สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ทำความรู้จัก FIRE rA9BDII,8OI6JO.S,J

ทำความรู้จัก "FIRE" หรือ Financial Independence, Retire Early พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ โหมเก็บเงิน ลงทุนหนัก หวังมีอิสรภาพทางการเงินเร็ว และเกษียณตั้งแต่อายุ 40 ปี 

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ เก็บเงินต่อเดือนเกิน 50% รับงานพิเศษควบคู่งานประจำ และลงทุนอย่างหนัก หรือทำทุกอย่างเพราะอยากมีอิสรภาพทางการเงินเร็วๆ และได้เกษียณตัวเองจากการทำงานตั้งแต่อายุ 30-40 ปี คุณอาจเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางการเงินที่เรียกว่า "FIRE" เข้าแล้ว 

FIRE ย่อมาจาก Financial Independence, Retire Early ที่บังเอิญมาพ้องกับคำว่า “ไฟซึ่งให้ความรู้สึกไม่ต่างกันนัก เพราะ FIRE ใช้นิยามถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หวังมีอิสรภาพทางการเงินเร็วที่มีการวางแผนอย่างแบบเข้มข้น ดุเดือดกว่าคนทั่วไปมาก โดยคนกลุ่มนี้จะใช้ชีวิต และทำงานเพื่อทุ่มเทให้กับการออม และการลงทุนขั้นสูง เพื่อเป้าหมายเกษียณอายุได้เร็วกว่าการเก็บเงิน และแผนเกษียณอายุแบบเดิม ๆ  

สำหรับจุดเริ่มต้นของคำว่า FIRE เริ่มเป็นที่รู้จักมาจากหนังสือ Your Money or Your Life โดย Vicki Robin และ Joe Dominguez ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1992 ตามมาด้วยเวอร์ชันที่แก้ไข และปรับปรุงเผยแพร่อีกครั้งในปี 2008 และ ปี 2018 

 

วิถี FIRE แค่ประหยัดไม่พอ! 

สาระสำคัญ ที่ผู้เขียนได้กล่าวในหนังสือคือ FIRE ไม่ใช่แค่การเกษียณอายุก่อนกำหนดเท่านั้น แต่ยังพูดถึงเส้นทางการไปสู่เป้าหมายของ FIRE ที่ต้องให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องอย่างจริงจัง

 

1. ควบคุมการใช้จ่าย 

คนกลุ่มนี้จะมีการกำหนดรายจ่ายของตัวเองให้สมเหตุสมผลที่สุด และตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกให้หมด โดยระหว่างทางจะสำรวจตัวเองอย่างละเอียดรอบคอบว่ามีรายจ่ายเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ต่อปี

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพในบริบทของคนไทย เช่น การกำหนดรายจ่ายส่วนตัวของตัวเองที่ 20,000 บาทต่อเดือน หรือเท่ากับ 240,000 บาทต่อปี 

 

2. ลงทุนอย่างชาญฉลาด 

นอกจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เคร่งครัดแล้ว คนกลุ่มนี้ยังศึกษาการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน หรือทำให้เงินงอกเงยขึ้นได้มากกว่าปกติหรือสม่ำเสมอ เช่น การลงทุนแบบ Passive Investment , การลงทุนใน ตราสารหนี้กองทุนรวมดัชนี หรือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลที่ดีและต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างพอร์ตการลงทุนให้ได้เท่ากับ 25-30 เท่าของรายจ่ายต่อปีของตัวเอง

เช่น ตามตัวอย่างเรากำหนดรายจ่ายของเท่ากับ 240,000 บาทต่อปี เมื่อนำไปคูณกับ 25 จะได้เท่ากับ 6,000,000 บาท หรือถ้าเป็น 30 เท่าก็คือ 7,200,000 เลยทีเดียว

 

