
บทความโดย สุรศักดิ์ แซ่ลิ้ม และวรเชษฐ แซ่เจีย
ประโยคนี้ไม่เกิดจริงเลยในโลกของระบบการศึกษา เพราะครูมีบทบาทสำคัญในฐานะหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางการเรียนรู้ของนักเรียน การเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนไม่จำเป็นว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับการสอนเพียงอย่างเดียว เพราะสวัสดิการของครูและนักเรียน โอกาสในการพัฒนาตนเอง รวมถึงประเด็นอื่นที่เกี่ยวพันกับชีวิตในโรงเรียนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ในวันนี้จึงขอพาไปดูกลุ่มครูที่ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนด้วยพลังที่มีในตัวเอง
ครูเรือนแสนคนประท้วงหยุดงานเพราะสวัสดิการครูต่ำเกินไป
สหภาพครูในประเทศอังกฤษ พร้อมด้วยตัวแทนของกลุ่มแรงงานภาครัฐ ได้รวมตัวกันนับแสนเพื่อประท้วงหยุดงานตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 6 ครั้งเพื่อเรียกร้องให้เพิ่มเงินเดือน เนื่องจากเศรษฐกิจในอังกฤษต้องเผชิญกับเงินเฟ้อที่มากกว่าร้อยละ 10 แต่รัฐบาลกลับเพิ่มเงินเดือนให้กับครูในสหราชอาณาจักร (รวมทั้งเวลส์ ไอร์แลนด์เหนือ และสก็อตแลนด์) เพียงร้อยละ 5 ทำให้สวัสดิการและคุณภาพชีวิตของครูและนักเรียนแย่ลง
อย่างไรก็ดี การประท้วงครั้งนี้ไม่ได้ทำให้การเรียนการสอนภายในประเทศหยุดชะงักเสียทีเดียว เพราะข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ อังกฤษ รายงานว่ามีเพียงร้อยละ 6-8 ของโรงเรียนทั้งหมดในประเทศอังกฤษเท่านั้นที่หยุดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งระบบ และมีโรงเรียนอีกไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งก็ยังคงทำการเรียนการสอนแบบปกติ
จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาเริ่มต้นได้ที่ตัวครู ประเด็นนี้นอกจากจะสะท้อนเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว ยังมีเรื่องของความเข้มแข็งของการรวมตัวกันของบุคลากรทางการศึกษาที่หากเข้มแข็งมากพอ ก็สามารถต่อรองกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสวัสดิภาพของตนเองได้
ครูและนักเรียนเมียนมาประท้วงไม่เข้าเรียนภายใต้ยุครัฐประหาร
เมื่อช่วงต้นปี 2021 เกิดการลุกขึ้นสู้ของครูและนักเรียนผู้เป็นตัวแทนของ “ระบบการศึกษา” ว่าจะไม่ยินยอมให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าภายใต้ยุครัฐบาลทหาร ที่เข้ามาสู่อำนาจด้วยความไม่ชอบธรรม ด้วยการหยุดระบบการศึกษาไม่ให้เดินหน้าต่อไป สิ่งนี้มองอย่างผิวเผินก็อาจเห็นได้ว่าไม่เป็นผลดีกับทั้งครูและนักเรียนเช่นกัน โดยเฉพาะผลเสียจะตกกับนักเรียนที่ต้องเสียเวลากับการประท้วงและไม่ได้รับการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น แต่แท้จริงแล้วการต้องไปโรงเรียนอย่างหวาดระแวงของทั้งครูและนักเรียนภายใต้ความไม่ปลอดภัยต่ออิสรภาพและชีวิตเช่นนี้ต่างหากที่ไม่เป็นประโยชน์กับผู้ใดเลย เพราะครูได้กลายเป็น “เครื่องจักรท่องหนังสือ” ส่วนนักเรียนก็เป็น “เครื่องจักรฟังหน้งสือ” ไปเสียแล้ว
