
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “ดัชนีครูไทย ปี 2563 ครูไทยในยุคโควิด-19” จากกลุ่มตัวอย่าง 4,147 คน พบว่า
ภาพรวมครูไทยในปี 2563 ได้คะแนน 7.35 คะแนน จากเต็ม 10 โดยประเด็นที่ได้คะแนนสูงสุด คือ บุคลิกภาพ การแต่งกายมีความเหมาะสมกับอาชีพ 7.70 คะแนน รองลงมา มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เข้ากับชุมชนและชาวบ้านได้ 7.60 คะแนน

ประเด็นที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ การไม่เป็นหนี้เป็นสิน 5.95 คะแนน จุดเด่นของครูไทย คือ มีความสามารถ มีศักยภาพ ปรับตัวได้เร็ว ร้อยละ 26.75 จุดด้อย คือ ความรู้ใหม่ๆ น้อย ร้อยละ 23.57 ในยุคโควิด ครูไทยต้องเรียนรู้ให้มากขึ้น พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี ร้อยละ 73.78

น.ส.พรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากดัชนีครูไทย 5 ปี พบว่า คะแนนความเชื่อมั่นต่อครูไทยลดลง ตั้งแต่ปี 2560 แต่ในปี 2563 นี้ ครูไทยได้คะแนนเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนรับรู้ถึงการทำงานของครูไทยในภาพรวมว่ามีการปรับตัวและพัฒนาตนเองมากขึ้น
“ในยุคโควิด เช่นนี้ ครูไทยไม่ปล่อยให้เด็กเก่งเทคโนโลยีเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่ได้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาการเรียนในช่วงปิดสถานศึกษา เพื่อควบคุมโควิด อาจกล่าวได้ว่าครูไทยเก่งและมีศักยภาพ ภาครัฐและทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญกับเส้นทางอาชีพครูให้มากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้มีครูดีมีคุณภาพช่วยพัฒนาวงการศึกษาไทยต่อไป”

