สมาชิกเข้าสู่ระบบ

‘กนก’ ห่วงโควิดไม่จบ แนะ ศธ.วางนโยบายรับสถานการณ์วิกฤต

นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ กระทรวงศึกษาธิการประกาศเลื่อนเปิดเทอมไปเป็นวันที่ 1 มิถุนายนแล้ว ว่า คงไม่มีใครยืนยัน ได้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 จะดีขึ้นหลังวันที่ 1 มิถุนายน ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่ากระทรวงศึกษาธิการอาจจะต้องเลื่อนเปิดเทอมไปอีกหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครตอบได้ ทั้งความผันผวนของสถานการณ์ และผลกระทบต่อการเรียนการสอน

ดังนั้นประเด็นสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการต้องตระหนักคือ กระทรวงต้องบริหารจัดการแบบวิกฤต ไม่ใช่บริหารราชการแบบปกติ ซึ่งการบริหารจัดการแบบวิกฤตต้องยึดหลักสำคัญ 3 ประการ คือ

1. การจัดลำดับความสำคัญ กระทรวงต้องแยกงานประจำที่ต้องทำออกไป และคิดงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการเรียนการสอน ที่นักเรียนไม่สามารถเข้าชั้นเรียนตามปกติได้ เช่น การเรียนออนไลน์ การเรียนผ่านโทรทัศน์ การเรียนที่บ้าน การให้ครูออกไปสอนนักเรียนในชุมชน เป็นต้น

2.การโฟกัสในงาน กระทรวงจะต้องทุ่มเททรัพยากร และบุคลากรที่มีไปยังโรงเรียน เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 ได้ ข้าราชการในส่วนกลางต้องตั้งห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยโรงเรียนและครูให้สามารถจัดการเรียน การสอนได้อย่างปลอดภัย และกำกับติดตามการปฏิบัติงานของครูทุกวัน

3. ความเร็ว กระทรวง จะต้องยกเว้นกฎระเบียบและงานประจำที่ทำให้ครูปฏิบัติงานไม่ได้ออกไปก่อน ความล่าช้า 1 วันของ การแก้ปัญญหาคือการเสียโอกาสการเรียนรู้ของนักเรียนอีก 1 วัน ผมขอฝากความห่วงใยและความปรารถนาดีไปยังครูทุกคนที่กำลังทำหน้าที่การสอนเพื่อการเรียนรู้ ของนักเรียนในยามวิกฤติเช่นนี้ ขอให้กำลังใจครูและฝากความหวังและอนาคตของนักเรียนไว้กับครู รวมทั้งขอให้ครูทุกคนปลอดภัย  

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการเลื่อนเปิดเทอมเป็นวันที่ 1 มิถุนายน ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหลังวันดังกล่าว ซึ่งอาจนำไปสู่การเลื่อนเปิดเทอมซ้ำและส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนโดยรวม จึงเสนอว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องปรับการบริหารจากรูปแบบปกติไปสู่การบริหารในภาวะวิกฤต โดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ คือ ประการแรก การจัดลำดับความสำคัญ โดยแยกงานประจำออกจากงานเร่งด่วน และมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ไม่สามารถเรียนในห้องเรียนได้ เช่น การเรียนออนไลน์ การเรียนผ่านโทรทัศน์ การเรียนที่บ้าน และการสอนในชุมชน ประการที่สอง การโฟกัสทรัพยากรและบุคลากรไปยังโรงเรียนอย่างเต็มที่ พร้อมจัดกลไกส่วนกลางช่วยสนับสนุนครูและติดตามการสอนอย่างใกล้ชิด และประการที่สาม ความรวดเร็วในการตัดสินใจ โดยลดขั้นตอนและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพราะความล่าช้าเพียงหนึ่งวันหมายถึงการสูญเสียโอกาสการเรียนรู้ของนักเรียนอีกหนึ่งวัน ทั้งนี้ยังเน้นการให้กำลังใจครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์วิกฤต และย้ำถึงความปลอดภัยของครูและนักเรียนเป็นสำคัญ