ด้วยเหตุนี้ครูและนักเรียนจึงรวมตัวกันประท้วงไม่เข้าเรียนภายใต้รัฐบาลทหาร เพราะขืนเรียนไปก็ไม่ได้ส่งผลให้ครูมีสวัสดิภาพในการสอนและนักเรียนก็ไม่ได้เรียนในสิ่งที่ควรเรียนแต่แรก “เปิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ก็ปิดมันซะเลย” การประท้วงนี้เป็นดังเสียงสะท้อนในนามของประชาชนว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาลชุดปัจจุบัน พร้อม ๆ กับเรียกร้องให้รัฐบาลทหารออกจากอำนาจโดยเร็วเพื่อให้ประเทศสามารถเดินไปข้างหน้าเป็นเส้นทางประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง
การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็เริ่มได้จากมือเรา
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องใหญ่โตระดับเขย่าทั้งประเทศเสมอไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในเรื่องเล็ก ๆ รอบตัว นั่นคือการตระหนักและความคิดริเริ่มที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงของตัวครูเอง ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วยให้ครูมีกำลังใจที่จะลงมือทำทีละเล็กทีละน้อย และหากมองไปรอบตัว ก็อาจพบเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่มองเห็นปัญหาและพร้อมแก้ไปด้วยกัน ก็สามารถชักชวนกันมาลงมือทำ เริ่มให้การเปลี่ยนแปลงก่อตัวทีละนิดอย่างใจเย็น
เมื่อเวลาผ่านไป ท่านก็จะพบว่า การเริ่มคิดเปลี่ยนแปลงของเราในวันนั้น มีผู้คนเห็นด้วยมากมายและพร้อมที่จะร่วมมือกับเราเต็มไปหมด และเมื่อการเปลี่ยนแปลงในเป็นรูปเป็นร่าง เราจะภูมิใจในตัวเองว่าเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอันเป็นประโยชน์แก่กลุ่มเพื่อนครูและกลุ่มนักเรียนสืบต่อไป
แหล่งอ้างอิง
ที่มา ; EDUCA
บทความนี้สะท้อนบทบาทของครูในฐานะผู้มีส่วนกำหนดทิศทางการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา โดยชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดการเรียนการสอน แต่ยังรวมถึงสวัสดิการครู โอกาสพัฒนาตนเอง และคุณภาพชีวิตของครูและนักเรียนด้วย กรณีศึกษาจากประเทศอังกฤษแสดงให้เห็นการประท้วงของครูนับแสนคนที่หยุดงานเพื่อเรียกร้องค่าตอบแทนที่เหมาะสม ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูง แต่รัฐปรับขึ้นเงินเดือนต่ำ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต แม้จะมีการประท้วง แต่ระบบการศึกษายังดำเนินต่อได้บางส่วน แสดงถึงความยืดหยุ่นของระบบและพลังการรวมตัวของครู
อีกกรณีคือประเทศเมียนมา ครูและนักเรียนร่วมกันประท้วงไม่เข้าเรียนเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหาร สะท้อนว่าการศึกษาไม่สามารถดำเนินได้อย่างมีคุณภาพภายใต้ความไม่ปลอดภัยและขาดเสรีภาพ แม้จะส่งผลกระทบต่อการเรียน แต่ถือเป็นการแสดงจุดยืนทางสังคมและการเมือง
บทความสรุปว่า การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ระดับประเทศ แต่สามารถเริ่มจากครูแต่ละคนที่ตระหนักถึงปัญหา ลงมือทำเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง และร่วมมือกันจนเกิดพลังการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระบบการศึกษาได้
แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การประท้วงทำให้ระบบการศึกษาล้มเหลว
