สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ถอดบทเรียน TELS 2019 ปลุกพลังผู้นำสร้างคุณภาพเด็กไทย

 โครงการสัมมนาผู้นำทางการศึกษาแห่งประเทศไทย (Thailand’s Education Leader Symposium-TELS) ที่ดำเนินการโดย บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมทางการศึกษา และออกแบบกระบวนการเรียนรู้ครบวงจร และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดให้ผู้บริหารสถานศึกษา และครูทั่วประเทศมีโอกาสร่วมแชร์ประสบการณ์ ถอดบทเรียนแห่งความสําเร็จในการพัฒนาการศึกษาจากผู้นำด้านการศึกษาระดับโลก เพื่อนำไปสู่การเตรียมคนให้กลายเป็นนักคิดนักสร้างสรรค์ สอดคล้องกับความต้องการของโลกในยุคศตวรรษที่ 21 ภายใต้แนวคิด The Resolve for Enhancing Thailand’s Education 4.0 หรือ 4Res ที่ประกอบด้วย 1) reforming school แนวทางในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรภายในโรงเรียนเพื่อผลสัมฤทธิ์ที่ดีของนักเรียน 2) redefining skill for the future วางตัวเป็นผู้ให้คำปรึกษากับนักเรียนอย่างไรเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง 3) rethinking the concept of knowledge สร้างแนวคิดใหม่กับวิชาแห่งโลกอนาคต วิทยาการคำนวณและ 4) reshaping ก้าวสู่การเป็นผู้นำการศึกษาในระดับเวิลด์คลาส

ทั้งนั้นเพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ตลอดจนผู้สนใจร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ฟังวิสัยทัศน์ และประสบการณ์จากตัวจริงเรื่องการศึกษาที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก สู่การยกระดับและพัฒนาการศึกษาไทย ทั้งยังเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และสังคม ให้เทียบเท่าระดับสากล

ตะวัน เทวอักษร” กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนไปของเทคโนโลยีในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า เครื่องจักรและเทคโนโลยีจะอยู่ร่วมกับคนได้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ช่วยอ่านความฝัน ความคิดของคน ที่จะมาช่วยให้เห็นภาพโดยไม่ต้องลืมตา หรือขาเทียมที่ทำงานตามสมองสั่งการได้ทันที และสิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งเด็กต้องใช้ชีวิตกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้

ฉะนั้น การเตรียมความพร้อมให้กับเด็กในวันนี้ ต้องสอนให้เขาเหล่านั้นมีความรักในการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต เพราะโลกอนาคตเด็กจะต้องเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ครูจะคอยทำหน้าที่ให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ไม่มีการมาสอนหน้าชั้นเรียน โดยที่ครูเป็นผู้ถ่ายทอด แต่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูกับเด็กและจะเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ

อีกทั้งเด็กต้องเรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันเป็นทีม มีการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ที่สำคัญ เนื้อหาต้องกระชับ มีการจัดกิจกรรมให้เด็กได้ทำและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้อย่างมีความสุขและสนุกสนาน โดยใช้เทคโนโลยีและสื่อใหม่ ๆ เข้ามาช่วยปรับปรุงการเรียนการสอน เพื่อให้เขาเหล่านั้นมีความพร้อมที่จะเผชิญโลกแห่งอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แพท ยงค์ประดิษฐ์” ประธานเจ้าหน้าที่วิชาการ Code.org สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การพัฒนาผู้นำด้านการศึกษาไทย สิ่งหนึ่งที่มองว่าต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือการลดวิชาเรียนลง ซึ่งเท่าที่ทราบการศึกษาไทยมีการจัดการเรียนการสอนรายวิชาในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก โดยครู ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องลดรายวิชาลง จากเรียน 6-7 วิชา เหลือเพียง 2-3 วิชาต่อวัน และควรจะมีการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ให้แก่เด็ก

ถ้าไม่สามารถลดรายวิชาได้ ครูต้องร่วมมือกันสร้างกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ในหลาย ๆ วิชาด้วยการบูรณาการวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น วิชาศิลปะเรียนร่วมกับคอมพิวเตอร์ และวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดเป็นแอนิเมชั่น ขณะที่ผู้บริหารสถานศึกษาต้องช่วยครูทำงาน โดยใช้เทคโนโลยี และอำนวยความสะดวกในการสร้างกิจกรรมต่าง ๆ อย่างหลักสูตร computing science ที่ทุกโรงเรียนควรให้ความสำคัญ และนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอน เพราะตอนนี้เทคโนโลยีช่วยทำให้เกิดการเรียนรู้ และการสื่อสารกันได้ ซึ่งจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้แก่ครู และนักเรียนเพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เกิดการคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุมีผล

นิรมล วิบูลมงคล” ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 วัดพระงาม-สามัคคีพิทยา เทศบาลนครปฐม จ.นครปฐม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สามารถปรับเปลี่ยนจากห้องเรียนธรรมดาสู่ห้องเรียนที่ปลดล็อกศักยภาพทางการเรียนรู้ของผู้เรียน ตามแนว active learning กล่าวเสริมว่า การจัดการเรียนการสอนแบบ active learning ครูผู้สอนเป็นเพียงผู้กำกับ ผู้จัดทำแผนการศึกษา และออกแบบวิธีการสอนที่จะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ