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การบริหารการศึกษาต้องเป็นแบบปกติ
ข. การเลื่อนเปิดเทอมเป็นเรื่องแก้ไขไม่ได้
ค. การเรียนออนไลน์ไม่เหมาะกับนักเรียนไทย
ง. การบริหารการศึกษาในภาวะวิกฤตต้องปรับตัว
เฉลย: ก (ถูกต้อง)
เหตุผล: บทความเน้นให้เปลี่ยนจากการบริหารปกติเป็นการบริหารวิกฤต

ข้อ 2

เหตุผลสำคัญของการเลื่อนเปิดเทอมคือข้อใด
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19
ค. ครูไม่พร้อมสอน
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: บทความระบุความผันผวนของสถานการณ์โรคระบาด

ข้อ 3

ข้อใดคือหลักการ “จัดลำดับความสำคัญ”
ก. เพิ่มเอกสารราชการ
ข. ขยายงานธุรการโรงเรียน
ค. เน้นงานประจำเป็นหลัก
ง. แยกงานประจำออกจากงานเร่งด่วน
เฉลย: ค (ถูกต้อง)
เหตุผล: เน้นการแยกงานสำคัญด้านการเรียนรู้จากงานประจำ

ข้อ 4

ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ในภาวะวิกฤตคือข้อใด
ก. เพิ่มการสอบปลายภาค
ข. ลดเวลาเรียนทุกวิชา
ค. ปรับหลักสูตรใหม่ทั้งหมดทันที
ง. เรียนออนไลน์และสอนในชุมชน
เฉลย: ง (ถูกต้อง)
เหตุผล: เป็นแนวทางที่บทความเสนอโดยตรง

ข้อ 5

“การโฟกัสทรัพยากร” หมายถึงข้อใด
ก. ลดจำนวนโรงเรียน
ข. กระจายงานไปทุกหน่วยเท่าเทียม
ค. สนับสนุนโรงเรียนและครูอย่างเข้มข้น
ง. ให้โรงเรียนแก้ปัญหาเองทั้งหมด
เฉลย: ก (ถูกต้อง)
เหตุผล: เน้นการรวมทรัพยากรช่วยโรงเรียนโดยตรง

ข้อ 6

บทบาทของส่วนกลางตามบทความคือข้อใด
ก. ลดบทบาททั้งหมด
ข. ตั้งกลไกช่วยและติดตามการสอน
ค. โอนงานให้โรงเรียนทั้งหมด
ง. หยุดการสนับสนุนครู
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: ส่วนกลางต้องสนับสนุนและติดตามอย่างใกล้ชิด

ข้อ 7

เหตุผลของ “ความรวดเร็ว” ในการบริหารคือข้อใด
ก. ลดงบประมาณ
ข. เพิ่มจำนวนครู
ค. ลดการประชุม
ง. ลดการเสียโอกาสการเรียนรู้ของนักเรียน
เฉลย: ค (ถูกต้อง)
เหตุผล: ความล่าช้าทำให้นักเรียนเสียโอกาสเรียนรู้

ข้อ 8

แนวทางใดสะท้อนการบริหารวิกฤตมากที่สุด
ก. ใช้กฎระเบียบเดิมทั้งหมด
ข. เพิ่มขั้นตอนอนุมัติ
ค. ลดความยืดหยุ่นของโรงเรียน
ง. ยกเว้นกฎที่เป็นอุปสรรคต่อการสอน
เฉลย: ง (ถูกต้อง)
เหตุผล: บทความเน้นลดข้อจำกัดเพื่อความคล่องตัว

ข้อ 9

บทความให้ความสำคัญสูงสุดกับกลุ่มใด
ก. นักเรียน
ข. ผู้ปกครอง
ค. ข้าราชการส่วนกลาง
ง. ผู้บริหารกระทรวง
เฉลย: ก (ถูกต้อง)
เหตุผล: มุ่งรักษาโอกาสการเรียนรู้ของนักเรียน

ข้อ 10

ข้อใดเป็นผลกระทบหากการตัดสินใจล่าช้า
ก. ระบบดีขึ้น
ข. ครูมีเวลาพัฒนาเพิ่ม
ค. นักเรียนได้เรียนมากขึ้น
ง. นักเรียนเสียโอกาสการเรียนรู้
เฉลย: ข (ถูกต้อง)
เหตุผล: ความล่าช้าทำให้เสียโอกาสทางการเรียนรู้โดยตรง

 
 

ความเห็นของผู้ชม