ข. ครูมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงการศึกษา
ค. รัฐต้องเพิ่มเงินเดือนครูเท่านั้น
ง. นักเรียนเป็นผู้กำหนดระบบการศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นบทบาทครูในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทั้งระดับโรงเรียนและสังคม
เหตุผลหลักของการประท้วงของครูในอังกฤษคืออะไร
ก. ต้องการหยุดระบบการศึกษา
ข. ต้องการเปลี่ยนรัฐบาล
ค. ค่าครองชีพสูงขึ้นแต่เงินเดือนเพิ่มไม่สอดคล้อง
ง. ต้องการลดจำนวนครู
เฉลย: ค
เหตุผล: เงินเฟ้อสูงแต่ค่าจ้างเพิ่มน้อย ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง
ข้อใดสะท้อน “ผลกระทบของการประท้วงในอังกฤษ” ได้ถูกต้อง
ก. โรงเรียนทั้งหมดหยุดสอน
ข. ระบบการศึกษาหยุดชะงักทั้งหมด
ค. โรงเรียนส่วนใหญ่ยังดำเนินการสอนได้
ง. ไม่มีโรงเรียนเปิดทำการ
เฉลย: ค
เหตุผล: มีเพียงบางส่วนที่หยุดเรียน ส่วนใหญ่ยังเปิดสอน
กรณีประเทศเมียนมา การประท้วงมีลักษณะอย่างไร
ก. ครูเรียกร้องโบนัส
ข. นักเรียนสอบตกจำนวนมาก
ค. ครูและนักเรียนไม่เข้าเรียนต่อต้านรัฐบาลทหาร
ง. ครูลาออกจากระบบทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการหยุดเรียนเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง
ข้อใดเป็นผลกระทบเชิงลบที่ถูกกล่าวถึงของการเรียนภายใต้รัฐบาลทหาร
ก. การเรียนมีคุณภาพสูงขึ้น
ข. ครูและนักเรียนขาดเสรีภาพ
ค. นักเรียนมีโอกาสมากขึ้น
ง. โรงเรียนได้รับงบเพิ่ม
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าขาดความปลอดภัยและอิสรภาพ
“ครูเป็นเครื่องจักรท่องหนังสือ นักเรียนเป็นเครื่องจักรฟังหนังสือ” สื่อถึงอะไร
ก. ระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
ข. การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์
ค. การเรียนแบบขาดความหมายและอิสระ
ง. การใช้เทคโนโลยีการสอน
เฉลย: ค
เหตุผล: สะท้อนการศึกษาที่ถูกควบคุมและไม่มีเสรีภาพ
แนวคิดการเปลี่ยนแปลงตามบทความควรเริ่มต้นอย่างไร
ก. รอการปฏิรูปจากรัฐ
ข. เริ่มจากครูคนเดียวที่มีอำนาจ
ค. เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ และร่วมมือกัน
ง. ต้องเปลี่ยนทั้งประเทศพร้อมกัน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการเริ่มเล็ก ๆ และขยายผลร่วมกัน
บทบาทของ “การรวมตัวของครู” ในบทความคืออะไร
ก. ทำให้โรงเรียนปิดถาวร
ข. เพิ่มอำนาจต่อรองกับรัฐ
ค. ลดคุณภาพการศึกษา
ง. ทำให้ครูลดจำนวนลง
เฉลย: ข
เหตุผล: การรวมตัวเพิ่มพลังต่อรองเชิงนโยบาย
ข้อใดเป็นการตีความเชิงบริหารที่เหมาะสมที่สุด
ก. ควรห้ามการประท้วงทุกกรณี
ข. ควรสนับสนุนการมีส่วนร่วมของครูในการกำหนดนโยบาย
ค. ควรลดบทบาทครูในระบบ
ง. ควรเน้นการควบคุมมากขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: สอดคล้องกับการมีส่วนร่วมและการพัฒนาระบบ
บทเรียนสำคัญเชิงการนำไปใช้สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาคือข้อใด
ก. มุ่งควบคุมครูให้มากที่สุด
ข. เน้นผลผลิตโดยไม่สนสวัสดิการ
ค. ส่งเสริมสวัสดิการและการมีส่วนร่วมเพื่อการเปลี่ยนแปลง
ง. ลดการสื่อสารกับครู
เฉลย: ค
เหตุผล: การพัฒนาระบบต้องคำนึงถึงคนและการมีส่วนร่วม