
เมื่อวันที่ 29 ก.พ. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2567 และ 1 พ.ค. 2568 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
· กลุ่มที่ 1 คือ การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ โดยทยอยปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุเพิ่มปีละ 10% ในปี 2567 และ 2568 และโดยในปี 2568 ผู้ที่บรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรี จะได้เงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และปรับคุณวุฒิอื่นๆ ให้สอดคล้องกัน และ
· กลุ่มที่ 2 การปรับเงินชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ พร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การปรับเพิ่มเงินเพื่อการครองชีพชั่วคราว จะดำเนินการโดยกระทรวงการคลัง โดยสำนักงาน ก.พ. ได้เชิญหน่วยงานที่เป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการแต่ละประเภท เพื่อหารือในกรณีดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันพุธที่ 31 ม.ค. 2567 และเสนอ ก.พ. พิจารณาวันที่ 22 ก.พ. 2567 และจะแจ้งอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับเงินชดเชยที่จะใช้บังคับเพื่อให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลดำเนินการ ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดเตรียมร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 7 ม.ค. 2567 และจะนำเสนอ ก.ค.ศ. พิจารณาในเดือนมีนาคม ได้แก่ ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง หรือการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุใหม่ ร่างกฎ ก.ค.ศ. การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่า หรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. … เพื่อรองรับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ และปรับชดเชยผู้ได้รับผลกระทบสำหรับคุณวุฒิปริญญาเอก ในวันที่ 1 พ.ค. 2568
สำหรับการปรับขึ้นเงินเดือนครูนั้น เป็นไปตามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่ ก.พ. เสนอ แบ่งเป็น การปรับเงินเดือนของข้าราชการครูและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการปรับเงินเพิ่มเพื่อการครองชีพชั่วคราว
ที่มา ; เดลินิวส์ 29 กุมภาพันธ์ 2567
เกี่ยวข้องกัน
ก.ค.ศ.ยกร่างหลักเกณฑ์ขึ้นเงินเดือนครู ตามมติครม. มีผล 1 พ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือการเตรียมความพร้อมการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้เห็นชอบแนวทางการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ. ) เสนอ แบ่งเป็น การปรับเงินเดือนของข้าราชการครูและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการปรับเงินเพิ่มเพื่อการครองชีพชั่วคราว
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ระบุว่า สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดเตรียมร่างกฎหมายปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยทยอยปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุเพิ่มปีละ 10% ในปี 2567 และ 2568 และโดยในปี 2568 ผู้ที่บรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีจะได้เงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท นั้น
โดยอัตราเงินเดือนครู เงินวิทยฐานะ สําหรับข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตตามกฎหมายในปัจจุบัน มีอัตราดังนี้
1.ตำแหน่งข้าราชการครู

สำหรับสายงานการสอน ครูมีอัตราเงินเดือนรวมกับค่าวิทยฐานะ ดังนี้

หมายเหตุ : โดยปกติเงินเดือนครูจะไต่ระดับไปเรื่อยๆ ตามลู่วิ่งของตัวเอง จนชนเพดานสูงสุดในแต่ละอันดับ เมื่อชนเพดานแล้วก็จะขยับไปกินเงินเดือนในลู่วิ่งต่อไปโดยอัตโนมัติ เช่น ครูผู้ช่วย กินเงินเดือนต่ำสุด 15,050 บาท ไปจนถึง 24,750 บาท เมื่อชนเพดานแล้ว ก็จะขยับไปกินเงินเดือนในระดับใกล้เคียงของเดิมในลู่วิ่งต่อไปคือคศ.1 โดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อชนเพดานเงินเดือนสูงสุด 24,750 บาท ในลู่วิ่ง ครูผู้ช่วย ก็จะขยับไปกินเงินเดือนในลู่วิ่งครูคศ.1 ในเงินเดือน 25,240 บาท และจะวนลูปแบบนี้ไปจนถึงครูคศ.5
แต่สำหรับคนที่ต้องการให้เงินเดือนขยับสูงขึ้นเร็วกว่าระบบปกติ จะมีระบบฟาสแทร็กคือการทำวิทยฐานะเพื่อให้เลื่อนขั้นเงินเดือนเร็วขึ้น และวิทยฐานะดังกล่าว ก็ยังมีเงินวิทยฐานะด้วย โดยระบบวิทยฐานะ มีขึ้นก็เพื่อจูงใจให้ครูพัฒนาตัวเอง เพื่อนำความรู้ไปพัฒนานักเรียนต่อ แต่ทั้งนี้การทำวิทยฐานะในแต่ละระดับซึ่งไล่ตั้งแต่วิทยฐานะชำนาญการ(ชน.) ชำนาญการพิเศษ(ชนพ.) เชี่ยวชาญ(ชช.)และเชี่ยวชาญพิเศษ(ชชพ.) นั้นจะมีเงื่อนไขของแต่ละระดับอยู่ เช่น ครูผู้ช่วย จะยื่นขอทำวิทยฐานะชำนาญการได้ จะต้องรับราชการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี ก็ขยับมาเป็นครูคศ.1 จึงจะมีสิทธิทำผลงานเพื่อยืนขอรับการพิจารณามีวิทยฐานะชำนาญการได้ เป็นต้น)

