สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ร่วมยกระดับการศึกษา พัฒนาพลเมืองคุณภาพ

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หรือ “โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง” กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ภายใต้โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers & School Quality Program : TSQP) ปีที่ 2 ในหัวข้อ “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อความมั่นคงระยะยาวของประเทศชาติ” เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ห้องประชุมแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ว่า ทุกคนที่เข้ามาร่วมประชุมในวันนี้ คือคนที่จะทำให้เกิดคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ โดยเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสิ่งที่มีคุณค่าให้กับบ้านเมือง ซึ่งทุกคนถือว่าทำหน้าที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ที่จะทำให้เกิดประโยชน์สำคัญกับ 3 กลุ่ม เป้าหมาย

โดยมุ่งประโยชน์ที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนครูได้รับการพัฒนาศักยภาพเป็นอันดับสอง และประโยชน์สูงสุดคือประเทศชาติ เพราะหากเด็กได้รับการศึกษาไม่เต็มศักยภาพ คนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาจะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ดังนั้น เป้าหมายของโครงการฯ คือการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนขนาดกลางที่ดูแลนักเรียนด้อยโอกาสจำนวน 10 % ของโรงเรียนขนาดกลางที่มีอยู่ประมาณ 8,000 แห่งทั่วประเทศ

เพื่อสร้างต้นแบบให้กับโรงเรียนที่เหลืออีก 90% โดยเน้นเป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งไม่ใช่เพียงการรู้วิชา แต่เป็นการพัฒนาคนทั้งคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ โดยพลังความร่วมมือจากทุกคนที่ต้องพยายามหาวิธีร่วมกันทำโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนแห่งอนาคต เป็นโรงเรียนที่เรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่

เป้าหมายของโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง เป็นลักษณะ Spill over effect คือ หวังผลที่จะได้ทั้งผลกระทบทางตรง และผลกระทบทางอ้อมหรือผลพลองได้ จากการยกระดับคุณภาพโรงเรียนต้นแบบ 733 แห่งในโครงการนี้ จะกระทบไปสู่โรงเรียนขนาดกลางทั่วประเทศ 8,000 แห่ง และกระทบต่อไปยังโรงเรียนทั่วประเทศอีกว่า 30,000 แห่ง และสุดท้ายผลพลอยได้เกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งต้องใช้ความสำเร็จเชื่อมโยงโรงเรียนพัฒนาตนเองและเครือข่ายที่พร้อมจะทำงานหรือสนับสนุน"

"โดยการทำให้เกิดผลสำเร็จเช่นนี้จะไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนและครูเท่านั้น ดังเช่น ระบบสุขภาพที่ดีของประเทศไทย ไม่ใช่หน้าที่ของหมอ พยาบาลเท่านั้น แต่ระบบสุขภาพที่ดีสำคัญที่สุดคือพฤติกรรมการดูแลรักษาสุขภาพและการป้องกันโรคของทุกคน เช่นเดียวกับการเรียนรู้ของคน จะต้องเป็นเรื่องของทุกคน ขอให้ช่วยกัน เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว

ด้าน ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ด้วยความร่วมมือของ 3 หน่วยงานต้นสังกัด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 ในกลุ่มโรงเรียนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีโรงเรียนเข้าร่วมจำนวน 226 แห่ง ใน 11 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ซึ่งนับว่ามีจำนวนโรงเรียนมากที่สุดในรุ่นที่ 2 ดังที่ ศ.นพ.วิจารณ์ ได้กล่าวไว้ว่า เป้าหมายของโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองนั้น หวังผลพลอยได้ที่เป็นผลกระทบทางอ้อมที่นำไปสู่การขยายผลให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับ กสศ. ที่ให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดต้นแบบที่นำไปสู่การขยายผลใน 4 ประเด็น ได้แก่ 

1)สนับสนุนโรงเรียนขนาดกลาง ที่มีนักเรียนด้อยโอกาสหนาแน่นให้สามารถพัฒนาคุณภาพตนเองได้ทั้งระบบ และสามารถเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ได้สอดคล้องกับบริบท

2) สนับสนุนครูให้ได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็น ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 (Learning Outcome) 

3)สนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนตามแนวทาง “จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ” และ

4)สนับสนุนการศึกษาวิจัย ติดตาม ประเมินผล (เชิงปริมาณและคุณภาพ) และถอดบทเรียน ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบโรงเรียน (School Transformation)

ดร.อุดม กล่าวเพิ่มเติมว่า 3 กลุ่มเป้าหมายที่หวังผลเพื่อก้าวต่อไปสู่การทำงานที่ยั่งยืน คือ

โรงเรียน สามารถคิดและพัฒนาคุณภาพตนเองได้ทั้งระบบ และเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่สามารถขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ได้

ครู มีทักษะจัดการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Active Learning) สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบท และ

เครือข่าย เรียนรู้ร่วมกันในระดับโรงเรียน ระหว่างโรงเรียน และชุมชน เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ให้ไปถึงเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งสู่ Learning Outcome "ซึ่ง ประกอบด้วย