3. หารายได้เพิ่ม 

อย่างที่บอกไปว่ากลุ่ม FIRE ต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเงินเร็วมาก ดังนั้น จึงมักหาทาง "หาเงินเพิ่ม" หรือ "เพิ่มรายได้" อยู่ตลอดเวลา เช่น การออกไปหางานทำ เพื่อสร้างรายได้ และตั้งใจเก็บออมเงินอย่างหนักให้ได้ 50-80% ของรายได้ แล้วจึงนำเงินดังกล่าวไปลงทุนเพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนต่อเพื่อให้ได้เงินครบตามเป้าหมายภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

 

ไลฟ์สไตล์ทางการเงินแบบ FIRE ได้รับความนิยมแค่ไหน

ข้อมูลตามที่ Vox รายงานพบว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา FIRE เริ่มเป็นเป้าหมายทางการเงินของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลส์ (Millennials) ที่ยอมรับว่ากำลังไล่ตาม FIRE และยอมใช้ชีวิตที่ประหยัดสุดขีดในวัยทำงานเป็นเวลาหลายปี โดยประหยัดค่าใช้จ่ายต่อปีได้ถึง 70% ของรายได้

 

โดยเป้าหมายคือ เมื่อเงินออมของพวกเขาถึงประมาณ 30 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อปี หรือประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พวกเขาอาจลาออกจากงานประจำหรือ ออกจากงานอย่างถาวร

รู้แบบนี้แล้วหลายคนก็รู้ตัวทันทีว่า FIRE คงไม่ได้เหมาะกับทุกคน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะฟังดูเป็นพฤติกรรมทางการเงินที่สุดโต่ง แต่สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายชัดเจน และทำได้อย่างไม่กระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เป้าหมายทางการเงินไฟลุก สไตล์ FIRE ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนการเงินที่ท้าทายศักยภาพของตัวเองได้ไม่น้อย และหากทำได้สำเร็จด้วยแล้วล่ะก็ ปัญหา "แก่ก่อนรวย" ที่น่ากังวล คงไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนกลุ่มนี้

 

อ้างอิง: InvestopediaMendetails

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 08 มิ.ย. 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

อินสตาแกรม”เผยเทรนด์ฮิตของคน “Gen Z” 

รายงาน Instagram Trend Report ฉบับแรกของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลจาก Instagram และบริษัทวิจัยร่วม เผยทิศทางเทรนด์ที่กำลังจะมาถึงของชาว Gen Z บน Instagram ที่จะเข้ามาชี้ให้เห็นว่า อะไรอิน อะไรเอาต์ ในปี 2566 

รายงานดังกล่าวสะท้อนความสำคัญที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของคนวัย Gen Z ที่ได้เข้ามามีบทบาทวงกว้างต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ด้วยจำนวนชาว Gen Z ที่คิดเป็นกว่า 41% ของประชากรโลกทั้งหมด หรือกว่า 500 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตรงตามความมุ่งมั่นของ Instagram ในการสร้างพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่และบรรดาครีเอเตอร์ ให้สามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสรรค์วัฒนธรรมใหม่ สำรวจความเป็นไปได้ไม่รู้จบ และต่อยอดสิ่งที่มีสู่ความสดใหม่ที่น่าสนใจกว่าเคย พร้อมพัฒนาความหลงใหลของเหล่าครีเอเตอร์ให้กลายมาเป็นงานที่สร้างรายได้ได้จริง อย่างที่เห็นได้จากการผลักดันฟีเจอร์ Reels ที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นได้จากพฤติกรรมที่ชาว Gen Z ใช้งานแพลตฟอร์ม 

ข้อมูลล่าสุดจากสถิติ RealTime Omnibus โดย YouGov ณ เดือนสิงหาคม 2565 ระบุว่า กว่า 87% ของคนวัย Gen Z ชาวไทย (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 2540-2552) ใช้งาน Instagram โดยมากกว่า 1 ใน 3 ใช้เวลาไปกับแพลตฟอร์มอย่างน้อยสองชั่วโมงต่อวัน และชาว Gen Z ยังมีแนวโน้มที่จะโพสต์คอนเทนต์ลงบนโปรไฟล์ Instagram มากกว่าคนในกลุ่มอายุอื่น ๆ (หรือกว่า 58% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยตลอดทุกช่วงอายุที่ 48%) 

