สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M577_สมศ. พร้อมประเมินสถานศึกษาปี พ.ศ. 2568

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวถึงภาพรวมของการประเมินสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2567 ซึ่งทำการประเมินในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. 2567 เสร็จสิ้นแล้ว โดยสามารถประเมินคุณภาพภายนอกและรับรองผลให้แก่สถานศึกษาในระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) จำนวน 2,055 แห่ง และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 3,020 แห่ง สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ประเภทโรงเรียนนานาชาติ 20 แห่ง และด้านการอาชีวศึกษา จำนวน 44 แห่งรวมทั้งสิ้น 5,139 แห่ง ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20% โดยผลการประเมินในภาพรวมน่าพอใจ มีสถานศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานกว่า 90% 

สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สมศ. ยังคงยึดหลักการประเมินคุณภาพภายนอกตามนโยบาย “ลดภาระ เรียนดี มีความสุข” และมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลักเช่นเดิม คือ 

1.การประกันคุณภาพภายนอกเพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพ (Quality Improvement) ไม่ใช่การประเมินเพื่อตัดสินว่าผ่าน หรือ ไม่ผ่าน แต่เน้นสะท้อนภาพความเป็นจริง พร้อมให้ข้อเสนอแนะที่สอดคล้องตามบริบทของสถานศึกษา 

2.มุ่งลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดการใช้เอกสาร และงดพิธีการต้อนรับต่างๆ  

3.นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้สนับสนุนการประเมินตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อน รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมิน”  

สำหรับในปี 2568 สมศ.ตั้งเป้าจะประเมินสถานศึกษาจำนวน 15,000 แห่ง เพิ่มมากกว่าเดิม 3 เท่า เยอะที่สุดเท่าที่มี สมศ.มา เพราะปัจจุบัน สมศ.ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประเมินสถานศึกษา และผู้ประเมินจะต้องผ่านการฝึกทักษะด้าน Digital literacy โดยไปเรียนครอสออนไลน์กับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ แล้วมาทดสอบกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) 

จากนั้น สมศ.จึงจะขอผลผู้ที่ผ่านการประเมินจาก 2 หน่วยงานมาเป็นผู้ประเมินสถานศึกษา ซึ่งในปี 2568 มีผู้ที่ผ่านการทดสอบจาก 2 สถาบันและพร้อมที่จะลงพื้นที่ประเมินโรงเรียนแล้วประมาณ 4,000 กว่าคน ซึ่งเพียงพอในการประเมินโรงเรียน 15,139 แห่งแน่นอน และยังได้มีการสำรองผู้ประเมินเผื่อไว้อีก 15% ด้วย 

สำหลักเกณฑ์การประเมินสถานศึกษาใหม่นี้ค่อนข้างทันสมัยทั้งเรื่องการเรียนรู้ของผู้เรียน การนำแนวคิดโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ SLC - School as Learning Community มาใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้ห้องเรียนไม่ใช่มีครูเป็นพระเอก นางเอก แต่ห้องเรียนของเราถือว่าทุกคนมีส่วนร่วมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน ครูและเด็กต้องเคารพซึ่งกันและกัน มองว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่จุดสูงสุดได้ทั้งเด็กและคุณครู” 

นอกจากนี้ ในการประเมิน สมศ. เน้นเรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัยในสถานศึกษา เพราะเราเจอปัญหาเรื่องความปลอดภัยทั้งของเด็กและคุณครู เด็กเสียชีวิตค่อนข้างเยอะในสถานศึกษา และการบูลลี่เด็กในโรงเรียน สมศ.จึงให้โรงเรียนมีมาตรการเกี่ยวกับความเสี่ยง ความปลอดภัย มีการประเมินความเสี่ยง ดูว่าโรงเรียนมีการบริหารจัดการความเสี่ยงตามโปรเจกท์ของความเสี่ยง และเน้นว่าคุณครู และผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีความรู้เรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัย ดังนั้น การพัฒนาครูรอบนี้เราไม่สนใจว่าครูจะได้รับการพัฒนากี่ชั่วโมง แต่เราสนใจเปอร์เซ็นต์ของคุณครูและผู้บริหารที่จะผ่านครอสในเรื่องของการบริหารจัดการศึกษาเรื่องของความเสี่ยง และความปลอดภัย เราเน้น 3 ครอสนี้มาก 

