สมาชิกเข้าสู่ระบบ

“จ้างเหมาบริการ” สัญญาณเตือนภัยที่ข้าราชการต้องรู้

สวัสดีครับพี่น้องชาว อปท. ทุกท่าน โดยเฉพาะพี่ๆ น้องๆ ที่เป็นหัวหน้างาน หรือผู้ควบคุมสัญญา วันนี้ผมอยากจะมาพูดคุยในเรื่องที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่กลับแฝงไปด้วย “กับดัก” ทางกฎหมายที่อาจสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงาน และที่น่ากลัวกว่านั้น คืออาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือเรื่องของการ “จ้างเหมาบริการ”

 

จุดเริ่มต้นที่ดูเหมือนง่าย...ของสัญญาที่ชื่อ “จ้างเหมา”

ลองนึกภาพตามนะครับ... พี่สมชาย (นามสมมติ) เป็นหัวหน้ากองที่ขยันขันแข็ง วันหนึ่งภารกิจในกองล้นมือ ต้องการคนมาช่วยขับรถส่วนกลาง หรือมาช่วยคีย์ข้อมูลเป็นการเร่งด่วน การจะขอคนเพิ่มตามกระบวนการก็ดูจะยาวนานเหลือเกิน ทางออกที่ดูง่ายและเร็วที่สุดก็คือ “จ้างเหมาบริการ” สิ! ทำสัญญาจ้างกันเป็นรายปี จ่ายเป็นรายเดือน ทุกอย่างดูเรียบง่าย สบายใจ...ใช่ไหมครับ? 

ถูกต้องครับ บนหน้ากระดาษ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบตามหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทยฉบับล่าสุด ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว ๙๖๓๖ ก็ขีดเส้นไว้ชัดเจนว่า การจ้างเหมาคือสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ความสัมพันธ์ของเรากับเขาคือ “ผู้ว่าจ้างกับ “ผู้รับจ้างเราไม่มีอำนาจไปสั่งการบังคับบัญชาเขาเหมือนลูกน้องแท้ๆ เขาไม่มีสิทธิลา ไม่มีสวัสดิการเหมือนเรา และที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่ได้เป็นนายจ้างเขา ตามกฎหมายประกันสังคม นี่คือเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้หน่วยงานของเราปลอดภัย

 

วันที่ “ความจริง” ไม่ตรงกับ “หน้าสัญญา”

แล้วเรื่องราวก็ดำเนินไป... วันดีคืนดี พี่สมชายเห็นว่าน้องมานพ (นามสมมติ) ที่จ้างมาขับรถกำลังว่างอยู่ เลยเอ่ยปากด้วยความคุ้นเคยว่า “น้อง...ไปส่งเอกสารให้พี่ที่อำเภอหน่อยสิหรือบางทีก็อาจจะบอกว่า “ต่อไปนี้มาทำงาน 8 โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็นพร้อมกันนะ จะได้สะดวกเวลาสั่งงาน 

คำพูดที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อและเพื่อความสะดวกในการทำงานนี่แหละครับ คือจุดเริ่มต้นของหายนะ! 

แล้ววันนั้นก็มาถึง... น้องมานพขับรถไปประสบอุบัติเหตุระหว่างทางไป “ส่งเอกสาร” ที่พี่สมชายสั่งนอกสัญญา ทำให้รถยนต์ของหลวงเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ทันใดนั้น สัญญาจ้างเหมาบริการที่ดูเรียบง่าย ก็กลายเป็นระเบิดเวลาที่ซ่อนไว้ทันที

 

เมื่อกฎหมายมองทะลุ...จาก “ผู้รับจ้าง” กลายเป็น “เจ้าหน้าที่”

ถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า “ก็เป็นเรื่องของผู้รับจ้างสิ เขาต้องรับผิดชอบเอง” นั่นคือความเข้าใจที่ผิดมหันต์ครับ!

เพราะเมื่อเรื่องถึงชั้นสอบสวนหรือชั้นศาล เขาจะไม่ได้ดูแค่ชื่อสัญญาบนกระดาษ แต่จะมองลึกลงไปที่ “นิติสัมพันธ์ที่แท้จริงการที่พี่สมชายออกคำสั่งให้น้องมานพไปส่งเอกสาร หรือกำหนดเวลาทำงานให้เขา นั่นคือการแสดงตนเป็น “ผู้บังคับบัญชาไปเรียบร้อยแล้ว! 

