สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เปิด 4 เทรนด์สำคัญในโลก Data Marketing

เอ็นทีที เดต้า” ชี้ธุรกิจทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับ Data-Driven Marketing เครื่องมือการตลาดยุคดิจิทัล ช่วยเสนอสินค้าและบริการได้ตรงใจผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมเปิด 4 เทรนด์สำคัญในโลก Data Marketing 

นายฮิโรนาริ โทมิโอกะ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็นทีที เดต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยหันมาให้ความสำคัญกับการจัดเก็บและบริหารข้อมูลเพื่อการตลาดมากขึ้น ซึ่งหากกล่าวถึงเทรนด์ของ Data-Driven Marketing ในปี 2022 นี้ เอ็นทีที เดต้า เล็งเห็นถึงการเติบโตและความสำคัญของเครื่องมือ MarTech (Marketing Technology) โดยเฉพาะเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Customer Experience) แบ่งออกเป็น 4 เทรนด์ได้แก่ 

1. Marketing Technology Tool  (Martech Tool) คือเครื่องมือที่พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ด้านกิจกรรมทางการตลาด ทั้งนี้เพื่อการจัดการแคมเปญทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารกับลูกค้าได้หลากหลายรูปแบบ และมีการวัดผลที่แม่นยำ 

2. Real time data ข้อมูลใหม่แบบเรียลไทม์ หรือ ความสดใหม่ของข้อมูล เพื่อนำเสนอบริการ และเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ให้ตรงตามความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคล (Personalized Content) หากไม่มีการอัพเดทข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลอาจไม่สะท้อนถึงพฤติกรรมเเละความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง กลยุทธ์ทางการตลาดอาจไม่ส่งผลได้อย่างชัดเจน 

3. Data Privacy ปัจจุบันประเทศไทยกำลังมี พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA กำกับดูแล เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือการควบคุมสำหรับการรวบรวม, ใช้งาน, แบ่งปัน, จัดเก็บ และส่งข้อมูลต่างๆ ให้ชัดเจน เพื่อควบคุมดูแลข้อมูล และความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ทั้งยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันความปลอดภัยข้อมูลได้อีกชั้นหนึ่ง 

4. Data Security การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การให้ผู้ที่มีสิทธิเข้าถึงสามารถเข้าถึงได้เท่านั้น เพื่อรักษาความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ และวางแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อปิดช่องโหว่ต่อความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า 

นายฮิโรนาริ กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้ประกอบการไทยพบปัญหาและอุปสรรคสำคัญของการสร้าง Data-Driven Marketing ของธุรกิจไทยคือความรู้ความเข้าใจ และหากมองลึกในมุมของข้อมูลจะพบปัญหาด้านคุณภาพของข้อมูล เช่น เก็บข้อมูลไม่ครบ ข้อมูลซ้ำซ้อน เกิดปัญหาด้านการหาความสัมพันธ์ของข้อมูล หรือมีข้อมูลมากเกินไป จนจมไปกับมหาสมุทรข้อมูล ไม่รู้ว่าจะนำข้อมูลส่วนใดมาใช้ให้เกิดประโยชน์หรือมองไม่ออกว่าข้อมูลส่วนใดสำคัญกับธุรกิจ 

การก้าวข้ามอุปสรรคนี้ ธุรกิจจำเป็นต้องรู้ว่า Pain point ของธุรกิจคืออะไร เพื่อกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายการใช้ข้อมูลของธุรกิจ นำมาซึ่งสินค้าและบริการที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ช่วยลดต้นทุนการขายและการตลาด จนนำไปสู่จุดหมายปลายทางของการสร้างรายได้และผลกำไรให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน” 

โดย เอ็นทีที เดต้า ได้ออกแบบบริการด้าน Data-Driven Marketing ไว้ 5 กลุ่มบริการ ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เริ่มต้นด้วยการเข้าไปให้คำปรึกษาถึงกระบวนการดำเนินการ และดูแลปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการศึกษาองค์กรธุรกิจต่างๆ พบว่า องค์กรต่างให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาประสบการณ์อันดีของลูกค้า (Customer Experience) คิดเป็นสัดส่วนถึง 48% 

โดย 39% นำไปขับเคลื่อนนวัตกรรมสินค้า 37% นำข้อมูลไปใช้ในการคิดโมเดลธุรกิจใหม่ 36% ใช้เพื่อนำไปขับเคลื่อนรายได้ช่องทางใหม่ๆ 31% นำข้อมูลไปใช้เพื่อบุกตลาด ทั้งนี้ 79% ขององค์กรเข้าใจถึงคุณค่าของข้อมูลเเละมองว่าเป็นกุญเเจสำคัญของการสร้างกลยุทธ์ โดยมีโควิด-19 เป็นบททดสอบที่สำคัญของความจำเป็นในการพึ่ง Data ของธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจสามารถตั้งรับเเละสั่งการได้อย่างทันท่วงที รองรับความต้องการของลูกค้าบนวิถีชีวิตใหม่ 