Instagram ได้กลายมาเป็นพื้นที่ในการค้นหาและสำรวจความหลงใหลและประสบการณ์ที่อยู่ในความสนใจสำหรับคนวัย Gen Z เพราะการเสพคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่เพียงพออีกต่อไป พวกเขายังมองหาการเชื่อมโยงกับผู้คนในแวดวงบนพื้นที่แพลตฟอร์มเดียวกันอีกด้วย ดังนั้นแพลตฟอร์โซเชียลมีเดียที่ทำหน้าที่ได้หลากหลาย สามารถมอบทั้งการเชื่อมโยงกับเพื่อนและคนที่พวกเขาติดตามไปจนถีงคอนเทนต์ความบันเทิงต่าง ๆ ผ่าน วิดีโอ, Stories, Reels, และเทคโนโลยี AR จึงทำให้เหล่าคน Gen Z สามารถเข้าถึงประสบการณ์ออนไลน์ส่วนตัวได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น 

ตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันผ่านประสบการณ์ร่วม คือ สติกเกอร์ ‘Add Yours’ ใน Stories และ Reels บน Instagram ซึ่งได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่คน Gen Z ในปี 2565 โดยหมวดหมู่สติกเกอร์ ‘Add Yours’ ที่คน Gen Z นิยมลำดับต้น ๆ ในปีนี้ มาในธีม ‘ฉัน’ เมื่อก่อนกับตอนนี้ (เช่น คุณเมื่อปี 2018 และคุณในปี 2022) อวดภาพแรนด้อมในมือถือแบบห้ามโกง (เช่น ภาพสัตว์เลี้ยงของคุณ ภาพ Lock Screen บนมือถือ) และ Photo Dump การลงภาพรัว ๆ ประจำเดือน โดยที่ไฮไลต์ของปี 2565 นี้ อยู่ที่เดือนตุลาคม 

สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Gen Z ยังเป็นเจเนอเรชั่นที่มีแนวโน้มติดตามครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเรียนรู้วิธีคิดของพวกเขามากกว่าคนรุ่นอื่น ๆ ที่ 1.7% ในขณะที่ในประเทศไทย ยังพบว่าครีเอเตอร์จำนวนมากได้เริ่มแตะคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับความชอบของคน Gen Z และสร้างพื้นที่เพื่อสำรวจความสนใจใหม่ ๆ สำหรับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการมองหาแรงบันดาลใจด้านการทำอาหารจาก @food.barnbarn เคล็ดลับด้านแฟชั่นและความคิดสร้างสรรค์จาก @architasiri มองหาที่เที่ยวใหม่ ๆ ไปกับ @skygoesplaces หรือเตรียมตัวสวยไปกับอินฟลูสายบิวตี้อย่าง @soundtiss @wawow และ @eyetayungmaitaii 

รายงาน Instagram Trend Report ฉบับแรกของไทย มาพร้อมกับข้อมูลอัดแน่นที่ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์สำคัญในปี 2566 ซึ่งเหล่า Gen Z จะเข้ามามีบทบาทในการนำเทรนด์ยิ่งขึ้น 

•  เสียงเพลงและการแสดงตัวตนยังคงยืนหนึ่ง เพลงไทยโดดเด่นไปได้ไกลยิ่งขึ้น: ปี 2565 มาพร้อมกับความสร้างสรรค์และความรักในเสียงเพลงอันน่าทึ่งของชาวไทย โดยเพลงที่นิยมใช้ประกอบคอนเทนต์ Reels ในประเทศมาจากศิลปินไทย ไม่ว่าจะเป็น “ฉลามชอบงับคุณ” โดย BONNADOL feat. IIVY B “เฮอร์ไมโอน้อง” โดย อูน TheChanisara และ “ซูลูปาก้า ตาปาเฮ้” โดย themoonwillalwaysbewithme ไปจนถึงเพลง “เเฟนผมน่ารัก” โดย Bow Maylada feat. Lipta และ “ทักครับ” โดย Lipta feat. GUYGEEGEE 

