
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การเกิดวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ไปทั่วโลกนี้ หนึ่งในปัญหาที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงอยู่บ่อยๆ นั่นคือ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ ซึ่ง “วิกฤตโควิด” เป็นตัวกระตุ้นให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทว่า ก็เพราะวิกฤตนี้เช่นกัน ที่ทำให้หลายฝ่ายหันกลับมาทบทวนวิธีการพัฒนาทุนมนุษย์ ที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองปัญหาการขาดแคลนแรงงานมีทักษะอย่างได้ผล
ด้วยความตระหนักในปัญหาที่กล่าวมา พร้อมชี้แนะถึงทางออกจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีประสิทธิภาพ สุพริศร์ สุวรรณิก นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้เขียนบทความเรื่อง “การพัฒนา “ทุนมนุษย์” ด้วย Mentorship Program” ขึ้น เพื่ออธิบายถึงอีกหนึ่งวิธีดีๆ ในการเสริมสร้างทุนมนุษย์ พัฒนาทักษะ อันจะสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ สังคม และองค์กรได้ต่อไปอย่างมหาศาลอย่าง Mentorship Program นั่นเอง
รับรู้ความสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ ปัจจัยหลักสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจและสังคมไทย
คุณสุพริศร์ ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ ซึ่งเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เกริ่นถึงความสำคัญของทุนมนุษย์ที่จะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นของบทความ
Adam Smith บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์และบุคคลสำคัญของโลก ได้เคยกล่าวไว้ในหนังสือ “The Wealth of Nations” อันโด่งดัง ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1776 ว่า นอกเหนือไปจากปัจจัย เช่น อาคาร เครื่องจักร ที่ดิน แล้ว ปัจจัยการผลิตสำคัญของเศรษฐกิจที่ขาดไม่ได้เลยคือแรงงาน
ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า แรงงาน มีความหมายที่กว้างขวางไปกว่าการเป็นเพียงกำลังทางกายภาพ แต่แรงงานคือ “ทุนมนุษย์” (human capital) ที่รวมคุณสมบัติสำคัญอื่นๆ ที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าต่อเศรษฐกิจ สังคมและองค์กรด้วย
โดย Lynda Gratton และ Sumantra Ghoshal นักวิชาการจาก London Business School ได้ให้ความหมายซึ่งผู้เขียนคิดว่าครบถ้วนเป็นอย่างดีว่า ทุนมนุษย์ คือส่วนผสมสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
· ทุนทางปัญญา (intellectual capital) อาทิ ความรู้ความสามารถในการเรียนรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทักษประสบการณ์ที่คนสะสมไว้ รวมทั้งความรู้ที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคล (tacit knowledge)
· ทุนทางสังคม (social capital) อาทิ เครือข่ายความสัมพันธ์
· ทุนทางอารมณ์ (emotional capital) คือ คุณลักษณะต่างๆ เช่น ความมีศักดิ์ศรี (integrity) การทนทานต่อความเปลี่ยนแปลง (resilience)
ทุนมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการเพิ่มผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจและสังคม การลงทุนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของคน จึงเป็นการเพิ่มความมั่งคั่งให้กับประเทศในทางหนึ่งด้วยผลิตภาพของการทำงาน (productivity) ที่สูงขึ้น จากการสะสมความรู้ประสบการณ์ เครือข่าย และคุณลักษณะที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน
ดังนั้น นอกจากการลงทุนในการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเต็มรูปแบบ เช่น การเรียนในชั้นเรียน การฝึกอบรมทักษะเฉพาะอย่างตามเส้นทางอาชีพแล้ว การลงทุนผ่านการศึกษาที่ไม่ได้จำกัดอยู่ในรูปแบบ เช่น การถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ที่สะสมไว้ในตัวโดยเฉพาะ tacit knowledge จากผู้มีประสบการณ์และความรู้มากกว่า รวมถึงการถ่ายทอดคุณลักษณะที่เอื้อให้เกิดผลที่ดีต่อสังคมส่วนรวม ย่อมสร้างคนให้เป็น “ทุนมนุษย์” ที่มีคุณค่า อันจะสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ สังคม และองค์กรได้ต่อไปอย่างมหาศาล
แล้ว Mentorship Program การพัฒนาทุนมนุษย์ มีบทบาทในการสร้างคนอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร?
