สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เทรนด์ Microlearning ทักษะสร้างสังคม Life long learning

บทความโดย Praornpit Katchwattana

เทรนด์ Microlearning ไม่ใช่เทรนด์การเรียนรู้แบบใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทว่า เป็นการคิดโซลูชั่นที่นำเสนอทางออกให้กับบทเรียนที่ต้องเรียนรู้เป็นเวลานาน ซึ่งต้องอาศัยความตั้งใจของผู้เรียนมาก จึงมีการคิดค้นวิธีการแยกย่อยเนื้อหาและนำเสนอให้กับผู้เรียนแบบทีละน้อย ซึ่งช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ง่ายและส่งผลต่อเนื่องทำให้ผู้เรียนมีความมุ่งมั่นในการเรียนเพิ่มขึ้นและไม่หลุดออกจากการเรียนรู้ในเนื้อหาหลัก

โดยเฉพาะในการเรียนรู้จากการอบรมสัมมนา Microlearning เป็นการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เพราะการเรียนรู้รูปแบบนี้ ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสัมมนาสามารถเรียนรู้ได้ง่ายและได้รับความรู้ที่เหมาะสมอย่างครบถ้วน  โดยถ้าเทียบกับการอบรมสัมมนาที่ใส่เนื้อหาเต็มๆ แล้ว ผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาอาจเรียนรู้ได้น้อยกว่าและบางส่วนจะรู้สึกขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ เนื่องจากเนื้อหาที่ยากและมากจนเกินไป

และถ้าจะอธิบายถึงเรื่องของ Microlearning ให้เห็นภาพมากที่สุด คงต้องสมมุติให้เนื้อหาในการเรียนรู้นั้น คือ เค้กก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง ที่แม้จะอร่อยแค่ไหน ถ้าต้องทานทั้งก้อนในคราวเดียวนั้น คงเป็นเรื่องที่ยากและลำบากมาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอดีคำ เพื่อให้สามารถทานได้ง่ายและไม่รู้สึกว่ามากเกินไป จนท้ายที่สุด กว่าที่จะทันรู้ตัวเค้กก้อนใหญ่ตรงหน้าก็อันตรธานหายไปแล้ว ซึ่งการตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ นั้น คือรูปแบบของการเรียนรู้ในลักษณะของ เทรนด์ Microlearning

เทรนด์ Microlearning กับข้อดี ที่ปรับใช้ได้กับการ E-Learning ในยุคดิสรัปเทคโนโลยี

สำหรับการจัดการเรียนรู้แบบ Microlearning นั้น อันดับแรกควรคำนึงในเรื่องของจุดประสงค์การเรียนรู้ คือ ควรจะมีการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ชัดเจนเพียงหนึ่งหรือสองข้อเท่านั้น โดยต้องผลิตสื่อการเรียนรู้ หรือ การออกแบบแผนการสอนให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในรูปแบบ Microlearning

เช่น อาจใช้การสาธิตสำหรับเนื้อหาที่ต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน หรือ อาจใช้สถานการณ์จำลองในการอธิบายสถานการณ์ต่างๆ เป็นต้นเพื่อให้สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมในเวลาห้าถึงเจ็ดนาที

นอกจากนี้ในการนำเสนอเนื้อหากับผู้เรียนนั้น จะต้องทำให้เข้าใจได้ง่าย เหมาะสมกับวัยและบริบทของผู้เรียน รวมถึงสามารถดึงดูดให้ผู้เรียนสนใจได้ และควรส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ตอบสนองกับบทเรียน โดยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น หรือมีคำถาม ถามผู้เรียนหลังจากที่ผ่านการเรียนรู้แล้ว เป็นต้น ซึ่งตัวอย่างของการเรียนรู้แบบ Microlearning ที่พบเห็นกันได้โดยทั่วไปได้แก่

·    ครูผู้สอนจัดทำคลิปวีดีโอสั้นๆ ในแต่ละส่วนของเนื้อหา เพื่อให้นักเรียนรับชม และตอบคำถามครูผู้สอนหลังจากที่รับชมแล้ว

·    ครูผู้สอนจัดทำบทความ หรือบทสรุปสั้นๆ ให้นักเรียนอ่านและทำความเข้าใจ โดยมีบทสอบให้นักเรียนได้ทำหลังจากอ่านบทความแล้วพร้อมเฉลย

