
เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายธงชัย พงษ์ประพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยพิษณุโลก ต่อสัญญาเช่าพื้นที่ร้านค้าสวัสดิการโดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้ผู้เช่า และทำสัญญาเช่ารถยนต์โดยสารปรับอากาศโดยเป็นรถยนต์เก่าบริษัทประกันไม่รับประกันภัย และเสียค่าใช้จ่ายมากในการบำรุงรักษามาก ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา
โดยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 151 การ กระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 รวม 2 กระทง กระทงละ 5 ปี เป็นจำคุก 10 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี ไม่มีเหตุรอการลงโทษ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนโทษตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ให้จำเลย จำคุก 5 ปี ไม่มีเหตุรอการลงโทษ
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา พฤหัสบดี ที่ 01 กรกฎาคม 2564
เกี่ยวข้องกัน
คดีที่ 2! รอลงอาญาคุก 3 ปี อดีตผอ.รร.หาดใหญ่วิทยาลัย 2-พวก เอื้อน้องสาวเป็นคู่สัญญา
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางพิมพ์มาส รังสรรค์สฤษดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา กับพวก คือ นางสาวมาลีวรรณ สุขโข นางเพียงเพ็ญ ทิพย์พืชหรือระยับพันธุ์ และนางสาววาสนา แซ่ลิ่ว เอื้อประโยชน์ให้กับน้องสาวเป็นคู่สัญาญากับโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 ตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี และไม่นำเงินส่วนลดค่าหนังสือเข้าบัญชีเงินสวัสดิการโรงเรียน ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบ 86 พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 192 ประกอบ ป.อ.มาตรา 86 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 86 และ 90 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2564
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาดังนี้
1. นางพิมพ์มาส รังสรรค์สฤษดิ์ จำเลยที่ 1 นางสาวมาลีวรรณ สุขโข จำเลยที่ 2 นางเพียงเพ็ญ ทิพย์พืช หรือ ระยับพันธุ์ จำเลยที่ 3 และนางสาววาสนา แซ่ลิ่ว จำเลยที่ 4 มีความผิดตามกฎหมาย
2. ลงโทษ นางพิมพ์มาส รังสรรค์สฤษดิ์ จำเลยที่ 1 นางสาวมาลีวรรณ สุขโข จำเลยที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 จำคุกคนละ 6 ปี และปรับคนละ 180,000 บาท
3. ลงโทษนางเพียงเพ็ญ ทิพย์พืชหรือระยับพันธุ์ จำเลยที่ 3 และนางสาววาสนา แซ่ลิ่ว จำเลยที่ 4 จำคุกคนละ 4 ปี และปรับคนละ 120,000 บาท
4. จำเลยทั้งสี่ ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
- คงจำคุก นางพิมพ์มาส รังสรรค์สฤษดิ์ จำเลยที่ 1 นางสาวมาลีวรรณ สุขโข จำเลยที่ 2 คนละ 3 ปี และปรับคนละ 90,000 บาท
- คงจำคุก นางเพียงเพ็ญ ทิพย์พืชหรือระยับพันธุ์ จำเลยที่ 3 และนางสาววาสนา แซ่ลิ่ว จำเลยที่ 4 คนละ 2 ปี ปรับคนละ 60,000 บาท
5. โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี
6. ส่วนที่โจทก์ ขอให้นับโทษจำคุก ของจำเลยที่ 1 และ 2 ในคดีนี้เรียงติดต่อกับโทษจำคุกท้ายคำฟ้องนั้น เนื่องจากคดีนี้ศาลรอการลงโทษ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ตามขอ ให้ยกคำขอ
อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ได้พิจารณาแล้วมีมติให้ขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุด (อสส.) อุทธรณ์คำพิพากษา
สำหรับ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันศุกร์ ที่ 01 ธันวาคม 2566