หลักฐานเชิงประจักษ์เรื่องนี้มีอยู่มากมายครับ ไม่ว่าจะเป็น แนวคำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ ๔๘๙/๒๕๕๒ , เรื่องเสร็จที่ ๑๓๗๕/๒๕๖๒) หรือ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (คดีหมายเลขแดงที่ อ. ๑๒๒/๒๕๖๗ , อผ.๒๓/๒๕๖๗) ที่เคยวินิจฉัยในลักษณะเดียวกันว่า หากข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการควบคุมสั่งการ ก็ให้ถือว่าผู้รับจ้างนั้นมีสถานะเป็น “เจ้าหน้าที่โดยพฤตินัย 

 

เมื่อสถานะของน้องมานพเปลี่ยนไปในสายตาของกฎหมาย ผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงกลัวก็เริ่มทำงานเป็นโดมิโน่:

๑.หน่วยงานต้องรับผิด: ในฐานะ “หน่วยงานของรัฐ” เทศบาลของเราต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดกับบุคคลภายนอกไปก่อน

๒.ผู้กระทำอาจพ้นผิด: จากนั้นจะมีการสอบสวนความรับผิดทางละเมิด และหากพบว่าอุบัติเหตุเกิดจาก “ประมาทเลินเล่ออย่างไม่ร้ายแรง” น้องมานพ (ในฐานะเจ้าหน้าที่) ก็จะพ้นความรับผิดทางการเงินทันที! ภาระทั้งหมดตกอยู่กับหน่วยงานของเราเต็มๆ

 

 “ละเมิดซ้อนละเมิด” กับดักสุดท้ายที่รอ “ผู้สั่งการ”

เรื่องยังไม่จบแค่นั้นครับ... เมื่อหน่วยงานต้องจ่ายเงินค่าเสียหายไปแล้ว คำถามต่อไปที่จะถูกตั้งขึ้นมาคือ “ใครคือต้นเหตุที่ทำให้หน่วยงานต้องเสียหาย?” 

คำตอบไม่ใช่ น้องมานพ แต่คือ “พี่สมชายผู้สั่งการนั่นเอง!

นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเตือนภัยพี่น้องทุกคนด้วยความห่วงใยอย่างที่สุด การที่พี่สมชายออกคำสั่งให้น้องมานพทำงานนอกสัญญา ถือเป็นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยขัดต่อหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย (ว ๙๖๓๖) ที่ห้ามไว้โดยชัดแจ้ง การกระทำนี้ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดเล็กน้อย แต่มันคือ “การกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของตนเอง 

เพราะคำสั่ง “พี่ฝากหน่อยนะ” เพียงประโยคเดียว ได้เปลี่ยนสถานะของผู้รับจ้าง และเป็นต้นเหตุโดยตรงที่ลากหน่วยงานเข้าไปรับภาระค่าเสียหายทั้งหมด 

ผลสุดท้ายคืออะไรทราบไหมครับ? หน่วยงานมีสิทธิและหน้าที่ที่จะต้อง ไล่เบี้ยเรียกเงินค่าเสียหายทั้งหมดคืนจาก “พี่สมชาย” ผู้สั่งการนั่นเองครับ! จากความปรารถนาดีและความสะดวกสบายเพียงชั่วครู่ กลายเป็นความรับผิดชอบทางการเงินมหาศาลที่ต้องแบกรับไว้คนเดียว ยังไม่นับรวมความผิดทางวินัยที่อาจตามมาอีกด้วย 

ผมขอฝากไว้เป็นอุทาหรณ์และเครื่องเตือนใจนะครับ หนังสือสั่งการที่ออกมา ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันคือ “โล่ที่คอยคุ้มกันทั้งองค์กรและตัวเราเอง โปรดใช้มันให้ถูกต้อง อย่าปล่อยให้ความคุ้นเคยหรือความสะดวกสบายเพียงเล็กน้อย มาทำลายอนาคตการทำงานของเราเลยครับ รักษาความสัมพันธ์แบบ “ผู้ว่าจ้าง-ผู้รับจ้าง” ไว้ให้มั่นคง อย่าก้าวล้ำเส้นไปสู่การ “บังคับบัญชาโดยเด็ดขาด 

 

ด้วยความห่วงใยจากใจจริงครับ

บทความโดย: นิติกรท้องถิ่น 

ที่มา ; FB เครือข่ายวินัย-ละเมิด-คดีปกครองข้าราชการส่วนท้องถิ่น