·    ครูผู้สอนจัดทำบัตรภาพหรือบัตรคำส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักเรียน โดยสรุปจากเนื้อหาทั้งหมดหรือทีละส่วน และส่งให้นักเรียนศึกษาและทำความเข้าใจ  

Microlearning นอกจากจะได้รับความนิยมในการออกแบบแผนการอบรมต่างๆ แล้ว ในปัจจุบัน ด้วยความเติบโตของระบบ E-Learning ทำให้เรื่องของ Microlearning ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบสื่อการเรียนรู้ออนไลน์อีกด้วย เพราะแทนที่จะใส่เนื้อหาทั้งหมดลงในคลิปวีดีโอเดียว การแบ่งและแยกย่อยเนื้อหาเป็นหลายๆ คลิปวีดีโอ กลับส่งผลให้ผู้เรียนนั้นมีแนวโน้มที่จะสนใจการเรียนรู้และจดจำบทเรียนได้มากกว่า 

สิ่งนี้แม้ส่วนหนึ่งจะมาจากพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปของคนรุ่นใหม่ในยุคที่การติดต่อสื่อสารมีความรวดเร็วผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับอะไรได้นานๆ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการศึกษาวิจัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การศึกษาแบบ Microlearning นั้นส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ดีกว่า การเรียนรู้ตามปกติ 

ข้อมูลจากวารสาร Journal of Applied Psychology ได้แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้แบบ Microlearning นั้นทำให้ผู้เรียนเกิดการถ่ายโอนการเรียนรู้จากห้องเรียนไปสู่การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึงกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ Software Advice ในหัวข้อที่ว่า The LMS Features that Drive Employee Engagement IndustryView  ที่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของพนักงาน 385 คนที่เข้ามามีส่วนในการสำรวจ ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาจะใช้เครื่องมือของบริษัทและทำงานในแต่ละวันได้ดีมากขึ้น จากการเรียนหลักสูตรระยะสั้น 

นอกจากนี้การเรียนรู้แบบ Microlearning ยังเป็นการออกแบบการเรียนรู้ที่ประหยัด และสอดคล้องกับการสนับสนุนระบบนิเวศ (Ecosystem) ตามที่ สถาปนิก Ray Jimenez, PhD ซึ่งได้อธิบายไว้ในหนังสือของเขาที่มีชื่อว่า 3-minute eLearning ว่าการสร้างหลักสูตรการเรียนรู้แบบ Microlearning นั้นสามารถลดต้นทุนการพัฒนาลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และมีอัตราความเร็วในการพัฒนาเพิ่มขึ้นถึง 300 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว ทำให้ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรและพลังงานในการดำเนินงานต่างๆ 

ดังนั้น Microlearning จึงมีข้อดีซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าสามารถตอบสนองต่อธรรมชาติการเรียนรู้ของมนุษย์ได้ดี เพราะปกติแล้วการเรียนรู้ของมนุษย์จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในระยะเวลา 5-7 นาทีแรก จากนั้นจะค่อยๆ ลดลง ซึ่งเป็นไปตามประสิทธิภาพการทำงานของสมองมนุษย์ 

ด้วยเหตุนี้ การที่ Microlearning ช่วยทำให้เนื้อหามีขนาดเล็กและเหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละครั้งในรูปแบบ “พอดีคำ” จึงทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ง่ายและดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรเอาแนวคิดเกี่ยวกับ การเรียนรู้แบบ Microlearning นั้นไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบแผนการเรียนรู้ต่างๆ สำหรับผู้เรียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ ทำให้สามารถถ่ายทอดเนื้อหาต่างๆ ไปสู่ผู้เรียนได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อัปเดตรูปแบบการเรียนรู้ ตอบโจทย์ เทรนด์ Microlearning ยุคนี้ 

ยิ่งในยุคดิสรัปเทคโนโลยี การเรียนรู้ผ่านเนื้อหาที่ผ่านการย่อยให้เหลือเพียงใจความสำคัญ มีความกระชับ สามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว เน้นการพัฒนาทักษะใดทักษะหนึ่ง หรือเสริมสร้างองค์ความรู้ในหัวข้อนั้นๆ โดยเฉพาะ ซึ่งรูปแบบของการเรียนรู้ ตอบโจทย์ เทรนด์ Microlearning ในยุคนี้มีลักษณะ ดังนี้

