
ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้ถ่ายทอดบทเรียนและนวัตกรรมการแก้ปัญหาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพัฒนาการของเด็กปฐมวัยหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีข้อเสนอ “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม : ฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัย ทางรอดประเทศไทย” นั้น เพราะเวลา 3 ปีของการเรียนออนไลน์ในช่วงโควิด อาจผลักให้เด็กเข้าสู่ภาวะการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning Loss อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ความสูญเสียโอกาสที่จะได้สร้างพัฒนาการ ยิ่งซ้ำเติมให้เด็กยุคโควิดกลายเป็น Lost Generation หลุดออกจากระบบการศึกษา ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างรุนแรง โมเดล “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” จึงเป็นทางรอดของไทย ที่จะช่วยฟื้นคืนพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้สมวัยและเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข
โมเดล “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” ประกอบด้วย
· 3 เร่ง ได้แก่ 1.เร่งกำหนดการฟื้นฟูเด็กปฐมวัย เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และเป็นไปทั้งระบบจนเกิดผล 2.เร่งให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และสังคม 3.เร่งค้นหา เยียวยา และพัฒนาเด็กในภาวะเปราะบาง
· 3 ลด ได้แก่ 1.ลดการใช้สื่อหน้าจอในเด็กปฐมวัยอย่างจริงจัง 2.ลดความเครียด คืนความสุขแก่เด็ก 3.ลดการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก
· 3 เพิ่ม ได้แก่ 1.เพิ่มกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาการที่เสียไป โดยเฉพาะเพิ่มกิจกรรมทางกาย เพิ่มการอ่านนิทาน และเพิ่มการเล่น 2.เพิ่มสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า 3.เพิ่มศักยภาพบุคลากรและระบบนิเวศใกล้ตัวเด็ก ผ่านการเสริมพลังครอบครัว สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และเครือข่ายชุมชน
โดยจากนี้ สกศ. จะระดมกำลังจากทุกฝ่ายบูรณาการงานตามแนวทาง “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” ฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัยต่อไป
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ชูโมเดล “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” ฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัย หลังได้รับผลกระทบจากโควิด ต้องเรียนออนไลน์กว่า 3 ปี อาจผลักให้เด็กเข้าสู่ภาวะการเรียนรู้ถดถอย
ที่มา ; เดลินิวส์ 10 เมษายน 2566
สรุปสาระสำคัญ
ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้นำเสนอโมเดล “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” เพื่อฟื้นฟูพัฒนาการเด็กปฐมวัยหลังโควิด-19 เนื่องจากการเรียนออนไลน์ยาวกว่า 3 ปี ทำให้เด็กจำนวนมากเกิดภาวะเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาและกลายเป็น Lost Generation ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น โมเดลนี้ประกอบด้วย
3 เร่ง ได้แก่ เร่งกำหนดการฟื้นฟูเป็นวาระแห่งชาติ เร่งให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง-ครู และเร่งค้นหา-เยียวยาเด็กเปราะบาง
3 ลด ได้แก่ ลดการใช้สื่อหน้าจอ ลดความเครียด และลดความรุนแรงต่อเด็ก
3 เพิ่ม ได้แก่ เพิ่มกิจกรรมฟื้นฟู เช่น การอ่าน เล่น และกิจกรรมทางกาย เพิ่มสวัสดิการเด็กเล็ก และเพิ่มศักยภาพครอบครัว บุคลากร รวมถึงชุมชนรอบตัวเด็ก
สกศ. เตรียมบูรณาการทุกฝ่ายขับเคลื่อนโมเดลนี้เพื่อฟื้นฟูเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กไทยกลับมามีพัฒนาการสมวัยหลังผลกระทบจากโควิด
ข้อสอบ
ก. เด็กขาดทักษะดิจิทัลหลังโควิด
ข. การเรียนออนไลน์ยาวนานทำให้เกิด Learning Loss และความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น
ค. ครูขาดความพร้อมด้านเทคโนโลยี
ง. โรงเรียนขาดงบประมาณพัฒนาอาคารสถานที่
2. “เร่งกำหนดการฟื้นฟูเด็กปฐมวัยเป็นวาระแห่งชาติ” สะท้อนแนวคิดด้านใดของการบริหารการศึกษา?
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์
ค. การสร้างความสำคัญเชิงนโยบายระดับประเทศ
ง. การลดภาระงานครู
3. หากโรงเรียนต้องการนำ “3 ลด” ไปใช้จริง ข้อใดสอดคล้องที่สุดตามเจตนารมณ์ของโมเดล?
ก. ลดเวลาเล่น เพิ่มเวลาเรียนในห้องเรียน
ข. จัดโซนปลอดหน้าจอในศูนย์เด็กเล็ก
ค. ลดงบกิจกรรมกลางแจ้ง
ง. ลดชั่วโมงนิทานเพื่อเพิ่มชั่วโมงแบบฝึกหัด
4. ข้อใดสะท้อนเจตนารมณ์ของ “3 เพิ่ม” ในเชิงนโยบายระดับสถานศึกษา?
ก. เพิ่มการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อดึงดูดเด็ก
ข. เพิ่มกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาการ เช่น การเล่นและการอ่านนิทาน
ค. เพิ่มภาระงานครูผ่านการจัดเก็บข้อมูลรายวัน
ง. เพิ่มการสอบคัดกรองเด็กเพื่อจัดระดับกลุ่มเรียน
5. หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องวางแผนรับมือภาวะ Learning Loss ตามโมเดลนี้ แนวทางใด “สอดคล้องที่สุด” กับระบบนิเวศรอบตัวเด็กตามโมเดล?
ก. มุ่งดำเนินการเฉพาะในห้องเรียน โดยไม่เกี่ยวกับครอบครัว
ข. ออกนโยบายให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเพิ่ม แต่ครูไม่จำเป็นต้องมีการอบรมเพิ่ม
ค. ประสานครอบครัว ชุมชน และศูนย์เด็กเล็กเพื่อร่วมกันฟื้นฟูพัฒนาการเด็ก
ง. ลดบทบาทผู้ปกครองเพื่อป้องกันความสับสนในการดูแลเด็ก
คลิกเฉลย >>>