
เมื่อวันที่ 3 ก.พ.นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีการแต่งตั้งประธาน สมศ. และคณะกรรมการ สมศ.ชุดใหม่ รวมถึงผู้อำนวยการ สมศ. ที่ยังคงให้ น.ส.นันทา หงวนตัด รองผู้อำนวยการ สมศ. รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ สมศ. ทั้งที่มีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเสนอชื่อประธาน สมศ.ชุดใหม่ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณา เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งแล้ว แต่ไม่ทราบสาเหตุทำไมจึงยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ สมศ. ชุดใหม่ว่า ช่วงที่ผ่านมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) วิเคราะห์ความเหมาะสมเกี่ยวกับการแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน สมศ. ซึ่ง ศธ.ได้พิจารณาเห็นว่า การเสนอรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ สมศ.จำนวน 6 คน (4 ด้าน) เป็นการดำเนินการโดยชอบ ตามระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ สมศ. พ.ศ. 2561 เนื่องจากรายชื่อที่เสนอแต่งตั้ง เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ สมศ.
ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า แต่สำหรับการเสนอรายชื่อประธาน สมศ. เป็นการดำเนินการไม่ชอบ ตามข้อ 14 วรรคหนึ่ง ของระเบียบดังกล่าว เนื่องจากรายชื่อที่ สมศ.เสนอมานั้น ไม่เป็นไปตามมติคณะกรรมการ สมศ. ซึ่งแม้จะล่วงเลยเวลามานานแล้วก็ตาม แต่เมื่อการดำเนินการเสนอรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งประธาน สมศ. ไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบฯ รมว.ศึกษาธิการ จึงให้ สมศ.ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าว และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
“ผมได้ลงนามในหนังสือแจ้งเรื่องนี้ให้ สมศ.รับทราบแล้ว เพื่อให้ สมศ.ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ยืนยันว่าการแต่งตั้งไม่เกี่ยวกับการเมือง ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ก็ได้ย้ำถึงความจำเป็นของการประเมินคุณภาพภายนอก จะช่วยสะท้อนผลการพัฒนา เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทย” ปลัด ศธ. กล่าว
ที่มา ; เดลินิวส์ 3 กุมภาพันธ์ 2566
ข่าวเกี่ยวกัน
‘สมคิด’ จี้เสมา 1 ตั้งบอร์ด สมศ.ชุดใหม่ ปัดบอกไม่ได้เอี่ยวการเมือง หลังยื้อนาน 3 ปี ชี้ขัดเจตนารมณ์ กม.
“เท่าที่ทราบมีการเสนอชื่อบอร์ด สมศ.ชุดใหม่ให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุใด ส่วนจะเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่นั้น ไม่สามารถบอกได้ ขณะนี้ สมศ.ขับเคลื่อนการทำงาน โดยมีกรรมการโดยตำแหน่ง 3 ราย ประกอบด้วย ผม ในฐานะประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) รักษาการประธานบอร์ด สมศ. นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และนายรอยล จิตรดอน ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ส่วนใหญ่จะหารือร่วมกับเพียง 3 คน ข้อดีคือ ตัดสินใจรวดเร็ว ส่วนข้อเสีย มีองค์ประกอบไม่ครบ ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่สำคัญขาดที่ปรึกษา การมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้าน เพื่อมาร่วมกันคิด ให้ได้ความเห็นที่หลากหลาย” ศ.ดร.สมคิด กล่าว
ศ.ดร.สมคิดกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สมศ.ไม่มีคณะกรรมการตัวจริงทำงานมานานกว่า 3 ปี หากตั้งคณะกรรมการ สมศ.ตัวจริง เชื่อว่าจะทำให้การทำงานของ สมศ.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หากยังไม่แต่งตั้ง และทิ้งระยะเวลาไปอีก อาจส่งผลต่อการบริหารงานของ สมศ.ในระยะยาว ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีคณะกรรมการ สมศ.ตัวจริง แต่ไม่ส่งผลต่อการประเมินสถานศึกษา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามความเหมาะสม เช่น ระดับมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยเลือกว่าจะประเมินกับ สมศ.หรือเลือกหน่วยงานประเมินที่ได้มาตรฐาน ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานอุดมศึกษา (กมอ.) กำหนดก็ได้ เท่าที่ดูส่วนใหญ่ยังเชื่อถือ และเลือกประเมินกับ สมศ.ขณะที่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอาชีวศึกษา ประเมินแบบกัลยาณมิตรมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จะเปิดให้ประเมินผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันประเมินสถานศึกษาได้ครบเกือบทุกแห่งแล้ว คิดว่าภายในปีนี้จะประเมินครบทุกแห่ง
