สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ถอดรหัสโควิด ระลอก3 สารพัดปัญหาเรียนออนไลน์

 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องระลอก 2 และระลอก 3 ตั้งแต่ต้นปี 2564 เกิดผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง รวมถึงภาคการศึกษาที่ต้องปรับตัว จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อเป็นการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งแน่นอนว่าทุกความเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดปัญหา เสียงสะท้อนสารพัดปัญหาการเรียนออนไลน์ของนักเรียนมีจำนวนมาก ทั้งหลักสูตรที่ต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ ปัญหาความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์ ทั้ง คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต ส่งผลให้นักเรียนบางส่วนได้รับความรู้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร..

มาถึงการระบาดระลอก 3 ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ออกไปเป็นวันที่ 1 มิถุนายน จากเดิมมีกำหนดเปิดเรียนวันที่ 17 พฤษภาคม ขณะเดียวกันเลื่อนสอบรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 ออกไปด้วย พร้อมให้แต่ละพื้นที่ประเมินสถานการณ์ เพื่อจัดหารูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับบริบท โดยการเรียนออนไลน์ยังเป็นตัวเลือกหลัก ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาช่วงวิกฤตนี้อีกรอบ

เมื่อเลือกไม่ได้ ด้วยภาวะจำยอม หลากเสียงสะท้อน กับการเรียนออนไลน์ ทั้งข้อดี ข้อเสียและสิ่งที่อยากให้เร่งปรับปรุงแก้ไขถึง ศธ.

น.ส.ธญานี เจริญกูล นักเรียนชั้น ม.บอกชัดว่า ปัญหาสำคัญที่พบจากการเรียนออนไลน์ คือเรื่องประสิทธิภาพของการเรียนการสอนและการเรียนรู้ของนักเรียนและครู ที่ลดลงค่อนข้างมาก ทั้งบรรยากาศ ที่ไม่ส่งเสริมกับการเรียนรู้ เด็กบางคนไม่มีห้องส่วนตัว ทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียน รวมถึงสื่อการสอนและวิธีการสอนของครูที่ยังปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยี ส่งผลให้นักเรียนได้รับความรู้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

ประสิทธิภาพของการเรียนออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ระลอกแรกนั้น มีเพียง 20% เพราะแทบจะไม่ได้อะไรจากการเรียนออนไลน์เลย ตรงนี้เข้าใจได้ เพราะทุกคนเป็นมือใหม่และไม่คุ้นเคยกับการเรียนออนไลน์ ส่วนระลอกที่ 2 หลายคนคาดหวังว่า ศธ. อาจจะมีนโยบายและมาตรการในการรับมือที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะยังคงออกนโยบายที่เป็นเหมือนการผลักภาระให้โรงเรียน ครูและนักเรียนเช่นเดิม จึงทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนออนไลน์มีเพียง 40% เนื่องจากโรงเรียน และครู ไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากทางภาครัฐ ทั้งด้านอุปกรณ์หรือโปรแกรมต่างๆ สำหรับใช้ในการเรียนออนไลน์ รวมถึงนักเรียนหลายคนที่ไม่ได้รับการสนับสนุนด้านอุปกรณ์การเรียนและอินเตอร์เน็ต หรือปัญหาไฟฟ้าเข้าไม่ถึงในบางพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อยขาดโอกาสเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำมากขึ้นขึ้น และหลายคนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาโดยไม่ตั้งใจ น.ส.ธญานีกล่าว

น.ส.ธญานี บอกด้วยว่า ระลอก 3 นี้ ศธ.ควรมีการการสร้างความเข้าใจการเรียนการสอนออนไลน์ให้กับครูและผู้ปกครองมากขึ้น เน้นให้ครูใช้โปรแกรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จัดการห้องเรียนได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงปรับเปลี่ยนวิธีการสอนของครูและพัฒนาสื่อการสอนให้เข้ากับการเรียนการสอนแบบออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ควรให้การสนับสนุน วัสดุและอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ต่างๆ เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างคล่องตัว และกระจายทรัพยากรลงไปที่ตัวเด็กให้มากขึ้น

นายวิสิทธิ์ ใจเถิง ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) บอกคล้ายกันว่า ศธ. ควรจัดทำศูนย์รวบรวมการเรียนการสอนออนไลน์ เพื่อให้โรงเรียนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูล หากโรงเรียนใดมีครูที่ชำนาญในรายวิชาใด ก็ให้สอนแล้วแขวนไว้ในสื่อออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนทั้งประเทศสามารถเข้ามาเรียนได้ตลอดเวลา เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดโอกาส วิธีการนี้จะสามารถทำให้มาตรฐานการเรียนของทั้งประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือว่าเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

