
เมื่อวันที่ 25 มกราคม น.ส.ชลิพา ดุลยากร ผู้ก่อตั้ง insKru ธุรกิจเพื่อสังคมด้านการศึกษา เปิดเผยว่า จากที่ insKru ได้นำแพลตฟอร์มออนไลน์ www.inskru.com ใช้เป็นเครื่องมือให้ครูทั่วประเทศได้เข้ามาแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ทำงานกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ โดยมีกลุ่มเฟซบุ๊ก insKru-ครูปล่อยของ และเพจ insKru -พื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอน เป็นพื้นที่ร่วมขับเคลื่อนมาจนก้าวสู่ปีที่ 5 ในปี 2566 นี้
insKru พบว่ากำแพงที่ทำให้เราไปไม่ถึงปลายทางคือ “สภาวะแวดล้อมทางสังคมในโรจากเพนพอยต์ดังกล่าวทำให้ insKru มองเห็นเป็นโอกาสในการต่อยอดในการช่วยเหลือและสนับสนุนครู เพื่อการเรียนการสอนที่ดีกับนักเรียน โดยร่วมตั้งเป้าขับเคลื่อนเร่งสร้างผลกระทบ หรือ “Impact” ต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาสภาวะแวดล้อมทางสังคมในโรงเรียนที่ดีต่อครูและนักเรียน โดยเริ่มจากให้ครูได้รับประสบการณ์ในห้องเรียนที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี และส่งเสริมการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม หรือ Social Emotional Learning: SEL ให้กับครู เพื่อให้ครูส่งต่อแนวคิดดีๆ ให้กับนักเรียนและสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ให้กับการศึกษาของประเทศต่อไป
“ในปีนี้ insKru มีเป้าหมายที่จะหาวิธีการลดบรรยากาศที่ทำให้เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยทั้งทางกาย ความคิด และจิตใจ (Toxic Environment) เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมทางสังคมในโรงเรียนที่ดีขึ้น เริ่มต้นจากการเปลี่ยนบทบาทครูจาก ‘ผู้ให้บริการวิชาการ’ เป็นผู้สร้างความสัมพันธ์ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยสบายใจ (Supportive Relationship) ทั้งครูกับครู และครูกับนักเรียน โดยผลักดันให้ครูเป็น ‘ผู้ริเริ่ม’ เปลี่ยนแปลง ห้องเรียนในแบบของตัวเอง”
“เราอยากเห็นครูทุกคนในประเทศเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ หรือ Initiator ไม่ว่าจะเป็นเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนห้องเรียน เปลี่ยนโรงเรียน เปลี่ยนสังคมครู เป็นต้น นอกจากนี้ insKru ยังมีตั้งเป้าในการออกแบบโมเดลใหม่ในการสร้างรายได้ โดยจะโฟกัสที่การสร้าง Impact ให้ดีขึ้นและมากกว่าเดิม ผ่านการสร้างโมเดลให้ภาครัฐและเอกชน ได้เข้ามาร่วมสร้างอิมแพกต์ ผ่านคอมมูนิตี้ของ insKru รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกิจกรรมที่จะขยายคอมมูนิตี้ของ InsKru ด้วยเป้าหมายสร้างคอมมูนิตี้ครูในระบบนิเวศน์ของ insKru ให้มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 100% ในปี 2566 นี้” น.ส.ชลิพาระบุงเรียน” หรือ School Environment ไม่เอื้อต่อการพัฒนาตัวเองของครู ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาการสอนที่ได้ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ให้กับนักเรียน

สำหรับผลิตภัณฑ์เรือธงของ insKru ในปี 2566 น.ส.ชลิพาแนะนำ Buddy Kru ระบบแชตบอต (Chat Bot) ในแอพพลิเคชั่น LINE ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยวางแผน ออกแบบ และวัดผลการสอน โดยขณะใช้งาน ครูจะรู้สึกเหมือนมีเพื่อนคุยเรื่องการจัดกิจกรรมการสอน การเตรียมสอนที่คอยโต้ตอบแบบอัตโนมัติ ใช้งานสะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันเพียงไม่กี่นาทีในแต่ละสัปดาห์ เพื่อไม่รบกวนเวลา การทำงานของครู ปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองเปิดให้ครู 5,000 คนทั่วประเทศใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาของครูไทยได้จริงปัจจุบัน insKru สามารถรวบรวมไอเดียการสอนจากครูทั่วประเทศได้มากกว่า 7,000 ไอเดีย เปิดให้ครูเข้ามาใช้งานได้ฟรีผ่านแอ๊กเคาต์ ในเว็บไซต์ inskru.com โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 77% จากปี 2564 ทั้งนี้ มีจำนวนแอ๊กเคาต์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 