·      มักเป็นบทเรียนสั้นๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

·      ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากใช้ทรัพยากรน้อยกว่าและไม่จำเป็นต้องมีผู้สอน

·      มักนำเสนอในรูปแบบที่มีความน่าสนใจ และสะดวกสบาย สามารถเรียนที่ไหนหรือเมื่อไรก็ได้

·      ไม่เหมาะกับหัวข้อที่ซับซ้อนมาก ต้องระวังความสมบูรณ์และความเชื่อมโยงกันของเนื้อหาด้วย

·      ครอบคลุมเนื้อหาหลากหลายด้าน สามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ

·      ช่วยให้จดจำเนื้อหาได้ดีขึ้นเพราะเป็นการแบ่งเป็นบทเรียนสั้นๆ สามารถทบทวนได้ตลอดเวลา

·      ไม่เหมาะสำหรับการเรียนรู้เชิงลึกที่เน้นให้เกิดความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ 

ขณะที่ รูปแบบ เครื่องมือ หรือช่องทางที่เหมาะกับการสร้างการเรียนรู้ในแบบ Microlearning ซึ่งเหมาะสมกับยุคดิสรัปเทคโนโลยี คือ

·      Parallax Scrolling ผู้เล่นสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์ผ่านลูกเล่นต่างๆ ที่ปรากฎขึ้นขณะเลื่อนไปตามเนื้อหา

·      Infographic ข้อมูลนำเสนอในรูปแบบภาพทำให้ทำความเข้าใจและจดจำเนื้อหาได้

·      Podcast ผู้เรียนสามารถฟังการพูดคุยแลกเปลี่ยนของผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อต่างๆได้

·      Gamification ข้อมูลถูกนำเสนอในรูปแบบเกมที่มีระดับขั้น มีการสะสมแต้มและการแข่งขันช่วยให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจ

·      Application สามารถอัปเดตข้อมูลความรู้ใหม่ได้ง่าย มีฟีเจอร์การแจ้งเตือนให้ผู้เรียนทราบถึงบทเรียนใหม่ๆได้ 

แหล่งข้อมูล

·      บทความเรื่อง “Microlearning เทรนด์การเรียนรู้ใหม่ของโลกยุคปัจจุบัน” จากเว็บไซต์ทรูปลูกปัญญา

·      บทความเรื่อง อัปสกิลด้วย Microlearning การเรียนน้อยๆที่สะดวกรวดเร็วและแต่มีประสิทธิภาพสูงมาก” จาก Facebook : Bangkok Bank InnoHub 

ที่มา ; SALIKA

สรุปสาระสำคัญ 

Microlearning คือแนวคิดการจัดการเรียนรู้โดย “แบ่งเนื้อหาให้สั้น กระชับ และเรียนรู้ทีละส่วน” เพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่ยาวและซับซ้อนเกินไป ซึ่งมักทำให้ผู้เรียนขาดสมาธิและแรงจูงใจ แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจง่ายขึ้น จดจำได้ดีขึ้น และสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุค E-Learning และเทคโนโลยีดิจิทัล

ลักษณะสำคัญของ Microlearning คือการกำหนดจุดประสงค์ชัดเจนเพียง 1–2 ข้อ ใช้สื่อที่เหมาะสม เช่น วิดีโอสั้น บทความสรุป หรือบัตรคำ และใช้เวลาเรียนประมาณ 5–7 นาที พร้อมกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน เช่น การถาม–ตอบหรือทำแบบฝึกหัดทันทีหลังเรียน

งานวิจัยสนับสนุนว่า Microlearning ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนความรู้สู่การทำงานได้ดีขึ้น และลดต้นทุนการพัฒนาหลักสูตรลงได้ รวมถึงเพิ่มความเร็วในการผลิตสื่อการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้เรียนยุคใหม่ที่มีช่วงความสนใจสั้น

อย่างไรก็ตาม Microlearning เหมาะกับเนื้อหาที่ไม่ซับซ้อนและไม่สามารถใช้แทนการเรียนรู้เชิงลึกได้ทั้งหมด แต่เหมาะอย่างยิ่งในการเสริมทักษะและความรู้เฉพาะด้านผ่านสื่อดิจิทัล เช่น อินโฟกราฟิก เกม หรือพอดแคสต์ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในยุคดิสรัปชัน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