•   เทรนด์ Dance Challenge ชวนคนมาเต้นยังไม่แผ่ว: ตั้งแต่เปิดตัว Reels เทรนด์ Dance Challenge หรือการลุกมาเต้นเป็นวิธีการแสดงตัวตนทาง Instagram ของคนไทยเสมอมา ด้วยท่าเต้นที่ฝึกตามได้ไม่ยากคู่เพลงไทยที่เราคุ้นหู โดยในปีนี้ คนไทยชอบเต้นไปกับท่าเต้น ชอบป่ะเนี่ย โดย @davikah ท่าเต้น คาปูชิโน่ ที่ @woodytalk มาร่วมกระแสออกสเต็ป ไปจนถึงท่าเต้นจาก Bow Maylada ที่เห็นทาง @gooddayofficial.ig และคาดว่าเทรนด์ชวนมาเต้นก็จะยังคงเป็นที่นิยมในปี 2566 เช่นกัน 

•   น้อง ๆ Young Gen เช็กอินมหาลัยกันเพลิน: ฟีเจอร์ Location (สถานที่) บน Instagram ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เป็นที่นิยมที่สุดที่ผู้คนใช้เพื่อเชื่อมโยงระหว่างกันทาง Instagram โดยวัย Gen Z ชาวไทยไม่ได้แชร์เพียงแค่สถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่อย่าง Bangkok, Chiang Mai หรือ Phuket เท่านั้น แต่ยังชอบแชร์โลเคชั่นสถานศึกษาของตัวเองด้วย โดยที่ Bangkok University (มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) และ Kasetsart University (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ขึ้นมาเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถูก Tag บ่อยที่สุดของไทยในปี 2565 

•  อวาทาร์และเอฟเฟกต์ AR ช่วยแสดงตัวตนได้ไม่ซ้ำใคร: กว่า 65% ของคน Gen Z บอกว่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นฟีเจอร์ VR บน Instagram มากยิ่งขึ้น อย่างที่เห็นได้จากการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนในคอนเทนต์ของคน Gen Z ผ่านสติกเกอร์อวาตาร์และฟิลเตอร์ AR โดยที่เอฟเฟกต์ AR อย่าง ‘blackmood ’ และ ‘BLUESKY’ เป็นฟิลเตอร์ที่สร้างสรรค์โดยครีเอเตอร์ไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2565 ในขณะที่บรรดา Gen Z มักเลือกใช้สติกเกอร์ ‘love adore’ (รักเลย) และ ‘headache’ (หัวจะปวด) 

เพื่อฉลองความสร้างสรรค์และการเปิดตัวรายงาน Instagram Trend Report ฉบับแรกของประเทศไทย วันนี้ Instagram จึงเผยให้เห็นถึงเทรนด์ฟีเจอร์และธีมที่มาแรงที่สุดของปี 2565 และเทรนด์สุดล้ำที่กำลังจะมาในปีหน้า ไปจนถึงการใช้งานของคน Gen Z ที่จะเข้ามานิยามวัฒนธรรมใหม่ ๆ บน Instagram ในอนาคต 

คนวัย Gen Z ชาวไทยเชื่อมโยงถึงกันผ่านสติกเกอร์ Add Yours เหล่านี้ในปี 2565: 

• รูปอะไรก็ใส่มาเหอะ ให้มันเต็มหกช่อง 

• 2018 YOU vs 2022 YOU 

• โชว์ ภาพล็อก, ภาพหน้าโฮม, ภาพที่ถ่ายล่าสุด, เพลงที่ฟังล่าสุด 

• Mini You 

• October Dump 

 