92,000 แอ๊กเคาต์ ในปี 2564 เป็น 163,000 แอ๊กเคาต์ ในปี 2565 ซึ่งจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดจากการจัดกิจกรรมในคอมมูนิตี้ ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นจน insKru ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 2021 Community Accelerator Program และได้รับทุนสนับสนุนในการพัฒนาคอมมูนิตี้ออนไลน์จาก Meta เพื่อนำมาพัฒนาคอมมูนิตี้ครูไทยในเฟซบุ๊กให้เข้มแข็งและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้สมาชิกกลุ่ม insKru-ครูปล่อยของ เพิ่มขึ้น 148% จาก 38,000 คนในปี 2564 เป็น 94,000 คนในปี 2565
นอกจากนี้ จำนวนผู้ติดตาม เพจ insKru-พื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอน เพิ่มขึ้น 23% จาก 200,000 Follower ในปี 2564 เป็น 258,000 Follower ในปี 2565 มีกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ที่เปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมรวมถึง 42 ครั้ง ตลอดปี 2565 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับ insKru รวม 1,336 คน ได้ไอเดียการสอนดีๆ กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ส่งผลดีต่อ การเรียนรู้ของเยาวชนไทยกว่า 3.7 ล้านคน ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 25 มกราคม 2566
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อนสถานการณ์การพัฒนาการศึกษาไทยผ่านบทบาทของภาคสังคม โดย insKru ธุรกิจเพื่อสังคมด้านการศึกษา ซึ่งมุ่งแก้ “กำแพงสำคัญ” ของระบบการศึกษา คือ สภาวะแวดล้อมทางสังคมในโรงเรียนที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของครู ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน หลักการสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเกื้อหนุน (Supportive School Environment) ควบคู่กับการพัฒนาการเรียนรู้ด้านอารมณ์และสังคม (SEL) ให้ครู เพื่อให้ครูสามารถส่งต่อความรู้ ทักษะชีวิต และความรู้สึกปลอดภัยไปยังนักเรียน
แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทครูจาก “ผู้ให้บริการวิชาการ” เป็น “ผู้สร้างความสัมพันธ์” และเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลง (Initiator) ในห้องเรียน โรงเรียน และชุมชนครู แนวปฏิบัติที่โดดเด่น ได้แก่ การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และคอมมูนิตี้ครู การพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลอย่าง Buddy Kru เพื่อช่วยวางแผนและประเมินการสอน และการขยายความร่วมมือรัฐ–เอกชนเพื่อสร้าง Impact ทางการศึกษาอย่างยั่งยืน บทความชี้ว่าคุณภาพการศึกษาเริ่มต้นจากคุณภาพชีวิตครูและบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยของผู้เรียน
ข้อสอบ
ข้อที่ 1 “กำแพง” หลักที่ insKru ระบุว่าเป็นอุปสรรคต่อคุณภาพการศึกษา คือข้อใด
ก. หลักสูตรล้าสมัย
ข. ขาดเทคโนโลยีการเรียนการสอน
ค. สภาวะแวดล้อมทางสังคมในโรงเรียน
ง. ความสามารถทางวิชาการของครู
ข้อที่ 2 แนวคิด SEL ตามบทความ มีเป้าหมายเชิงระบบคือข้อใด
ก. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการสอบ
ข. ลดภาระงานเอกสารครู
ค. สร้างความปลอดภัยทางกาย ใจ และความคิด
ง. ยกระดับการแข่งขันของโรงเรียน
ข้อที่ 3 การเปลี่ยนบทบาทครูเป็น “Initiator” สะท้อนหลักการใดทางการบริหารการศึกษา
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การพัฒนาจากฐานล่าง (Bottom-up)
ค. การควบคุมคุณภาพจากส่วนกลาง
ง. การบริหารเชิงอำนาจ
ข้อที่ 4 Buddy Kru ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาใดของครูมากที่สุด
ก. ขาดแรงจูงใจ
ข. เวลาและภาระงาน
ค. ความรู้ด้านหลักสูตร
ง. การวัดผลระดับชาติ
ข้อที่ 5 หากผู้บริหารต้องการนำแนวคิด insKru ไปใช้ ควรเริ่มจากแนวปฏิบัติใด
ก. เพิ่มการประเมินครูเชิงผลสัมฤทธิ์
ข. สร้างบรรยากาศโรงเรียนที่ปลอดภัยและเกื้อหนุน
ค. ควบคุมการสอนให้เป็นมาตรฐานเดียว
ง. เพิ่มการแข่งขันระหว่างครู
คลิกเฉลย >>>