Microlearning มีจุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มปริมาณเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกประเด็น
ข. ลดระยะเวลาเรียนรู้และเพิ่มความเข้าใจเฉพาะจุด
ค. ใช้เทคโนโลยีแทนผู้สอนทั้งหมด
ง. เน้นการสอบมากกว่าการเรียนรู้
เฉลย: ข
เหตุผล: Microlearning เน้นการย่อยเนื้อหาให้สั้น เข้าใจง่าย และเรียนรู้ทีละประเด็น

 

ข้อ 2

เหตุผลสำคัญที่ Microlearning ได้ผลดีคืออะไร
ก. ผู้เรียนมีเวลาเรียนมากขึ้น
ข. สมองมนุษย์เรียนรู้ได้ดีที่สุดในช่วงสั้น
ค. ลดการใช้สื่อการสอนทั้งหมด
ง. ทำให้ผู้เรียนต้องอ่านมากขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: งานวิจัยระบุว่าช่วง 5–7 นาทีแรกสมองรับข้อมูลได้ดีที่สุด

 

ข้อ 3

การออกแบบ Microlearning ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร
ก. มีหลายวัตถุประสงค์ในบทเรียนเดียว
ข. เนื้อหายาวและละเอียดครบถ้วน
ค. มีเป้าหมายชัดเจน 1–2 ข้อ
ง. ไม่มีแบบฝึกหัดเพื่อประหยัดเวลา
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องกำหนดจุดประสงค์ชัดเจนและจำกัดขอบเขต

 

ข้อ 4

สื่อใดเหมาะสมกับ Microlearning มากที่สุด
ก. หนังสือเรียนทั้งเล่ม
ข. วิดีโอสั้นและอินโฟกราฟิก
ค. การบรรยาย 3 ชั่วโมง
ง. รายงานวิชาการยาว
เฉลย: ข
เหตุผล: Microlearning ใช้สื่อสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย

 

ข้อ 5

ข้อใดเป็นข้อดีของ Microlearning ต่อองค์กร
ก. เพิ่มต้นทุนการผลิตสื่อ
ข. ลดความเร็วในการพัฒนา
ค. ลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วการพัฒนา
ง. ทำให้การเรียนรู้ซับซ้อนขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: งานวิจัยระบุว่าลดต้นทุนได้ถึง 50% และเพิ่มความเร็ว 300%

 

ข้อ 6

Microlearning ไม่เหมาะกับลักษณะเนื้อหาแบบใด
ก. ทักษะเฉพาะเรื่อง
ข. ความรู้พื้นฐาน
ค. เนื้อหาซับซ้อนเชิงลึก
ง. การทบทวนบทเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เนื้อหาซับซ้อนต้องใช้การเรียนรู้เชิงลึกมากกว่า

 

ข้อ 7

ข้อใดสะท้อนการประยุกต์ Microlearning ในห้องเรียน
ก. สอนครั้งเดียวจบทั้งบท
ข. ใช้คลิปวิดีโอสั้นพร้อมคำถาม
ค. ให้นักเรียนอ่านหนังสือทั้งเล่ม
ง. งดการประเมินผล
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการแบ่งเนื้อหาและมีการโต้ตอบทันที

 

ข้อ 8

พฤติกรรมผู้เรียนยุคใหม่ที่สนับสนุน Microlearning คืออะไร
ก. มีสมาธิยาวขึ้น
ข. ต้องการเรียนรู้เร็วและสั้น
ค. ชอบเรียนแบบบรรยายยาว
ง. ไม่ใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้เรียนยุคดิจิทัลมีช่วงความสนใจสั้นและต้องการความรวดเร็ว

 

ข้อ 9

เครื่องมือใด “ไม่เหมาะ” กับ Microlearning
ก. Infographic
ข. Gamification
ค. Lecture ยาว 2 ชั่วโมง
ง. Podcast สั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: Microlearning ต้องสั้นและกระชับ ไม่ใช่การบรรยายยาว

 

ข้อ 10

บทบาทสำคัญของผู้บริหารสถานศึกษาในการใช้ Microlearning คืออะไร
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. ส่งเสริมการเรียนรู้แบบยาวเท่านั้น
ค. สนับสนุนการออกแบบสื่อสั้นและมีประสิทธิภาพ
ง. จำกัดการเรียนรู้นอกห้องเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้บริหารต้องสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะกับยุคดิจิทัลและมีประสิทธิภาพ

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น