   1) ความรู้ ที่ต้องรู้และเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากกิจกรรมต่างๆ เห็นความสำคัญและคุณค่าของสิ่งที่เรียนรู้

   2) ทักษะ ด้านการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา และวิพากษ์อย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การใช้ความรู้และสร้างนวัตกรรมใหม่ ทักษะการสื่อสาร ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และ

   3) ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทั้งการมีวินัย เคารพกติกาของสังคมที่ดี มีความซื่อสัตย์ มีจิตสาธารณะ ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดีและเหมาะสมกับบริบท ซึ่งสอดคล้องกับฐานสมรรถนะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน” ดร.อุดม กล่าว 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงแนวคิดและการดำเนินงานของโครงการ “โรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP)” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทำหน้าที่เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” เพื่อสร้างผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นอันดับแรก รองลงมาคือการพัฒนาครู และนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ โครงการมุ่งพัฒนาโรงเรียนขนาดกลางที่มีนักเรียนด้อยโอกาสร้อยละ 10 ให้เป็นต้นแบบ และสร้างผลกระทบแบบขยายผล (Spillover Effect) ไปยังโรงเรียนอื่นทั่วประเทศ

แนวทางสำคัญคือการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ ส่งเสริมครูให้จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning พัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งมีการวิจัย ติดตาม และถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ครอบคลุมความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ

ความสำเร็จของการพัฒนาการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของครูหรือโรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เปรียบเสมือนระบบสุขภาพที่ต้องอาศัยพฤติกรรมของทุกคน จึงจะนำไปสู่ความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

ข้อสอบ

ข้อ 1 เป้าหมายสูงสุดของโครงการ TSQP คือข้อใด
ก. พัฒนาครูให้มีวิทยฐานะสูงขึ้น
ข. ยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ค. เพิ่มงบประมาณโรงเรียน
ง. ขยายจำนวนโรงเรียนขนาดใหญ่
เฉลย: ข เพราะเน้น Learning Outcome ของผู้เรียนเป็นอันดับแรก

ข้อ 2 แนวคิด Spillover Effect หมายถึงข้อใด
ก. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. การพัฒนาเฉพาะโรงเรียนต้นแบบ
ค. การขยายผลทั้งทางตรงและทางอ้อม
ง. การเพิ่มทรัพยากรการศึกษา
เฉลย: ค เป็นการกระจายผลกระทบไปยังระบบกว้าง

ข้อ 3 กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการเริ่มต้นคือข้อใด
ก. โรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด
ข. โรงเรียนเอกชน
ค. โรงเรียนขนาดกลางที่มีนักเรียนด้อยโอกาส
ง. มหาวิทยาลัย
เฉลย: ค เน้น 10% ของโรงเรียนขนาดกลาง

ข้อ 4 หากผู้บริหารต้องการขับเคลื่อนตามแนวคิดโครงการ ควรทำสิ่งใดก่อน
ก. เพิ่มการสอบ
ข. เน้นเอกสาร
ค. สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วม
ง. ลดกิจกรรม
เฉลย: ค เพราะการพัฒนาต้องอาศัยความร่วมมือ

ข้อ 5 Active Learning ส่งผลต่อสิ่งใดมากที่สุด
ก. คะแนนสอบอย่างเดียว
ข. การท่องจำ
ค. การมีส่วนร่วมและทักษะผู้เรียน
ง. การบริหารงบ
เฉลย: ค เน้นพัฒนาทักษะและการมีส่วนร่วม

ข้อ 6 ข้อใดสะท้อน Learning Outcome ครบถ้วนที่สุด
ก. ความรู้เพียงอย่างเดียว
ข. ทักษะอย่างเดียว
ค. คุณธรรมอย่างเดียว
ง. ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ
เฉลย: ง เป็นองค์ประกอบหลักทั้ง 3 ด้าน

ข้อ 7 หากครูยังสอนแบบบรรยายเป็นหลัก จะเกิดผลอย่างไร
ก. ผู้เรียนมีทักษะสูง
ข. ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ลดลง
ค. โรงเรียนพัฒนาเร็ว
ง. เกิดนวัตกรรม
เฉลย: ข เพราะไม่สอดคล้อง Active Learning

ข้อ 8 การสร้างเครือข่ายโรงเรียนมีประโยชน์หลักคืออะไร
ก. ลดภาระครู
ข. แลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนา
ค. เพิ่มการแข่งขัน
ง. ลดงบประมาณ
เฉลย: ข ช่วยพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม

ข้อ 9 หากต้องการความยั่งยืนของโครงการ ควรเน้นสิ่งใด
ก. คำสั่งจากส่วนกลาง
ข. การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
ค. การสอบแข่งขัน
ง. การจัดซื้อสื่อ
เฉลย: ข เพราะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ

ข้อ 10 เปรียบเทียบกับระบบสุขภาพ สื่อถึงแนวคิดใด
ก. ครูสำคัญที่สุด
ข. นักเรียนสำคัญที่สุด
ค. ทุกคนมีส่วนร่วมต่อความสำเร็จ
ง. โรงเรียนต้องแข่งขัน
เฉลย: ค เน้นความร่วมมือของทุกฝ่ายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 
 

ความเห็นของผู้ชม