จากนั้น ประเด็นต่อมา ที่บทความนี้ตั้งใจอธิบายถึง คือ การแนะนำให้รู้จัก Mentorship Program ซึ่งเป็นวิธี การพัฒนาทุนมนุษย์ ที่ใช้ต้นทุนไม่มากและเป็นอีกหนึ่งแนวคิดในการใช้ทรัพยากรบุคคลได้อย่างคุ้มค่าด้วย โดยผู้เขียนได้บอกเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า
หนึ่งในกระบวนการสร้างทุนมนุษย์ที่ไม่ได้จำกัดเป็นการศึกษาที่อยู่ในรูปแบบ คือ “Mentorship Program” ซึ่งผู้เขียนโชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมและสัมผัสประสบการณ์โดยตรงในทั้ง 3 บทบาท คือ การเป็น mentor (หรือภาษาไทยคือพี่เลี้ยง) mentee (น้องเลี้ยง) และ organizing committee (ผู้จัด) วันนี้จึงมาชวนท่านผู้อ่านทำความรู้จักโปรแกรมนี้กันครับ”
Mentorship program คือ กระบวนการเสริมสร้างปัญญาด้วยการสร้างมุมมองสะท้อนย้อนคิด (reflection) และการถ่ายทอดความรู้ แนวคิด มุมมอง ทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ที่สะสมมาและมีคุณค่าจากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์สูงกว่า (mentor) ให้แก่ผู้ที่มีน้อยกว่า (mentee) ซึ่ง mentee ถือเป็นศูนย์กลางของกระบวนการเรียนรู้นี้โดยส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแบบไม่เป็นทางการ แต่จัดให้มีช่วงเวลาพบเจอเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ (mentoring session) เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เช่น 1 ครั้งต่อเดือน ซึ่งช่วยให้ mentee ได้เรียนรู้โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องงาน แต่รวมถึงการใช้ชีวิต วิธีคิด จนบางครั้งอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติของเป้าหมายชีวิตหรือทางเลือกในการจัดการกับปัญหาที่หลากหลายขึ้น โดยสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในระดับองค์กร สังคมหรือประเทศ
ทั้งนี้ กระบวนการ mentoring เป็นทั้งการ coaching คือการรับฟังอย่างลึกซึ้ง (deep listening) และการตั้งคำถามชวนคิดอันทรงพลัง ผนวกกับการให้คำแนะนำ (advising) ที่กลั่นกรองจากประสบการณ์ของ mentor เพื่อให้ mentee สามารถนำไปประยุกต์เพื่อประกอบการตัดสินใจในชีวิตของตนเองได้
Mentorship Program กับการนำไปปรับใช้จริงในบริบทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ในบริบทสากล mentorship program เป็นแนวคิดที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่งตลอดจนมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกสำหรับประเทศไทย mentorship program ได้เริ่มเข้ามาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในระดับมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 นั่นคือ โครงการ ChAMP (Chulalongkorn Alumni Mentorship Program) ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มี mentor เป็นศิษย์เก่า และ mentee เป็นนิสิตปัจจุบันไม่จำกัดคณะ โดยดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วกว่า 10 ปีจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ แนวคิดเริ่มขยายไปสู่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย เช่น ธรรมศาสตร์ (โครงการ TBS-AIM) เกษตรศาสตร์ (โครงการ KAMP-Engineering)
Mentorship program ยังมีให้เห็นในระดับประเทศอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น โครงการ IMET MAX ของมูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (IMET) ที่ดำเนินการมาแล้ว 3 รุ่น โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ (mentee) ได้เรียนรู้ พัฒนา และสามารถประยุกต์คุณค่าที่ได้รับจากผู้บริหารระดับสูง (mentor) ซึ่งเป็นที่ยอมรับและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบทบาทหน้าที่ของตนเอง และต่อผู้อื่น (Wisdom for life and social values) โดย mentor ของโปรแกรมนี้จะมีลักษณะเป็นที่ปรึกษาหรือคู่คิดที่ช่วยสร้างกระบวนการ reflection เพื่อกระตุก mentee ให้ทบทวน วิเคราะห์ปัญหาของตนเองได้ชัดเจนขึ้น และอาจแบ่งปันประสบการณ์หรือยกตัวอย่างการแก้ไขปัญหาของ mentor ให้ mentee ทราบเพื่อนำไปประยุกต์กับการตัดสินใจใดๆ ของตนด้วย นอกจากนี้ mentorship program ยังมีให้เห็นในระดับองค์กรของรัฐและเอกชน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีโปรแกรมให้ผู้บริหารและพนักงานเป็น mentor และ mentee ได้เรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกัน ในตอนท้ายของบทความ ผู้เขียนบทความได้สรุปว่า “จากหลักฐานความสำเร็จที่ปรากฏ โดยเฉพาะจากโปรแกรมต่างๆ ที่ดำเนินมาแล้วในหลายประเทศรวมทั้งไทย ผู้เขียนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า แนวคิดการพัฒนาทุนมนุษย์ด้วยการเรียนรู้แบบ mentorship จะแพร่หลายต่อเนื่อง และช่วยสร้างกำลังแรงงานให้เป็นทุนมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีคุณค่า สร้างมูลค่าเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศและโลกต่อไปครับ” ที่มา ; SALIKA