เช่น หากเกิดเหตุกราดยิงตามห้างสรรพสินค้า หรือในห้องเรียน จะดูว่าโรงเรียนจะมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไร หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้วเด็กจะต้องทำอย่างไร ครูจะต้องทำยังไง ผู้ปกครองจะทำอย่างไร ซึ่งในเรื่องความปลอดภัย เราก็เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ปกครอง ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการต่างๆ รวมไปถึงมาตรการในการดูแลเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ หรือโรคระบาดต่างๆ ด้วย ว่าโรงเรียนจะมีวิธีการควบคุมดูแลอย่างไร ซึ่ง สมศ.มองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างครอบคลุม ซึ่งสถานศึกษาอาจทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่เข้มข้น ดังนั้น สมศ.จึงเข้าไปดูตรงจุดนี้เพื่อทำให้สถานศึกษาดูแลเข้มข้นขึ้น และดูแลเรื่องความปลอดภัยของอาคารสถานที่สนามเด็กเล่น เครื่องเล่นของเด็ก ดูว่ามีความปลอดภัยเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงเมนูอาหารกลางวันของเด็ก และคุณภาพของน้ำมีการตรวจคุณภาพหรือไม่ และดูว่ามีการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา และความพึ่งพอใจในเรื่องของหลักสูตร จะต้องมีการพัฒนาทุกๆ ปี จึงมีการประเมินการใช้หลักสูตรด้วย” ดร.นันทา กล่าว 

ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2567 

สรุปสาระสำคัญ 

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สรุปผลการประเมินสถานศึกษาปีงบประมาณ 2567 ครอบคลุม 5,139 แห่ง เกินเป้าหมาย 20% และกว่าร้อยละ 90 ผ่านมาตรฐาน สำหรับปี 2568 สมศ.ตั้งเป้าประเมินเพิ่มเป็น 15,000 แห่ง โดยยึดแนวทาง “ลดภาระ เรียนดี มีความสุข” เน้น 3 ด้าน คือ 1) การประเมินเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพ ไม่ตัดสินผ่าน–ไม่ผ่าน 2) ลดภาระเอกสารและพิธีการ 3) ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมิน ผู้ประเมินต้องผ่านการอบรม Digital Literacy กับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพและทดสอบกับ สทศ. ซึ่งเกณฑ์ใหม่มุ่งใช้แนวคิด “โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC)” ส่งเสริมให้ครู–นักเรียนเรียนรู้ร่วมกันอย่างเท่าเทียม พร้อมเน้นประเด็น “ความเสี่ยงและความปลอดภัยในสถานศึกษา” เช่น การป้องกันเหตุฉุกเฉิน การบูลลี่ โรคระบาด และความปลอดภัยของอาคาร–สนามเด็กเล่น โดยให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดมาตรการความปลอดภัย รวมถึงติดตามคุณภาพอาหารกลางวัน น้ำดื่ม และความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้านและยั่งยืน 

ข้อสอบ 

1.เป้าหมายหลักของ สมศ. ในการประเมินปี 2568 คือข้อใด
ก. ประเมินเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่
ข. เพิ่มจำนวนการประเมินเป็น 15,000 แห่งทั่วประเทศ
ค. ประเมินเฉพาะสถานศึกษาที่ไม่ผ่านในปี 2567
ง. ลดจำนวนผู้ประเมินลงเพื่อประหยัดงบประมาณ

2.แนวทาง “ลดภาระ เรียนดี มีความสุข” ของ สมศ. มุ่งเน้นข้อใดมากที่สุด
ก. การใช้เอกสารหลักฐานจำนวนมาก
ข. การตัดสินผ่านหรือไม่ผ่าน
ค. การประเมินเพื่อพัฒนาและลดภาระครู
ง. การเพิ่มรอบการประเมินในแต่ละปี

3.แนวคิด SLC (School as Learning Community) เน้นสิ่งใด
ก. ครูเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
ข. นักเรียนเรียนตามแบบท่องจำ
ค. ครูและนักเรียนเรียนรู้ร่วมกันในชั้นเรียน
ง. การเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น

 

4.สมศ.ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียนในด้านใดบ้าง
ก. เฉพาะการป้องกันโรคระบาด
ข. ความปลอดภัยของอาคาร สนามเด็กเล่น และเมนูอาหารกลางวัน
ค. การประเมินเฉพาะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ง. การจัดกิจกรรมสันทนาการ

คลิกเฉลย >>>