ผศ.ดร.วรัตต์ อินทสระ อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ในประเด็น “จุดด้อยของครู” พบว่า มีความรู้ใหม่ๆ น้อย รู้ไม่เท่าทันเด็กยุคใหม่ เป็นข้อมูลที่สะท้อนกลับมายังบุคลากรในวิชาชีพครูให้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะออกจากพื้นที่ของความกลัว (COMFORT ZONE) ไปสู่พื้นที่ของการเรียนรู้ (LEARNING ZONE) ค้นหาเทคนิค วิธีการ และรูปแบบการสอนแบบใหม่ โดยเฉพาะเทคนิคการสอนออนไลน์ ศึกษาและใช้เครื่องมือเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคใหม่ให้คล่องแคล่ว เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ใช้เวลากับการทำงานที่บ้าน (WFH) เพื่อเรียบเรียงประสบการณ์ตรง เพื่อนำไปใช้ยกตัวอย่างให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้น ประสบการณ์ตรงของผู้สอน คือ เรื่องราวที่ผู้เรียนจะหาไม่ได้จากแหล่งข้อมูลออนไลน์ใด
ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์16 ม.ค. 2564
สรุปสาระสำคัญ
ผลสำรวจ “ดัชนีครูไทย ปี 2563 ในยุคโควิด-19” จากกลุ่มตัวอย่าง 4,147 คน พบว่าครูไทยได้คะแนนภาพรวม 7.35/10 โดยจุดแข็งสำคัญคือบุคลิกภาพและการแต่งกายเหมาะสม (7.70) และมนุษยสัมพันธ์ที่ดี (7.60) สะท้อนบทบาทครูที่ใกล้ชิดชุมชน ขณะที่จุดอ่อนคือสถานะหนี้สิน (5.95) และการมีความรู้ใหม่ค่อนข้างน้อย (23.57%) อย่างไรก็ตาม จุดเด่นที่ประชาชนมองเห็นคือความสามารถและการปรับตัวรวดเร็ว (26.75%) โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ครูต้องเร่งพัฒนาทักษะเทคโนโลยี (73.78%) เพื่อจัดการเรียนรู้ทดแทนการเรียนปกติ
แนวโน้มความเชื่อมั่นต่อครูไทยที่เคยลดลงตั้งแต่ปี 2560 กลับดีขึ้นในปี 2563 สะท้อนการปรับตัวและพัฒนาตนของครูในภาวะวิกฤติ ครูนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาการเรียนรู้ช่วงปิดสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสนอสำคัญคือครูควรกล้าออกจาก Comfort Zone ไปสู่ Learning Zone พัฒนาวิธีสอนใหม่ โดยเฉพาะการสอนออนไลน์ ใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างคล่องแคล่ว และใช้ประสบการณ์ตรงของตนเป็นสื่อการเรียนรู้เชิงลึก ทั้งนี้ ภาครัฐควรสนับสนุนเส้นทางอาชีพครูเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในระยะยาว
ข้อ 1 ข้อใดสะท้อน “จุดแข็งหลัก” ของครูไทยตามผลสำรวจ
ก. มีรายได้สูง
ข. บุคลิกภาพเหมาะสม
ค. เชี่ยวชาญเทคโนโลยีขั้นสูง
ง. มีผลงานวิจัยจำนวนมาก
ตอบ: ข
เหตุผล: คะแนนสูงสุดคือบุคลิกภาพและการแต่งกายเหมาะสม (7.70)
ข้อ 2 ปัญหาสำคัญที่ได้คะแนนต่ำสุดคือข้อใด
ก. การใช้เทคโนโลยี
ข. มนุษยสัมพันธ์
ค. การไม่เป็นหนี้
ง. การจัดการเรียนรู้
ตอบ: ค
เหตุผล: ได้คะแนนต่ำสุด 5.95
ข้อ 3 แนวโน้มความเชื่อมั่นต่อครูไทยในปี 2563 เป็นอย่างไร
ก. ลดลงต่อเนื่อง
ข. เพิ่มขึ้นจากการปรับตัว
ค. คงที่
ง. ไม่สามารถประเมินได้
ตอบ: ข
เหตุผล: สะท้อนการพัฒนาตนในช่วงโควิด
ข้อ 4 ข้อใดเป็น “จุดด้อยเชิงวิชาชีพ” ที่ต้องพัฒนา
ก. การแต่งกาย
ข. ความรู้ใหม่
ค. การเข้าสังคม
ง. ความรับผิดชอบ
ตอบ: ข
เหตุผล: ความรู้ใหม่ๆ น้อย 23.57%
ข้อ 5 หากเป็นผู้บริหาร ควรแก้ปัญหาจุดด้อยนี้อย่างไร
ก. เพิ่มงานเอกสาร
ข. จัดอบรมเทคโนโลยีต่อเนื่อง
ค. ลดเวลาสอน
ง. เพิ่มการประเมิน
ตอบ: ข
เหตุผล: สอดคล้องความต้องการพัฒนาทักษะดิจิทัล
ข้อ 6 แนวคิด Comfort Zone → Learning Zone หมายถึงอะไร
ก. ทำงานตามเดิม
ข. หลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ค. กล้าพัฒนาตนและเรียนรู้สิ่งใหม่
ง. ลดภาระงาน
ตอบ: ค
เหตุผล: เน้นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา
ข้อ 7 การใช้เทคโนโลยีของครูในโควิดมีเป้าหมายหลักคือ
ก. เพิ่มรายได้
ข. ทดแทนการเรียนในห้องเรียน
ค. สร้างชื่อเสียง
ง. ลดภาระงาน
ตอบ: ข
เหตุผล: ใช้แก้ปัญหาช่วงปิดสถานศึกษา
ข้อ 8 ข้อใดเป็นการนำ “ประสบการณ์ตรง” มาใช้ได้เหมาะสม
ก. อ่านจากหนังสือเท่านั้น
ข. ยกตัวอย่างจากชีวิตจริง
ค. ใช้สไลด์สำเร็จรูป
ง. ให้เด็กค้นคว้าเอง
ตอบ: ข
เหตุผล: ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจลึกซึ้ง
ข้อ 9 หากครูไม่พัฒนาเทคโนโลยี จะเกิดผลอย่างไร
ก. ผู้เรียนเก่งขึ้น
ข. การเรียนรู้ลดประสิทธิภาพ
ค. ไม่มีผล
ง. ลดภาระงานครู
ตอบ: ข
เหตุผล: ไม่ทันต่อบริบทการเรียนยุคใหม่
ข้อ 10 ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มภาระงาน
ค. สนับสนุนเส้นทางอาชีพครู
ง. ยกเลิกการประเมิน
ตอบ: ค
เหตุผล: ช่วยพัฒนาคุณภาพครูระยะยาว