บทความชี้ให้เห็นว่า วิกฤตโควิด-19 ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะยิ่งรุนแรงขึ้น ส่งผลให้หลายฝ่ายหันมาทบทวนแนวทางพัฒนาทุนมนุษย์อย่างจริงจัง โดย “ทุนมนุษย์” เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงแรงงานทางกาย แต่รวมถึงความรู้ ทักษะ เครือข่าย และคุณลักษณะทางอารมณ์ ซึ่งประกอบด้วย 3 มิติ ได้แก่ ทุนทางปัญญา ทุนทางสังคม และทุนทางอารมณ์ การลงทุนพัฒนาคนจึงช่วยเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจ
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ Mentorship Program ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้มีความรู้ (mentor) สู่ผู้เรียนรู้ (mentee) โดยเน้นการสะท้อนคิด การตั้งคำถาม และการให้คำแนะนำ ทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะ การตัดสินใจ และมุมมองชีวิตได้อย่างรอบด้าน ทั้งในด้านงานและชีวิตส่วนตัว
Mentorship Program มีลักษณะยืดหยุ่น ไม่เป็นทางการ และต้นทุนต่ำ สามารถนำไปใช้ได้ในหลายระดับ เช่น มหาวิทยาลัย องค์กร และระดับประเทศ โดยในไทยมีการดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ChAMP และ IMET MAX ซึ่งช่วยสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ
โดยสรุป Mentorship Program เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะได้อย่างยั่งยืน
ข้อใดอธิบาย “ทุนมนุษย์” ได้ครบถ้วนที่สุด
ก. แรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง
ข. ความรู้และประสบการณ์ในการทำงาน
ค. ความรู้ ทักษะ เครือข่าย และคุณลักษณะส่วนบุคคล
ง. การศึกษาในระบบโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ครอบคลุมทั้งทุนทางปัญญา สังคม และอารมณ์
ปัจจัยใด “ไม่ใช่” องค์ประกอบของทุนมนุษย์
ก. ทุนทางปัญญา
ข. ทุนทางสังคม
ค. ทุนทางอารมณ์
ง. ทุนทางกายภาพ
เฉลย: ง
เหตุผล: ทุนทางกายภาพไม่ใช่องค์ประกอบของทุนมนุษย์
Mentorship Program เน้นกระบวนการใดมากที่สุด
ก. การบรรยายเนื้อหา
ข. การสะท้อนคิดและถ่ายทอดประสบการณ์
ค. การสอบวัดผล
ง. การฝึกปฏิบัติเชิงเทคนิค
เฉลย: ข
เหตุผล: จุดเด่นคือ reflection และการถ่ายทอด tacit knowledge
บทบาทของ mentor ที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ผู้สั่งการ
ข. ผู้ประเมินผล
ค. ผู้ให้คำปรึกษาและตั้งคำถาม
ง. ผู้ควบคุมการเรียนรู้
เฉลย: ค
เหตุผล: mentor ทำหน้าที่โค้ชและที่ปรึกษา
หากองค์กรต้องการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะ ควรเลือกแนวทางใด
ก. เพิ่มจำนวนพนักงาน
ข. ลงทุนเครื่องจักร
ค. ใช้ Mentorship Program
ง. ลดภาระงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยพัฒนาทักษะและทุนมนุษย์โดยตรง
ข้อใดสะท้อน “ทุนทางอารมณ์”
ก. ความรู้เฉพาะทาง
ข. เครือข่ายความสัมพันธ์
ค. ความสามารถในการปรับตัว
ง. ทักษะการใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ค
เหตุผล: resilience เป็นทุนทางอารมณ์
จุดเด่นของ Mentorship Program คืออะไร
ก. ใช้งบประมาณสูง
ข. เป็นทางการมาก
ค. ยืดหยุ่นและต้นทุนต่ำ
ง. ใช้เวลาสั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นรูปแบบไม่เป็นทางการและคุ้มค่า
หาก mentee ต้องการพัฒนาการตัดสินใจ ควรเน้นสิ่งใด
ก. ท่องจำเนื้อหา
ข. รับฟังคำสั่ง
ค. วิเคราะห์และสะท้อนคิด
ง. ทำแบบฝึกหัดซ้ำ
เฉลย: ค
เหตุผล: reflection ช่วยพัฒนาการคิดเชิงลึก
การนำ Mentorship ไปใช้ในโรงเรียนควรเริ่มจากข้อใด
ก. จัดสอบแข่งขัน
ข. จัดคู่ครูพี่เลี้ยง-ครูใหม่
ค. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ง. ใช้เทคโนโลยีแทนครู
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นรูปแบบที่สอดคล้องแนวคิด mentorship
ผลลัพธ์ระยะยาวของ Mentorship Program คือข้อใด
ก. ลดจำนวนแรงงาน
ข. เพิ่มต้นทุนองค์กร
ค. สร้างทุนมนุษย์คุณภาพ
ง. ลดความรู้เฉพาะทาง
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยเพิ่มคุณภาพแรงงานและมูลค่าเศรษฐกิจ