ด้านเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำการวิจัยควบคู่ไปกับการถอดบทเรียนจากการเรียนออนไลน์ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งที่ผ่านมา แน่นอนว่าหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จะมีการรับมือด้วยรูปแบบการเรียนออนไลน์ ซึ่งกำหนดไว้ 5 รูปแบบคือ 1.On Site 2.On Air 3.Online 4.On Demand และ 5.On Hand เป็นหลัก รวมถึงจะมีการทดลองด้วยการเรียนผ่านวิทยุเพิ่มเติม เพราะโรงเรียนในบางพื้นที่อาจจะไม่สามารถเรียนผ่านช่องทางออนไลน์และออนแอร์ได้ แต่การเรียนผ่านช่องทางวิทยุนั้นสามารถเรียนได้แค่บางวิชาเท่านั้น ทั้งนี้ สพฐ.พยายามแก้ปัญหาอุดช่องโหว่ เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ในภาวะวิกฤต และไม่กระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอน

ขณะนี้ สพฐ.กำลังเตรียมการสำรวจความพร้อมของนักเรียน ครู และโรงเรียน ในการจัดการเรียนการสอนแต่ละประเภท เช่น ความพร้อมด้านอุปกรณ์สำหรับการจัดการเรียนการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ หากโรงเรียนใดขาดแคลนเรื่องอุปกรณ์ ก็จะต้องหารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาศได้เรียน ซึ่งอาจจะมีวิธีการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกันออกไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ทาง สพฐ. ยังมีแพลตฟอร์มคลังสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ OBEC Content Center ที่รวบรวมบทเรียนต่างๆ ไว้ เพื่อให้นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง สามารถเข้าไปศึกษาค้นหาความรู้ได้

ปิดท้ายท้ายที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) บอกว่า โรงเรียนเอกชนค่อนข้างตื่นตัว และเตรียมพร้อมกับการเรียนออนไลน์มาตลอด โดยทาง สช. ได้ร่วมมือกับกลุ่มสตาร์ตอัพ โรงเรียนและบริษัทต่างๆ ที่ทำการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์ สร้างห้องเรียนสำหรับเรียนออนไลน์ฟรี เช่น แพลตฟอร์มการเรียนการสอน School Bright จากบริษัท จับจ่าย คอร์ปอเรชั่น จำกัด, คลังความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ให้นักเรียนสามารถสมัครได้ด้วยการยื่นบัตรประจำตัวประชาชนได้ที่ 7-ELEVEN เพื่อรับซิมการ์ดฟรีสำหรับเข้าใช้ห้องเรียน True Vroom ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองเรื่องค่าอินเตอร์เน็ต

ทั้งหมดนี้เปิดให้นักเรียนใช้เรียนออนไลน์ฟรี ผ่านทางเว็บไซต์ สช.(www.opec.go.th) นอกจากนี้ สช. ก็ได้รวบรวมคอนเทนต์ต่างๆ จากทรูปลูกปัญญา มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และโรงเรียนเอกชนต่างๆ เพื่อสร้างเป็นคลังสื่อการสอนออนไลน์ สำหรับนักเรียนชั้น ป.1-ม.6 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนได้ปูพื้นฐานและเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้

งานนี้คงต้องให้กำลังใจกันหนักๆ เพราะเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก แต่การพัฒนาในทุกอย่างยังต้องขับเคลื่อนต่อไปรวมถึง เรื่องการศึกษา ที่เร่งปรับตัวและถอดบทเรียน สร้างหลักสูตรการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นสามารถปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 30 เมษายน 2564

สรุปสาระสำคัญ 

สถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องถึงระลอกที่ 2 และ 3 ในปี 2564 ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะด้านการศึกษา ทำให้ทุกระดับต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์เพื่อความปลอดภัย แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาหลายด้าน เช่น ความไม่พร้อมของหลักสูตร สื่อการสอน และความสามารถด้านเทคโนโลยีของครู รวมถึงความเหลื่อมล้ำด้านอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้นักเรียนจำนวนหนึ่งเข้าถึงการเรียนรู้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ

การเรียนออนไลน์ในระลอกแรกมีประสิทธิภาพต่ำเพียงประมาณ 20% และเพิ่มขึ้นเป็น 40% ในระลอกที่ 2 แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการสนับสนุนจากภาครัฐและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ระลอกที่ 3 กระทรวงศึกษาธิการเลื่อนเปิดภาคเรียนและเน้นการจัดการเรียนหลายรูปแบบ ทั้ง On Site, On Air, Online, On Demand และ On Hand พร้อมสำรวจความพร้อมของโรงเรียนและผู้เรียน

