศึกษาธิการจึงอยู่ที่การอบรมและพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning และนำไปใช้จริงในห้องเรียน
ขณะเดียวกัน กฎหมายปฏิรูปยังกำหนดให้มีการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ร่วมมือกับสถานประกอบการ ส่วนการจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นนโยบายที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการควบคู่กันไป ซึ่งไม่ขัดแย้งกับแผนปฏิรูปประเทศ ทั้งสองแนวทางสามารถเดินไปพร้อมกันได้
ในด้านงบประมาณ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะและการอบรมครู Active Learning ใช้กลไกงบประมาณที่มีอยู่แล้วในระบบ สพฐ. นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังต้องประสานกับคุรุสภา เพื่อกำหนดให้การอบรม Active Learning เป็นเงื่อนไขสำคัญทั้งในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ เพื่อยกระดับคุณภาพครูอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ข้อสอบ
จากแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ประเด็นใดถือเป็น “แก่นหลัก” ของการปฏิรูปตามบทความ
ก. การเปลี่ยนหลักสูตรแกนกลางเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะทั้งระบบ
ข. การปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ
ค. การปฏิรูปการเรียนรู้ผ่าน Active Learning
ง. การเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาต่อหัวผู้เรียน
ข้อใดสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” กับ “แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา” ได้ถูกต้องที่สุด
ก. เป็นนโยบายเดียวกันและต้องดำเนินการพร้อมกันเท่านั้น
ข. เป็นคนละเรื่อง แต่สามารถดำเนินการควบคู่กันได้
ค. เป็นนโยบายที่ขัดแย้งกันในทางปฏิบัติ
ง. แผนปฏิรูปต้องหยุดรอหลักสูตรฐานสมรรถนะให้เสร็จก่อน
ในมุมมองเชิงผู้บริหารสถานศึกษา หากต้องการขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับบทความมากที่สุด ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นลำดับแรก
ก. จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาใหม่ทั้งหมด
ข. ส่งครูเข้ารับการอบรม Active Learning อย่างเป็นระบบ
ค. ปรับโครงสร้างการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน
ง. จัดซื้อสื่อและเทคโนโลยีการเรียนการสอนราคาแพง
บทบาทของคุรุสภาตามแนวคิดในบทความ ควรเป็นอย่างไร
ก. เป็นผู้จัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะโดยตรง
ข. กำหนดมาตรฐานโรงเรียนที่ใช้ Active Learning
ค. กำหนดเงื่อนไขการพัฒนาเส้นทางวิชาชีพครูด้าน Active Learning
ง. ทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณพัฒนาครูแทน สพฐ.
หากผู้บริหารสถานศึกษากังวลว่า “งบประมาณไม่เพียงพอ” จะเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อน Active Learning ข้อใดสอดคล้องกับมุมมองของปลัด ศธ. มากที่สุด
ก. ต้องของบประมาณใหม่เพิ่มเติมจากรัฐบาลเท่านั้น
ข. ต้องรอให้หลักสูตรฐานสมรรถนะเสร็จสมบูรณ์ก่อน
ค. ใช้งบประมาณและแผนงานที่มีอยู่ในระบบ สพฐ.
ง. ลดภารกิจด้านอื่นของโรงเรียนทั้งหมดเพื่อนำงบมาใช้
สาระสำคัญของแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ตามบทความ หากตีความเชิง “กฎหมายมหาชน” ข้อใดสะท้อนบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการได้ถูกต้องที่สุด
ก. เป็นหน่วยงานเจ้าของหลักสูตรฐานสมรรถนะโดยตรง
ข. เป็นผู้บังคับให้ทุกสถานศึกษาปรับเปลี่ยนหลักสูตรทันที
ค. เป็นผู้รับผิดชอบการเปลี่ยน “วิธีจัดการเรียนรู้” มากกว่าการเปลี่ยน “เอกสารหลักสูตร”
ง. เป็นผู้จัดสรรงบประมาณใหม่เฉพาะกิจเพื่อการปฏิรูป
หากเกิดข้อโต้แย้งว่า “การเดินหลักสูตรฐานสมรรถนะพร้อมกับ Active Learning เป็นการทำงานซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองงบประมาณ” ผู้บริหารระดับนโยบายควรใช้เหตุผลใดตอบโต้ได้หนักแน่นที่สุดตามบทความ
ก. ทั้งสองเรื่องเป็นนโยบายเดียวกันจึงไม่ซ้ำซ้อน
ข. หลักสูตรเป็นเรื่องนโยบาย ส่วนการเรียนการสอนเป็นเรื่องวิชาการ
ค. เป็นภารกิจของคนละหน่วยงาน แต่ยึดกรอบแผนปฏิรูปเดียวกัน
ง. กฎหมายปฏิรูปให้อำนาจ ศธ. ทำได้ทุกเรื่องพร้อมกัน
ในเชิงบริหารทรัพยากร หากโรงเรียนแห่งหนึ่งเร่งอบรมครู Active Learning แต่ยังไม่เปลี่ยนหลักสูตรสถานศึกษาให้เป็นฐานสมรรถนะ การดำเนินการดังกล่าวถือว่า
ก. ขัดต่อแผนปฏิรูปประเทศ
ข. ขัดต่อเจตนารมณ์ของ รมว.ศธ.
ค. สอดคล้องกับกฎหมายปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา
ง. ทำได้เฉพาะโรงเรียนในโครงการนำร่องเท่านั้น
บทบาทของคุรุสภาตามแนวคิดในบทความ หากพิจารณาเชิง “กลไกกำกับคุณภาพ” (Quality Assurance) ควรถูกจัดอยู่ในระดับใด
ก. การกำกับผลลัพธ์ผู้เรียน (Outcome-based)
ข. การกำกับสถานศึกษา (Institution-based)
ค. การกำกับเส้นทางวิชาชีพครู (Professional-based)
ง. การกำกับหลักสูตรระดับชาติ (Curriculum-based)
หากท่านเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และต้องรายงานต้นสังกัดว่าโรงเรียน “ยืนตามแผนปฏิรูปประเทศ” อย่างเป็นรูปธรรม ข้อใดเป็นหลักฐานเชิงนโยบายที่มีน้ำหนักมากที่สุด
ก. แผนพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะของโรงเรียน
ข. โครงการอบรมครู Active Learning ที่ผ่านการรับรอง
ค. ผลคะแนน O-NET ที่เพิ่มขึ้น
ง. การจัดซื้อสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้
คลิกเฉลย >>>