“กรณีที่เคยมีแนวคิดยุบ สมศ.เนื่องจากแต่ละแห่งมีหน่วยประเมินภายในของตัวเอง หรือให้ไปใช้หน่วยงานประเมินอื่นแทนนั้น ผลประเมินภายใน อาจไม่นำมาสู่การปรับปรุงคุณภาพการจัดการศึกษาได้อย่างแท้จริง เพราะแต่ละแห่งอาจมองไม่เห็นข้อเสียของตัวเอง ดังนั้น การมีหน่วยงาน ทำหน้าที่ประเมินภายนอก จึงเป็นสิ่งจำเป็น เป็นตัวสะท้อนคุณภาพสถานศึกษา เพื่อให้มีข้อเสนอแนะให้สถานศึกษาปรับปรุง และพัฒนาตัวเอง” ศ.ดร.สมคิด กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566
สรุปสาระสำคัญ
กรณีการแต่งตั้งประธานและคณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สะท้อนหลักการสำคัญของการบริหารการศึกษาภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครอง คือ “ความชอบด้วยกฎหมาย (Rule of Law)” และ “ธรรมาภิบาล” โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการชี้ว่า การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นไปโดยชอบตามระเบียบ พ.ศ.2561 แต่การเสนอชื่อประธาน สมศ.ไม่เป็นไปตามมติคณะกรรมการ จึงต้องให้ดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แม้จะล่วงเลยเวลามานานแล้วก็ตาม
ในเชิงวิชาการ สมศ.มีบทบาทเป็นกลไกการประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อสะท้อนผลการพัฒนาของสถานศึกษาอย่างเป็นอิสระ แตกต่างจากการประเมินภายในซึ่งอาจขาดมุมมองเชิงวิพากษ์ การไม่มีคณะกรรมการครบองค์ประกอบเป็นเวลานาน อาจกระทบประสิทธิภาพการกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย แม้การประเมินจะยังดำเนินต่อไปได้
แนวปฏิบัติทางการศึกษาที่สำคัญคือ การยึดกฎหมายเป็นฐานในการบริหาร การรักษาความเป็นอิสระของหน่วยงานประเมิน และการใช้ผลการประเมินภายนอกเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่ใช่เพียงการควบคุมหรือรายงานผลเชิงเอกสาร
ข้อสอบ
ข้อที่ 1 ประเด็นใดเป็น “หลักการทางการบริหารการศึกษา” ที่เด่นชัดที่สุดจากกรณีการแต่งตั้งบอร์ด สมศ.
ก. ความต่อเนื่องในการบริหาร
ข. ความชอบด้วยกฎหมายและธรรมาภิบาล
ค. ความรวดเร็วในการตัดสินใจ
ง. การกระจายอำนาจทางการศึกษา
ข้อที่ 2 เหตุผลเชิงวิชาการที่ “ยังจำเป็นต้องมีการประเมินคุณภาพภายนอก” มากที่สุด คือข้อใด
ก. ลดภาระงานของสถานศึกษา
ข. ใช้แทนการประเมินภายใน
ค. ทำให้เกิดมุมมองสะท้อนคุณภาพจากภายนอกอย่างเป็นอิสระ
ง. เป็นข้อกำหนดตามนโยบายรัฐบาลเท่านั้น
ข้อที่ 3 หากผู้บริหารสถานศึกษานำบทเรียนจากกรณีนี้ไปใช้ ควรยึดแนวปฏิบัติใดมากที่สุด
ก. ปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็วเป็นหลัก
ข. ดำเนินการตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยไม่ตั้งคำถาม
ค. ยึดกฎหมาย ระเบียบ และกระบวนการที่โปร่งใส
ง. เน้นผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ
ข้อที่ 4 ข้อใดเป็น “ความเสี่ยงเชิงระบบ” จากการที่ สมศ.ไม่มีคณะกรรมการครบองค์ประกอบเป็นเวลานาน
ก. การประเมินสถานศึกษาหยุดชะงักทันที
ข. ขาดความหลากหลายของมุมมองเชิงนโยบาย
ค. สถานศึกษาไม่ให้ความร่วมมือ
ง. งบประมาณไม่สามารถใช้ได้
ข้อที่ 5 แนวคิดใด “สอดคล้องกับบทบาท สมศ.ในระบบประกันคุณภาพการศึกษา” มากที่สุด
ก. เป็นหน่วยงานควบคุมและลงโทษสถานศึกษา
ข. เป็นหน่วยงานรายงานผลตามตัวชี้วัดเท่านั้น
ค. เป็นกลไกสะท้อนคุณภาพเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ง. เป็นหน่วยงานทดแทนการบริหารของสถานศึกษา
คลิกเฉลย >>>