
เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงวิกฤต กมธ.ดีอีเอส มีความห่วงใยในเรื่องของการเรียนของนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ ยังดีที่ว่าช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม แต่เราไม่รู้ว่า สถานการณ์โควิด-19 จะอยู่กับเราไปอีกนานเท่าไร รวมทั้งในอนาคตอาจจะมีโรคระบาดใหม่ก็เป็นได้ ดังนั้นเราต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ไว้ด้วย ซึ่งเราคงต้องมีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นการเรียนในระบบออนไลน์มากขึ้น
แต่จากการลงพื้นที่ของ กมธ.ดีอีเอส ในช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่เราพบว่ายังมีปัญหาและอุปสรรค เช่น เครื่องไม้เครื่องมือ คอมพิวเตอร์ มือถือ แท็ปเล็ต ผู้ปกครองและครูผู้สอนหลายพื้นที่ยังไม่พร้อม รวมถึงเครือข่ายของระบบสื่อสารที่ยังไม่ครอบคลุมในพื้นที่ห่างไกล บางพื้นที่ไม่มีสัญญาณ ไม่เสถียร ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปด้วยความยากลำบาก ดังที่เรามักจะเห็นข่าวว่ามีเด็กๆต้องไปหาสัญญาณในการนั่งเรียนออนไลน์
“แม้ว่าวันนี้รัฐบาลจะพยายามสนับสนุนการเรียนการสอนให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกลหรือชายขอบ เช่น โครงการเน็ตประชารัฐ หรือ ศูนย์ USO NET แต่ก็ยังไม่เพียงพอและครอบคลุมต่อความต้องการในทุกพื้นที่ ดังนั้น กมธ.ดีอีเอส พยายามรวมรวมปัญหาต่างๆ และจัดทำข้อเสนอแนะ เพื่อประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้ ให้เด็กๆได้รับความสะดวกสบายในการเรียนการสอนให้มากที่สุด เพราะการศึกษาสำหรับเด็กๆที่เป็นอนาคตของชาติสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต
ซึ่งการประชุมในครั้งต่อๆไปของ กมธ.ดีอีเอส เราจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มาหารือเพื่อให้การเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเชื่อว่าสถานการณ์โควิดน่าจะมีแนวโน้มที่จะอยู่อีกนาน ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ก่อน เพราะเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 19 เมษายน 2564
บทความกล่าวถึงความห่วงใยต่อระบบการศึกษาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้รูปแบบการเรียนการสอนต้องปรับไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น โดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ระบุว่า แม้ปัจจุบันจะเป็นช่วงปิดเทอม แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อเพียงใด หรืออาจมีโรคระบาดใหม่ในอนาคต จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่พบปัญหาหลายประการ ได้แก่ การขาดแคลนอุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต ความไม่พร้อมของผู้ปกครองและครู รวมถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตที่ยังไม่ครอบคลุมและไม่มีเสถียรภาพในพื้นที่ห่างไกล ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
แม้ภาครัฐจะมีโครงการสนับสนุน เช่น เน็ตประชารัฐ และศูนย์ USO NET แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในทุกพื้นที่ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงมีบทบาทในการรวบรวมปัญหา เสนอแนวทาง และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาระบบการเรียนออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพราะการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ข้อ 1 ข้อใดเป็นเหตุผลหลักที่ต้องปรับการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์
ก. ลดค่าใช้จ่ายของโรงเรียน
ข. รองรับสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันและอนาคต
ค. เพิ่มความทันสมัยของโรงเรียน
ง. ลดภาระงานของครู
ข้อ 2 ปัญหาหลักของการเรียนออนไลน์ในพื้นที่ห่างไกลคือข้อใด
ก. นักเรียนไม่สนใจเรียน
ข. ครูไม่ต้องการใช้เทคโนโลยี
ค. ขาดอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตไม่ครอบคลุม
ง. หลักสูตรไม่เหมาะสม
ข้อ 3 โครงการ “เน็ตประชารัฐ” มีวัตถุประสงค์หลักคือข้อใด
ก. พัฒนาหลักสูตรออนไลน์
ข. เพิ่มจำนวนครู
ค. ขยายโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต
ง. แจกแท็บเล็ตนักเรียน
ข้อ 4 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรดำเนินการข้อใดก่อน
ก. ยกเลิกการเรียนออนไลน์
ข. ประเมินความพร้อมของนักเรียนและครู
ค. เพิ่มการบ้าน
ง. ลดเวลาเรียน
ข้อ 5 ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเกิดจากอะไรเป็นสำคัญ
ก. ความสามารถของนักเรียน
ข. ความแตกต่างของอุปกรณ์และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
ค. จำนวนครู
ง. เนื้อหาวิชา
ข้อ 6 แนวทางใดสอดคล้องกับบทบาทของ กมธ.ดีอีเอส
ก. จัดสอบออนไลน์
ข. สอนนักเรียนโดยตรง
ค. รวบรวมปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไข
ง. จัดทำตำราเรียน
ข้อ 7 หากอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ควรแก้ปัญหาเบื้องต้นอย่างไร
ก. งดเรียนทันที
ข. ใช้สื่อการเรียนแบบออฟไลน์เสริม
ค. เพิ่มเวลาเรียนออนไลน์
ง. ให้ครูสอนเฉพาะในห้องเรียน
ข้อ 8 การเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาในอนาคตควรเน้นอะไร
ก. อาคารสถานที่
ข. เทคโนโลยีและทักษะดิจิทัล
ค. การสอบแข่งขัน
ง. จำนวนวิชาเรียน
ข้อ 9 ข้อใดเป็นผลกระทบหากไม่แก้ปัญหาการเรียนออนไลน์
ก. นักเรียนเรียนเก่งขึ้น
ข. ลดความเหลื่อมล้ำ
ค. เพิ่มโอกาสทางการศึกษา
ง. ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูงขึ้น
ข้อ 10 แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความคือข้อใด
ก. การลดเวลาเรียน
ข. การพัฒนาครู
ค. การเตรียมความพร้อมระบบการศึกษาในภาวะวิกฤต
ง. การเพิ่มงบประมาณ
คลิกเฉลย >>>