Location ช่วยให้ผู้คนในคอมมิวนิตี้หากันเจอ สถานที่ที่ Gen Z นิยม Tag มากที่สุดของปี 2565 คือ: 

• Bangkok 

• Chiang Mai 

• Phuket 

• Bangkok University 

• Kasetsart University 

• Hat Yai 

• ชายหาดบางแสน Bang Sarn ชลบุรี 

• JODD FAIRS : จ๊อดแฟร์ 

• เกาะล้าน – Koh Larn 

• Siam Paragon

 

เอฟเฟกต์ AR จากประเทศไทยที่นิยมใช้สูงสุดทาง Reels และ Stories ในปีนี้คือ: 

• blackmood 

• Frblair 

• Bluesky 

• Glowing Skin 

• Green Lens

 

Gen Z ชาวไทยนิยมใช้สติกเกอร์อวาตาร์เหล่านี้เพื่อแสดงความเป็นตัวเองทาง Stories ในปี 2565: 

• love adore 

• headache 

• lol cry

 

เสียงเพลงที่ส่งให้ Reels ไวรัล เพลงโปรดที่ชาวไทยนิยมใช้ทาง Reels ปีนี้คือ: 

• BONNADOL Feat.IIVY B – ฉลามชอบงับคุณ 

• TheChanisara – เฮอร์ไมโอน้อง 

• themoonwillalwaysbewithme – ซูลูปาก้า ตาปาเฮ้ 

• PROXIE – คนไม่คุย 

• kinkaworn – ตกหลุมรักรอบที่ล้าน 

• spritezakup – เกินปุยมุ้ย! (เอ้ย จิรัช) บังอร 

• musketeersband feat. Maiyarap – พิจารณา (Consider) 

• Bow Maylada feat. Lipta – เเฟนผมน่ารัก 

• Lipta feat. GUYGEEGEE – ทักครับ

เผย 87% "เจนซี" ชาวไทยใช้งานไอจี 1 ใน 3 ใช้เวลากับแพลตฟอร์มสองชั่วโมงต่อวัน เผยเทรนด์ฮิต ค้นพบความชอบและแสดงออกบนโลกออนไลน์ผ่านคอนเทนต์รูป เพลง อวาตาร์ และ AR 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 22 ธันวาคม 2565

 

 

สรุปสาระสำคัญ 
แนวคิด FIRE (Financial Independence, Retire Early) คือการวางแผนการเงินเพื่อให้มีอิสรภาพทางการเงินและเกษียณเร็ว โดยมักพบในคนรุ่นใหม่ที่ตั้งเป้าเกษียณตั้งแต่อายุ 30–40 ปี หลักสำคัญของ FIRE ไม่ใช่แค่การประหยัด แต่ต้องดำเนินการ 3 ด้านอย่างเข้มข้น ได้แก่ (1) ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย ตัดสิ่งไม่จำเป็น และกำหนดรายจ่ายต่อปีอย่างชัดเจน (2) ลงทุนอย่างชาญฉลาด เช่น กองทุนรวม ดัชนี หรือตราสารที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยตั้งเป้าพอร์ตประมาณ 25–30 เท่าของรายจ่ายต่อปี และ (3) เพิ่มรายได้ เช่น ทำงานเสริมหรือสร้างรายได้หลายทาง เพื่อเร่งการออมให้ได้ถึง 50–80% ของรายได้ แนวคิดนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มมิลเลนเนียลส์ที่ยอมใช้ชีวิตประหยัดสูงในช่วงวัยทำงาน เพื่อแลกกับอิสรภาพในอนาคต อย่างไรก็ตาม FIRE อาจไม่เหมาะกับทุกคน เพราะต้องอาศัยวินัยสูงและสมดุลชีวิตที่ดี หากดำเนินการโดยไม่กระทบสุขภาพกายและใจ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพและแก้ปัญหา “แก่ก่อนรวย” ได้