ที่มา ; เดลินิวส์ 2 กุมภาพันธ์ 2565

สรุปสาระสำคัญ 
บทความกล่าวถึงแนวโน้มที่ธุรกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ให้ความสำคัญกับ Data-Driven Marketing เพื่อใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการตัดสินใจทางการตลาดและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแม่นยำ โดยมีเครื่องมือสำคัญคือ MarTech ซึ่งช่วยบริหารแคมเปญ สื่อสารหลายช่องทาง และวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้มี 4 เทรนด์หลัก ได้แก่ (1) เครื่องมือ MarTech เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด (2) การใช้ข้อมูลแบบ Real-time เพื่อสร้างเนื้อหาเฉพาะบุคคล (3) Data Privacy ภายใต้กฎหมาย PDPA เพื่อคุ้มครองข้อมูลลูกค้า และ (4) Data Security เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจไทยยังเผชิญปัญหาด้านความเข้าใจและคุณภาพข้อมูล เช่น ข้อมูลไม่ครบ ซ้ำซ้อน หรือมีมากเกินไปจนใช้ไม่เป็น จึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ Pain point เพื่อกำหนดกลยุทธ์ข้อมูลให้ชัดเจน นำไปสู่การพัฒนาสินค้า/บริการ ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

องค์กรส่วนใหญ่ตระหนักถึงคุณค่าของข้อมูล โดยนำไปใช้พัฒนาประสบการณ์ลูกค้า (48%) นวัตกรรมสินค้า (39%) โมเดลธุรกิจ (37%) และรายได้ช่องทางใหม่ (36%) สะท้อนว่าข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในยุคโควิด-19 ที่ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 แนวคิด Data-Driven Marketing เน้นสิ่งใดเป็นหลัก
ก. การโฆษณาแบบดั้งเดิม
ข. การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ
ค. การลดจำนวนลูกค้า
ง. การเพิ่มต้นทุน
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการใช้ข้อมูลเพื่อกำหนดกลยุทธ์และตัดสินใจ

 

ข้อ 2 MarTech มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มแรงงาน
ข. ลดคุณภาพข้อมูล
ค. ช่วยบริหารและวัดผลการตลาด
ง. จำกัดช่องทางสื่อสาร
เฉลย: ค
เหตุผล: MarTech ช่วยจัดการแคมเปญและวัดผลได้แม่นยำ

 

ข้อ 3 Real-time data สำคัญเพราะอะไร
ก. ลดข้อมูล
ข. ทำให้ข้อมูลล้าสมัย
ค. สร้างเนื้อหาตรงความต้องการลูกค้า
ง. เพิ่มความซ้ำซ้อน
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้ตอบสนองลูกค้าได้ทันทีและตรงจุด

 

ข้อ 4 PDPA เกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. การโฆษณา
ข. ความปลอดภัยแรงงาน
ค. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ง. การผลิตสินค้า
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

ข้อ 5 Data Security เน้นเรื่องใด
ก. การเพิ่มยอดขาย
ข. การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ค. การลดข้อมูล
ง. การทำโฆษณา
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความปลอดภัยและลดความเสี่ยงไซเบอร์

 

ข้อ 6 ปัญหาสำคัญของธุรกิจไทยคืออะไร
ก. ข้อมูลน้อยเกินไปเสมอ
ข. ขาดความเข้าใจและคุณภาพข้อมูลต่ำ
ค. ไม่มีลูกค้า
ง. ไม่มีเทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ชัดเรื่องความเข้าใจและคุณภาพข้อมูล

 

ข้อ 7 หากข้อมูลไม่อัปเดต จะเกิดผลอย่างไร
ก. แม่นยำมากขึ้น
ข. สะท้อนพฤติกรรมลูกค้าได้ดี
ค. กลยุทธ์ไม่มีประสิทธิภาพ
ง. เพิ่มยอดขายทันที
เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลล้าสมัยทำให้ตัดสินใจผิดพลาด

 

ข้อ 8 การวิเคราะห์ Pain point มีประโยชน์อย่างไร
ก. เพิ่มความซับซ้อน
ข. กำหนดกลยุทธ์ได้ตรงจุด
ค. ลดข้อมูล
ง. เพิ่มต้นทุน
เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยกำหนดเป้าหมายและใช้ข้อมูลอย่างมีทิศทาง

 

ข้อ 9 องค์กรใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาสิ่งใดมากที่สุด
ก. การผลิต
ข. ประสบการณ์ลูกค้า
ค. การขนส่ง
ง. การจัดเก็บ
เฉลย: ข
เหตุผล: มีสัดส่วนสูงสุด 48%

 

ข้อ 10 โควิด-19 มีผลต่อ Data-Driven Marketing อย่างไร
ก. ลดความสำคัญข้อมูล
ข. ทำให้ธุรกิจเลิกใช้ข้อมูล
ค. เพิ่มความจำเป็นในการใช้ข้อมูล
ง. ไม่มีผล
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นตัวเร่งให้ธุรกิจพึ่งพาข้อมูลมากขึ้น

ความเห็นของผู้ชม