สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M277_ศธ.ออกแนวปฏิบัติในการหักเงิน 'ช.พ.ค. ช.พ.ส.' ครู

29 มิ.ย.2565- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้โครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” ว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาถึงแนวทางในการนำเงินบำเหน็จบำนาญ จ่ายสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค. ) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ในกรณีคู่สมรสถึงแก่ความตาย (ช.พ.ส.) มาใช้ประโยชน์เพื่อการขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ทั้งนี้เงิน ช.พ.ค. และเงิน ช.พ.ส. เป็นเงินสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่สมัครใจเข้าร่วมขอรับสวัสดิการ โดยต้องชำระเงินเป็นรายเดือน โดยผู้ขอรับสวัสดิการสามารถชำระโดยตรง หรือชำระโดยหักจากเงินเดือน แต่เนื่องจากสมาชิกที่ขอรับสวัสดิการที่ชำระด้วยการหักจากเงินเดือนจำนวนมากต้องเสียสิทธิประโยชน์ไม่ได้รับเงินสงเคราะห์เมื่อขาดการชำระเกิน 3 เดือน เพราะเงินเดือนต้องถูกหักชำระหนี้เงินกู้อื่นๆ ก่อน รวมแล้วเกินกว่าร้อยละ 70 ส่งผลให้ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต

โดยสมาชิก ช.พ.ค./ช.พ.ส. เมื่อเสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละประมาณ 940,000 บาท ซึ่งหากให้ความช่วยเหลือแก่ครูในกลุ่มนี้สามารถหักชำระเงิน ช.พ.ค. และ ช.พ.ส.ได้ตรงงวด จะสามารถนำเงินสิทธิประโยชน์ของตนเองที่จะได้รับมาใช้ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินในปัจจุบัน 

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ของ ศธ.ได้อย่างเป็นระบบและเป็นการบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาให้สัมฤทธิ์ผล โดยครูยังคงมีเงินเหลือใช้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 จึงได้มอบหมายให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ของ ศธ. ทำบันทึกข้อความ เรื่อง แนวปฏิบัติการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ จ่ายสวัสดิการ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. ถึงทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. เพื่อขอความร่วมมือแจ้งให้หน่วยงานภายในของตนเองดำเนินการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เพื่อชำระหนี้เงินสวัสดิการ ช.พ.ค./ช.พ.ส. ตามแนวปฏิบัติที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ของ ศธ.นำเสนอ 

เป็นความตั้งใจ และมุ่งมั่นของ ศธ.ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ให้สำเร็จให้ได้ หากการดำเนินนโยบายในเรื่องใดที่จะเป็นช่วยเหลือ และเอื้อประโยชน์ของคุณครูทั่วประเทศ ก็พร้อมที่จะดำเนินการช่วยเหลือ ซึ่ง ศธ.จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนระดับประเทศ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว และว่า การดำเนินการในครั้งนี้ จะช่วยเหลือให้ครูสามารถใช้เงิน ช.พ.ค./ช.พ.ส. เป็นหลักประกันเงินกู้ได้ โดยไม่เป็นภาระที่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อประกันเงินกู้เพิ่ม 

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตนได้ทำหนังสือลงวันที่ 28 มิถุนายน 2565 เรื่องแนวปฏิบัติการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ จ่ายนสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ ช.พ.ค./ช.พ.ส. ถึงทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ.เพื่อดำเนินการเป็นที่เรียบร้อย โดยเน้นย้ำว่า การดำเนินนี้ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ขอรับสวัสดิการ ช.พ.ค./ช.พ.ส. ทุกคน ทั้งนี้ มีครูและบุคลากรทางการศึกษาลงทะเบียนเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินในระยะที่ 1 จำนวน 41,128 ราย มียอดหนี้รวม 58,835,199,322 บาท. 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 29 มิถุนายน 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาภายใต้โครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” โดยรัฐมนตรีว่าการ ศธ. มอบหมายให้คณะกรรมการพิจารณานำเงินสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยแก้หนี้อย่างเป็นระบบ เนื่องจากที่ผ่านมา ครูจำนวนมากสูญเสียสิทธิประโยชน์เพราะเงินเดือนถูกหักชำระหนี้อื่นเกินร้อยละ 70 ทำให้ขาดส่งเงินฌาปนกิจเกิน 3 เดือน และไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต ทั้งที่สิทธิประโยชน์มีมูลค่าสูงเฉลี่ยรายละประมาณ 940,000 บาท
แนวทางใหม่กำหนดให้หน่วยงานในสังกัด ศธ. ร่วมมือหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญเพื่อชำระ ช.พ.ค./ช.พ.ส. ให้ตรงงวด โดยยึดหลักครูต้องมีเงินเหลือใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสมาชิก การดำเนินการนี้ช่วยให้ครูใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นหลักประกันเงินกู้ได้โดยไม่ต้องซื้อประกันเพิ่ม ทั้งยังสอดรับนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาล ปัจจุบันมีครูเข้าระยะที่ 1 กว่า 41,000 ราย ยอดหนี้รวมกว่า 5.8 หมื่นล้านบาท
 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ครูจำนวนมากสูญเสียสิทธิ ช.พ.ค./ช.พ.ส. คือข้อใด
ก. ไม่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ
ข. เงินเดือนถูกหักชำระหนี้อื่นเกินเกณฑ์จนขาดส่ง
ค. ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ
ง. สิทธิประโยชน์ถูกยกเลิกตามกฎหมายใหม่

ข้อ 2 แนวคิดหลักของมาตรการใหม่ในการหักเงินเดือนเพื่อชำระ ช.พ.ค./ช.พ.ส. คือข้อใด
ก. เพิ่มภาระการหักเงินให้เร็วขึ้น
ข. บังคับใช้กับครูทุกคน
ค. รักษาสิทธิประโยชน์และแก้หนี้ควบคู่กัน
ง. ลดวงเงินสวัสดิการฌาปนกิจ

ข้อ 3 เงื่อนไขสำคัญที่ ศธ. กำหนดเพื่อคุ้มครองคุณภาพชีวิตครูคือข้อใด
ก. หักเงินไม่เกินร้อยละ 50
ข. ครูต้องมีเงินเหลือใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30
ค. จำกัดเฉพาะครูใกล้เกษียณ
ง. ใช้เฉพาะเงินบำเหน็จบำนาญเท่านั้น

ข้อ 4 การดำเนินการหักเงินเดือนหรือบำเหน็จบำนาญตามมาตรการนี้ ต้องยึดหลักใดเป็นสำคัญ
ก. คำสั่งผู้บังคับบัญชา
ข. มติคณะรัฐมนตรี
ค. ความยินยอมเป็นหนังสือของสมาชิก
ง. การประเมินฐานะทางการเงิน

ข้อ 5 ผลเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดจากการใช้ ช.พ.ค./ช.พ.ส. แก้ปัญหาหนี้ คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครูในระบบ
ข. เพิ่มรายได้สุทธิครูในระยะสั้นทันที
ค. ลดความจำเป็นต้องซื้อประกันเงินกู้เพิ่ม
ง. ยกเลิกหนี้ครูทั้งหมด

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น