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 แนวคิด FIRE มุ่งเน้นเป้าหมายหลักข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ระยะสั้น
ข. เกษียณเร็วและมีอิสรภาพทางการเงิน
ค. ลดภาษีให้มากที่สุด
ง. ลงทุนเฉพาะอสังหาริมทรัพย์
เฉลย: ข
เหตุผล: FIRE เน้น “อิสรภาพทางการเงิน + เกษียณเร็ว” เป็นเป้าหมายหลัก

 

ข้อ 2 ข้อใด “ไม่ใช่” องค์ประกอบหลักของ FIRE
ก. ควบคุมค่าใช้จ่าย
ข. ลงทุนอย่างชาญฉลาด
ค. เพิ่มรายได้
ง. ใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตสูงสุด
เฉลย: ง
เหตุผล: FIRE เน้นลดรายจ่าย ไม่ใช่เพิ่มการใช้จ่าย

 

ข้อ 3 การตั้งพอร์ตลงทุน 25–30 เท่าของรายจ่ายต่อปี สะท้อนแนวคิดใด
ก. การเก็งกำไร
ข. ความมั่นคงระยะยาว
ค. การกระจายความเสี่ยง
ง. การลดหนี้
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นหลักการเพื่อให้มีเงินเพียงพอใช้ในระยะยาว

 

ข้อ 4 หากรายจ่ายปีละ 240,000 บาท เป้าหมาย FIRE ขั้นต่ำควรเป็นเท่าไร
ก. 2,400,000 บาท
ข. 4,800,000 บาท
ค. 6,000,000 บาท
ง. 12,000,000 บาท
เฉลย: ค
เหตุผล: 240,000 × 25 = 6,000,000

 

ข้อ 5 พฤติกรรมใดสอดคล้องกับ FIRE มากที่สุด
ก. ใช้จ่ายตามใจเพื่อความสุข
ข. ลงทุนโดยไม่ศึกษา
ค. เก็บออมมากกว่า 50% ของรายได้
ง. กู้เงินเพื่อลงทุน
เฉลย: ค
เหตุผล: FIRE เน้นออมสูงและมีวินัย

 

ข้อ 6 เหตุใด FIRE จึงนิยมในกลุ่มมิลเลนเนียลส์
ก. มีรายได้สูงทุกคน
ข. ต้องการอิสระเร็ว
ค. ไม่มีหนี้สิน
ง. ไม่สนใจการลงทุน
เฉลย: ข
เหตุผล: คนรุ่นใหม่ต้องการอิสรภาพชีวิตเร็วขึ้น

 

ข้อ 7 ข้อใดเป็นความเสี่ยงของ FIRE
ก. มีเงินออมมากเกินไป
ข. ขาดสมดุลชีวิตและสุขภาพ
ค. รายได้เพิ่มขึ้น
ง. ลงทุนระยะยาว
เฉลย: ข
เหตุผล: การประหยัดสุดขีดอาจกระทบสุขภาพ

 

ข้อ 8 หากครูต้องการประยุกต์ FIRE กับนักเรียน ควรเน้นสิ่งใด
ก. การรวยเร็ว
ข. การออมและวินัยทางการเงิน
ค. การลงทุนเสี่ยงสูง
ง. การลาออกจากงานเร็ว
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นพื้นฐานวินัยการเงินเหมาะสมกับผู้เรียน

 

ข้อ 9 การเพิ่มรายได้ใน FIRE มีเป้าหมายสำคัญเพื่ออะไร
ก. ใช้จ่ายมากขึ้น
ข. ลดเวลาทำงาน
ค. เร่งการสะสมเงินลงทุน
ง. ลดความเสี่ยง
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อให้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้น

 

ข้อ 10 แนวคิด FIRE เหมาะกับใครมากที่สุด
ก. คนไม่มีรายได้ประจำ
ข. คนที่มีวินัยและเป้าหมายชัดเจน
ค. คนที่ชอบใช้เงิน
ง. คนที่ไม่ต้องการวางแผน
เฉลย: ข
เหตุผล: FIRE ต้องอาศัยวินัยสูงและเป้าหมายระยะยาว

 
 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น