สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ราชกิจจาฯ เผยแพร่กฎกระทรวงจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยไทย

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ กฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 วรรคหนึ่ง และมาตรา 24 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกกฎกระทรวงไว้ สาระสำคัญของกฎกระทรวง อาทิ

ข้อ 2 ในการประกาศกำหนดให้จัดสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมดหรือบางส่วนออกเป็นกลุ่ม ให้รัฐมนตรีคำนึงถึงจุดมุ่งหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์ ศักยภาพ และผลการดำเนินการที่ผ่านมาของสถาบันอุดมศึกษาประกอบด้วยการประกาศให้สถาบันอุดมศึกษาใดทั้งสถาบันอยู่ในกลุ่มใดตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงศักยภาพและความพร้อมของคณะวิชาทั้งหมดที่มีอยู่ในสถาบันอุดมศึกษานั้น ในกรณีที่คณะวิชาส่วนใหญ่ไม่มีศักยภาพและความพร้อมที่จะอยู่ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาซึ่งจะประกาศนั้น รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจดำเนินการตามข้อ 5 ก่อนได้ และเมื่อคณะวิชาส่วนใหญ่มีศักยภาพและความพร้อมที่จะอยู่ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษานั้น รัฐมนตรีอาจประกาศให้สถาบันอุดมศึกษานั้น ทั้งสถาบันอยู่ในกลุ่มนั้นได้ และให้ประกาศจัดกลุ่มส่วนราชการหรือกลุ่มส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษานั้นตามข้อ 5 สิ้นผลลง

ข้อ3 ให้จัดสถาบันอุดมศึกษาเป็นกลุ่ม ดังต่อไปนี้

(1) กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก

(2) กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม

(3) กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น

(4) กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา

(5) กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ

(6) กลุ่มอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

 

สรุปสาระสำคัญ

กฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 ออกตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับบทบาทและศักยภาพของแต่ละแห่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ มีอำนาจพิจารณาการจัดกลุ่ม โดยต้องคำนึงถึงจุดมุ่งหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์ ศักยภาพ และผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงความพร้อมของคณะวิชาในสถาบัน หากคณะวิชาส่วนใหญ่ยังไม่พร้อม อาจจัดกลุ่มเฉพาะบางส่วนก่อน และเมื่อมีความพร้อมจึงยกระดับเป็นทั้งสถาบันได้

การจัดกลุ่มแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ (1) กลุ่มวิจัยระดับโลก (2) กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (3) กลุ่มพัฒนาชุมชน (4) กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมตามหลักศาสนา (5) กลุ่มผลิตบุคลากรวิชาชีพเฉพาะทาง และ (6) กลุ่มอื่นตามที่กำหนด การจัดกลุ่มดังกล่าวช่วยให้การบริหารอุดมศึกษามีทิศทางชัดเจน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามบริบทที่หลากหลาย

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 เหตุผลสำคัญของการออกกฎกระทรวงนี้คือข้อใด
ก. ลดจำนวนมหาวิทยาลัย
ข. กำหนดบทบาทตามศักยภาพสถาบัน
ค. เพิ่มงบประมาณ
ง. ควบคุมหลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งจัดกลุ่มตามศักยภาพและพันธกิจ

 

ข้อ 2 ปัจจัยใด “ไม่ใช่” ที่ใช้พิจารณาจัดกลุ่ม
ก. พันธกิจ
ข. ยุทธศาสตร์
ค. รายได้ของนักศึกษา
ง. ผลการดำเนินงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: ไม่ได้ระบุรายได้เป็นเกณฑ์

 

ข้อ 3 หากคณะวิชายังไม่พร้อมควรดำเนินการอย่างไร
ก. ยุบสถาบัน
ข. จัดกลุ่มเฉพาะส่วนก่อน
ค. หยุดการเรียนการสอน
ง. เปลี่ยนผู้บริหาร
เฉลย: ข
เหตุผล: กฎหมายเปิดให้จัดเฉพาะบางส่วนได้

 

ข้อ 4 กลุ่มที่เน้นงานวิจัยระดับสากลคือข้อใด
ก. กลุ่ม 1
ข. กลุ่ม 3
ค. กลุ่ม 5
ง. กลุ่ม 6
เฉลย: ก
เหตุผล: กลุ่ม 1 คือวิจัยระดับโลก

 

ข้อ 5 กลุ่มพัฒนาชุมชนสอดคล้องกับบทบาทใดมากที่สุด
ก. การแข่งขันระดับโลก
ข. การพัฒนาเชิงพื้นที่
ค. การผลิตแพทย์
ง. การเผยแพร่ศาสนา
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นชุมชนและท้องถิ่น

 

ข้อ 6 ข้อใดสะท้อนการบริหารเชิงกลยุทธ์
ก. ใช้รูปแบบเดียวทุกสถาบัน
ข. จัดกลุ่มตามบริบท
ค. ลดการแข่งขัน
ง. จำกัดการวิจัย
เฉลย: ข
เหตุผล: ยืดหยุ่นตามศักยภาพ

 

ข้อ 7 กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมสัมพันธ์กับข้อใด
ก. วิทยาศาสตร์
ข. ศาสนา
ค. เทคโนโลยี
ง. เศรษฐกิจ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นหลักศาสนา

 

ข้อ 8 การจัดกลุ่มช่วยแก้ปัญหาใด
ก. ความเหลื่อมล้ำบทบาท
ข. จำนวนนักเรียนลด
ค. ค่าเทอมสูง
ง. ขาดอาคารเรียน
เฉลย: ก
เหตุผล: กำหนดบทบาทชัดเจน

 

ข้อ 9 กลุ่มผลิตบุคลากรเฉพาะทางเน้นอะไร
ก. วิจัยพื้นฐาน
ข. ทักษะวิชาชีพ
ค. ศาสนา
ง. นโยบายรัฐ
เฉลย: ข
เหตุผล: ผลิตแรงงานตรงสาย

 

ข้อ 10 หากสถาบันพัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้น ควรทำอย่างไร
ก. คงกลุ่มเดิม
ข. ขอปรับกลุ่มใหม่
ค. ยุบคณะ
ง. ลดหลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: กฎหมายเปิดให้ปรับตามความพร้อม

 
 

ความเห็นของผู้ชม