ข้อเสนอจากผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ การพัฒนาทักษะครูด้านเทคโนโลยี การสนับสนุนอุปกรณ์ การสร้างคลังสื่อกลางระดับประเทศ และการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้การเรียนมีมาตรฐานเดียวกัน ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงในภาวะวิกฤต

ข้อสอบ

ข้อ 1

ปัญหาหลักของการเรียนออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ตามบทความคือข้อใด
ก. นักเรียนไม่สนใจเรียน
ข. ขาดแคลนครูผู้สอน
ค. ความเหลื่อมล้ำและความไม่พร้อมด้านเทคโนโลยี
ง. หลักสูตรไม่มีมาตรฐาน

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นปัญหาอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และความเหลื่อมล้ำเป็นหลัก

ข้อ 2

เหตุใดประสิทธิภาพการเรียนออนไลน์ในระลอกแรกจึงต่ำมาก
ก. ครูไม่มีใบอนุญาตสอนออนไลน์
ข. ทุกฝ่ายยังขาดประสบการณ์และความคุ้นเคย
ค. นักเรียนไม่ต้องการเรียน
ง. โรงเรียนปิดทั้งหมด

เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นช่วงเริ่มต้น ทุกฝ่ายยังปรับตัวไม่ทัน

 

ข้อ 3

มาตรการของกระทรวงศึกษาธิการในระลอกที่ 3 เน้นแนวทางใดมากที่สุด
ก. เปิดเรียนเต็มรูปแบบทุกโรงเรียน
ข. ใช้การสอบออนไลน์เท่านั้น
ค. จัดการเรียนหลายรูปแบบตามบริบทพื้นที่
ง. ยกเลิกการเรียนออนไลน์

เฉลย: ค
เหตุผล: มี 5 รูปแบบการเรียนเพื่อความเหมาะสมตามพื้นที่

 

ข้อ 4

ข้อใดสะท้อน “ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” ชัดที่สุด
ก. ครูใช้สื่อไม่ทันสมัย
ข. นักเรียนบางคนไม่มีอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
ค. โรงเรียนมีจำนวนนักเรียนมาก
ง. การบ้านมีจำนวนมาก

เฉลย: ข
เหตุผล: ขาดอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตทำให้เข้าเรียนไม่ได้

 

ข้อ 5

แนวคิด “ศูนย์รวมการเรียนออนไลน์ระดับประเทศ” มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มการสอบแข่งขัน
ค. สร้างมาตรฐานการเรียนรู้เดียวกัน
ง. ลดค่าใช้จ่ายโรงเรียนเอกชน

เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อให้ทุกโรงเรียนเข้าถึงเนื้อหาเดียวกัน

 

ข้อ 6

OBEC Content Center มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. เป็นระบบสอบออนไลน์
ข. เป็นคลังสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล
ค. เป็นระบบลงทะเบียนนักเรียน
ง. เป็นระบบเงินเดือนครู

เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้รวบรวมสื่อการเรียนให้ครูและนักเรียนใช้ร่วมกัน

 

ข้อ 7

ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับบทบาทผู้บริหารสถานศึกษา
ก. หยุดใช้เทคโนโลยี
ข. เพิ่มการบ้านให้มากขึ้น
ค. สนับสนุนครูให้ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
ง. ลดจำนวนรายวิชา

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้บริหารต้องพัฒนาครูและระบบการสอน

 

ข้อ 8

โรงเรียนเอกชนมีจุดเด่นในการรับมือโควิด-19 อย่างไร
ก. ไม่ใช้เทคโนโลยี
ข. พึ่งพารัฐอย่างเดียว
ค. ร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์มและสื่อการสอนออนไลน์
ง. หยุดการเรียนทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: มีความร่วมมือกับหลายองค์กรพัฒนาแพลตฟอร์ม

 

ข้อ 9

การเรียนแบบ On Hand เหมาะกับสถานการณ์ใดมากที่สุด
ก. นักเรียนมีอินเทอร์เน็ตเร็ว
ข. นักเรียนเรียนผ่านทีวี
ค. นักเรียนไม่มีอุปกรณ์ดิจิทัล
ง. นักเรียนเรียนในห้องปฏิบัติการ

เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ใบงาน/เอกสารสำหรับผู้ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี

 

ข้อ 10

แนวทางใดช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มการสอบคัดเลือก
ข. ลดจำนวนครู
ค. กระจายทรัพยากรและสนับสนุนอุปกรณ์ให้นักเรียน
ง. เพิ่มค่าเทอม

เฉลย: ค
เหตุผล: การเข้าถึงอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตคือหัวใจของความเท่าเทียม

ความเห็นของผู้ชม