(ทั้งนี้ ไม่เพียงแค่เงินเดือนและเงินวิทยฐานะเท่านั้น ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะตั้งแต่ชำนาญการพิเศษขึ้นไป ยังจะได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษโดยอัตโนมัติอีกด้วย ซึ่งเงินค่าตอบแทนพิเศษดังกล่าว จะมีอัตราเท่ากับเงินค่าวิทยฐานะ ทั้งนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งยังคงมีผลมาถึงปัจจุบัน ซึ่งมีอัตราดังนี้ ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 5,600 บาท, ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับเชี่ยวชาญ 9,900 บาท และค่าตอบแทนสำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 13,000/15,600 บาท (ยกเว้นวิทยฐานะชำนาญการ ที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ) และเงินตอบแทนพิเศษดังกล่าว มีเฉพาะข้าราชการครูเท่านั้น ฉะนั้นวิทยฐานะ+ค่าตอบแทนพิเศษ มีดังนี้ วิทยฐานะชำนาญพิเศษ(ชนพ.) 5,600+5,600 =11,200 บาท , วิทยฐานะเชี่ยวชาญ(ชช.) 9,900+9,900 = 19,800 บาท, วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ(ชชพ.) คศ.4 13,000+13,000=26,000 บาท, (คศ.5) 15,600+15,600 = 31,200 บาท)
2.อัตราเงินตําแหน่งศึกษานิเทศก์
บัญชีอัตราเงินวิทยฐานะสําหรับตําแหน่งศึกษานิเทศก์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ดังนี้

3.สำหรับตำแหน่ง ผอ. และ รอง ผอ.สถานศึกษา มีอัตราเงินวิทยฐานะ ดังนี้
บัญชีอัตราเงินเดือนวิทยฐานะสําหรับตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567
สรุปสาระสำคัญ
เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีผลวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 และ 1 พฤษภาคม 2568 โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) ปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ เพิ่มปีละ 10% จนปี 2568 ผู้จบปริญญาตรีได้เงินเดือนตั้งต้นไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และ (2) ปรับเงินชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับดังกล่าว นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. เตรียมร่างกฎหมายหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราเงินเดือนใหม่ และการชดเชยผลกระทบ พร้อมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรองรับการดำเนินการ ขณะเดียวกัน มีการทบทวนอัตราเงินเดือนและวิทยฐานะในทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ครูผู้ช่วยจนถึงครูเชี่ยวชาญพิเศษ รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาและศึกษานิเทศก์ เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี โดยมุ่งสร้างแรงจูงใจให้ครูพัฒนาตนเองตามเส้นทางวิทยฐานะ และรักษาขวัญกำลังใจบุคลากรทางการศึกษา
ข้อสอบ
1. การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการครูตามมติ ครม. ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักใดที่สะท้อนแนวนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐยุคใหม่
ก. ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างหน่วยงานราชการ
ข. สร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจให้บุคลากรทางการศึกษา
ค. กระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน
ง. ปรับโครงสร้างภาษีเงินได้ให้เหมาะสม
2 การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุเพิ่มปีละ 10% มีผลทางยุทธศาสตร์การบริหารบุคลากรอย่างไร
ก. ลดภาระงบประมาณในระยะยาว
ข. เพิ่มความสามารถในการดึงดูดคนเก่งเข้าสู่วิชาชีพครู
ค. ป้องกันการย้ายออกของครูอาวุโส
ง. จำกัดจำนวนผู้เข้ารับราชการใหม่
3 จากแนวทางการกำหนดอัตราเงินเดือนใหม่ “การปรับเงินชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ” มีจุดมุ่งหมายใดโดยตรงที่สุด
ก. สร้างความเท่าเทียมระหว่างผู้บรรจุในช่วงเวลาต่างกัน
ข. ปรับสมดุลงบประมาณในแต่ละปีงบประมาณ
ค. จูงใจให้ครูเร่งทำวิทยฐานะ
ง. ช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่พิเศษกับทั่วไป
4 หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการนำข้อมูลการปรับเงินเดือนมาใช้เชิงนโยบายภายในโรงเรียน ควรดำเนินการอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุด
ก. ประชาสัมพันธ์ให้ครูเข้าใจสิทธิประโยชน์และเส้นทางวิทยฐานะ
ข. ปรับลดชั่วโมงสอนเพื่อให้ครูทำผลงานทางวิชาการ
ค. จัดสรรงบประมาณโรงเรียนเพื่อชดเชยเงินเดือนให้ครูโดยตรง
ง. ขออนุมัติโรงเรียนเปิดรับครูใหม่จำนวนมาก
5 หากไม่มีการปรับอัตราเงินเดือนตามมติ ครม. ผลกระทบที่ “เป็นระบบ” ที่สุดต่อการศึกษาคือข้อใด
ก. การลาออกของครูเพิ่มสูงขึ้น
ข. การจัดสรรงบประมาณรายหัวลดลง
ค. การขาดแรงจูงใจส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน
ง. การแข่งขันสอบครูลดลง
คลิกเฉลย >>>