หลังจากนำรูปแบบการเรียนรู้ดังกล่าวมาใช้พบว่า นอกจากคะแนนเด็กจะดีขึ้นแล้ว เด็กยังรู้จักการยอมรับผู้อื่น รู้จักบทบาทของตนเอง ได้รู้จักศักยภาพหน้าที่ของตนเอง ขณะเดียวกัน ครูผู้สอนยังยอมรับซึ่งกันและกัน รวมถึงมีการจัดบรรยากาศในห้องเรียนเชิงบวกมากขึ้น

ดังนั้น หน้าที่ของผู้บริหารโรงเรียนในปัจจุบันจึงต้องเปิดรับ และมองหาวิธีการเรียนการสอนใหม่ ๆ ที่สำคัญ ต้องถามความคิดเห็นของครู หรือผู้ปฏิบัติงานจริงว่าต้องการ หรือคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะนำเข้ามาใช้ เพราะการทำงานเพื่อพัฒนาเด็ก พัฒนาโรงเรียน พัฒนาหลักสูตร ไม่สามารถทำคนเดียวได้ จำเป็นต้องร่วมมือกับครูทุกคนในโรงเรียน เพื่อช่วยจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ และให้เด็กพร้อมที่จะรับมือกับทิศทางของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

อันเป็นสิ่งที่ครู และผู้บริหารสถานศึกษา จำเป็นต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างคุณภาพเด็กไทยให้สอดรับกับความต้องการของโลกในยุคศตวรรษที่ 21 ต่อไป

ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 17 ธันวาคม 2562

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงโครงการสัมมนาผู้นำทางการศึกษา (TELS) ที่มุ่งยกระดับการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 ผ่านแนวคิด 4Res ได้แก่ การปฏิรูปโรงเรียน การกำหนดทักษะอนาคต การทบทวนแนวคิดความรู้ และการพัฒนาผู้นำสู่ระดับสากล โดยเน้นการสร้างผู้เรียนให้เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์ และเรียนรู้ตลอดชีวิต เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วทำให้ครูต้องปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ การทำงานเป็นทีม และการคิดเชิงวิพากษ์

ข้อเสนอสำคัญคือการลดจำนวนวิชาเรียนหรือบูรณาการข้ามวิชา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึก พร้อมทั้งผลักดันวิทยาการคำนวณและการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ ขณะที่การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ช่วยพัฒนาทั้งผลสัมฤทธิ์และทักษะทางสังคมของผู้เรียน

บทบาทผู้บริหารจึงต้องเปิดรับนวัตกรรม สนับสนุนครู อำนวยความสะดวก และสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน เพราะการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไม่สามารถทำโดยลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ เพื่อเตรียมผู้เรียนให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 แนวคิด 4Res มุ่งเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญที่สุด
ก. การเพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. การพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องอนาคต
ค. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ง. การเพิ่มจำนวนครู
เฉลย: ข
เหตุผล: 4Res มุ่งยกระดับผู้เรียนให้มีทักษะแห่งอนาคต

 

ข้อ 2 บทบาทครูในอนาคตควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้บรรยายเนื้อหา
ข. ผู้ควบคุมวินัย
ค. ผู้อำนวยการเรียนรู้
ง. ผู้ประเมินผลอย่างเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูเปลี่ยนบทบาทเป็น facilitator

 

ข้อ 3 การลดจำนวนวิชามีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. ลดภาระครู
ข. เพิ่มเวลาว่าง
ค. เน้นการเรียนรู้เชิงลึก
ง. ลดงบประมาณ
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจลึกและบูรณาการได้

 

ข้อ 4 หากลดวิชาไม่ได้ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. บูรณาการข้ามวิชา
ค. ยกเลิกกิจกรรม
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเสนอการบูรณาการแทน

 

ข้อ 5 ทักษะสำคัญของผู้เรียนในอนาคตคือข้อใด
ก. ท่องจำ
ข. แข่งขันเดี่ยว
ค. คิดเชิงวิพากษ์และทำงานเป็นทีม
ง. ทำข้อสอบได้เร็ว
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้น critical thinking และ collaboration

 

ข้อ 6 Active Learning ส่งผลอย่างไร
ก. คะแนนลดลง
ข. เด็กเงียบขึ้น
ค. พัฒนาทั้งความรู้และทักษะสังคม
ง. ลดบทบาทครู
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยทั้งผลสัมฤทธิ์และพฤติกรรม

 

ข้อ 7 ผู้บริหารควรมีบทบาทใดมากที่สุด
ก. สั่งการ
ข. ควบคุมงบประมาณ
ค. สนับสนุนและรับฟังครู
ง. ประเมินผลอย่างเข้มงวด
เฉลย: ค
เหตุผล: การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยความร่วมมือ

 

ข้อ 8 วิทยาการคำนวณมีความสำคัญเพราะอะไร
ก. ใช้สอบแข่งขัน
ข. เป็นวิชาบังคับ
ค. ช่วยพัฒนาการคิดเป็นระบบ
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ส่งเสริม logical thinking

 

ข้อ 9 หากโรงเรียนต้องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควรทำอย่างไร
ก. ให้ผู้บริหารตัดสินใจคนเดียว
ข. จ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอก
ค. สร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน
ง. เน้นสอบแข่งขัน
เฉลย: ค
เหตุผล: ความร่วมมือเป็นหัวใจสำคัญ

 

ข้อ 10 แนวคิดหลักของบทความสอดคล้องกับข้อใด
ก. การเรียนแบบเดิมดีที่สุด
ข. เทคโนโลยีไม่จำเป็น
ค. การปรับตัวสู่โลกอนาคต
ง. ลดบทบาทนักเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการเตรียมผู้เรียนสู่การเปลี่ยนแปลงของโลก

 
 

ความเห็นของผู้ชม