
นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การสอบ เมื่อเร็วๆ นี้ หารือการแก้ไขหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ.เรื่อง การขึ้นบัญชีผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จากเดิม 1 ปี เป็น 2 ปี เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น และเพิ่มจำนวนการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันเป็น 2-3 เท่า ตามข้อเรียกร้องผู้เข้าสอบ ขณะที่นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ยังเสนอให้นำผลงาน มารวมในการสอบภาค ก เพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์มาทำงาน ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่ดี
เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ สพฐ.จะเสนอคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาให้กลุ่มครูอัตราจ้างที่ทำงานสอนมาไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถนำผลการปฏิบัติงานสอน มาประกอบการพิจารณา สอบครูผู้ช่วย ว16 ได้นั้น เรื่องนี้เป็นข้อเสนอที่ดี ก.ค.ศ.ก็รับไว้พิจารณา เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้คนทำงานที่แข่งขันในสนามเล็ก ไม่ว่าจะเป็น ครูจ้างสอน ครูอัตราจ้างต่างๆ สามารถสอบบรรจุได้ โดยปัจจุบันก็มีอยู่แล้ว แต่มีประเด็นบางอย่างที่ไม่ชัดเจน เช่น มีข้อเสนอว่า จะนับกันอย่างไรและจะเปิดโอกาสให้นำผลการทำงานจากหน่วยงานอื่นมานับรวมด้วยหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องกำหนดให้ชัดเจน เรื่องนี้ก็ต้องไปพูดคุยกันใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญที่เกี่ยวข้องเช่นกัน อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานก็อยากให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว
“สำหรับหลักเกณฑ์ (ว 1/2569) ที่เปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 สายงาน ที่ได้รับรางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ระดับชาติหรือนานาชาติ สามารถใช้ยื่นขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษได้ ขณะนี้ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจเพื่อพิจารณารางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ ซึ่งส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา ที่มี คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธาน อยู่ระหว่างการพิจารณารางวัลที่เหมาะสม คาดว่าภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะเสนอให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ส่วนรางวัลนานาชาติ จะพิจารณาในครั้งต่อไป เนื่องจากมีประเด็นที่ซับซ้อน ต้องดูให้ละเอียด และต้องเป็นรางวัลที่สะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง” นายธนูกล่าว
‘ก.ค.ศ.’เล็งแก้เกณฑ์เฟ้นบิ๊ก ผอ.สนง.เขตพื้นที่ ขึ้นบัญชีแข่งขันได้ 3 เท่า เพิ่มเวลา 2 ปี ลุ้นบอร์ดเคาะรางวัล‘ว.ประจักษ์’สิ้น มี.ค.นี้
ที่มา ; มติชนออนไลน์