สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M364_กศน.เร่งถกกฤษฎีการองรับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้

นายวัลลพ สงวนนาม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ในวาระ 2 และ 3 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอแล้ว โดยร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … มีทั้งหมด 31 มาตรา มีสาระสำคัญ เช่น ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 โดยในมาตรา 24 ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้เปลี่ยนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นกรมใน ศธ.ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ ศธ.และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรี และปลัด ศธ. 

ขณะนี้ กศน.อยู่ระหว่างเตรียมการรองรับการประกาศใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … โดยจะเตรียมปรับปรุงกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง รวม 13 ฉบับ และในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ กศน.จะประชุมร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ มาวิเคราะห์ว่า กศน.ควรจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องต่อไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดหากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ คือโครงสร้าง เพราะเดิมบทบาทของ กศน.เป็นเพียงสำนักงาน แต่จะเปลี่ยนเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งทำให้โครงสร้างใหญ่ขึ้น แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะพูดคุยกันมาโดยตลอด” นายวัลลพกล่าว 

นายวัลลพกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ย้ำว่าหลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้บุคลากรทางการศึกษาในสังกัด กศน.ต้องปรับตัว เปลี่ยนแนวความคิด และบทบาทของตนเองให้เป็นผู้ให้ทางการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะย้ำกับบุคลากร กศน.ว่าต่อไปนอกจากจะมีหน้าที่จัดการศึกษาแล้ว ยังมีหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกเรื่อง เพื่อให้คนได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนของ กศน.มีสื่อที่หลากหลายเข้ามาช่วย ทำให้ผู้เรียนเรียนได้ทุกที่ อีกทั้ง กศน.มีเจ้าหน้าที่แทรกซึมไปในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ กศน.จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้ประชาชน เชื่อว่ามีจุดแข็ง และสามารถทำงานต่อได้ทันที 

มติชนออนไลน์ วันที่ 14 ธันวาคม 2565 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อรรถพล”เตรียมประชุมศธภ.ศธจ.ให้เข้าใจบทบาทหลังกมธ.วิสามัญฯมีมติไปใช้ร่างรัฐบาล 

หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….ที่มี ดร.ตวง อันทไชย สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธาน ได้พิจารณาทบทวน ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ในมาตรา 3 โดยให้กลับไปใช้ร่างเดิมของรัฐบาล คือ ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542(2) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 (3) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 (4) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 (5) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสภาการศึกษา คณะกรรมการสภาการศึกษา สำนักงาน เลขาธิการสภาการศึกษา และเลขาธิการสภาการศึกษา บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือที่ขัด หรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน นั้น 

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า  เมื่อไม่มีการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 5 ฉบับ  เท่ากับว่า ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค ก็ยังมีอยู่ แต่เนื่องจากเรื่องการบริหารงานบุคคลในภูมิภาคจะต้องโอนไปให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาม พ.ร.บ.แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ตนจึงแต่งตั้ง ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อเชิญศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด มาพูดคุยเรื่องระบบโครงสร้าง การทำงาน และภารกิจ ของศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัดให้ชัดเจน โดยเฉพาะศึกษาธิการภาคที่ภารกิจยังไม่ชัดเจนจนถูกมองว่าไม่จำเป็น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดกรอบหน้าที่และภาระงานให้ชัดเจน 

ผมแต่งตั้งคณะทำงานเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งคณะทำงานมีเวลา 30 วันในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอให้รมว.ศึกษาธิการพิจารณา ซึ่งถ้า รมว.ศึกษาธิการ เห็นความชัดเจนและความจำเป็นก็จะพิจารณาแต่งตั้งศึกษาธิการภาคให้ครบตามจำนวน 12 ภาคต่อไป อย่างไรก็ตามในระหว่างที่คณะทำงานกำหนดกรอบภารกิจของศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด นั้น เราจะต้องวางตัวศึกษาธิการจังหวัดให้เหมาะสมกับพื้นที่ด้วย เพราะบางคนภูมิลำเนาอยู่ทางภาคอีสานแต่ต้องไปอยู่ทางภาคเหนือ ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ขณะที่บางคนก็ไม่เหมาะสมกับพื้นที่เลย อย่างไรก็ตามการโยกย้ายศึกษาธิการจังหวัดจะพิจารณาตามความเหมาะสมโดยเปิดให้แจ้งความประสงค์ขอย้าย ไม่บังคับ”ปลัด ศธ.กล่าวและว่า ส่วนการขอแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ…. ฉบับที่ผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ในมาตรา ที่ยังเป็นปัญหา เช่น มาตรา 8 เป้าหมายของการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามช่วงวัย 7 ช่วงวัย  ในทางปฏิบัติจะมีข้อกังวลในหรือไม่  มาตรา 13 การจัดการศึกษาโดยครอบครัว ให้สามารถดำเนินการได้ เพียงแจ้งกระทรวงศึกษาธิการทราบ จะส่งผลกระทบในการปฏิบัติหรือไม่อย่างไร หรือ มาตรา 41 ที่ไม่ได้ระบุเรื่องวิทยฐานะของบุคลากรทางการศึกษาอื่น จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่อย่างไร เป็นต้น นั้น เรื่องนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แจ้งมาแล้วว่าให้ไปชี้แจงในขั้นกรรมาธิการวิสามัญฯได้เลย 

ที่มา ; focusnews

หวั่น ‘ยุบสภา’ ทำให้ร่างกฎหมายการศึกษา-กยศ.แท้ง

ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ ประเทศไทย (ส.น.อ.) จัดประชุมขับเคลื่อนบูรณาการการศึกษาเอกชนนอกระบบ สู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งในที่ประชุมได้หารือในหลายประเด็น เช่น ร่วมกันพิจารณาว่าร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะส่งผลกระทบกับการศึกษาเอกชนนอกระบบอย่างไร และร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งร่าง พ.ร.บ.กยศ.ฉบับใหม่ ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ให้ผู้เรียนโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ที่ต้องการฝึกอาชีพระยะสั้น สามารถกู้ยืมเงิน กยศ.ได้ด้วย ถือเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้น สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาตนเอง 

โรงเรียนเอกชนกังวลว่า ขณะนี้ภาวะทางการเมืองมีความไม่แน่นอน หากยุบสภาก่อนร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับคลอดไม่ทัน โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.กยศ.ที่การศึกษาเอกชนนอกระบบกังวลอย่างมาก เนื่องจากอาจจะพิจารณาเสร็จไม่ทันรัฐบาลนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้เรียนการศึกษานอกระบบจำนวนมาก ที่จะเสียโอกาสในการเรียน” ดร.ศุภเสกฐ์ กล่าว 

ดร.ศุภเสฏฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ในวาระ 2 และ 3 หาก พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลต่อการจัดการศึกษาเอกชนนอกระบบด้วย ทั้งนี้ โรงเรียนเอกชนนอกระบบ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอีกครั้ง ว่าการศึกษานอกระบบ จะสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างไร ทั้งนี้ อยากเสนอให้รัฐบาลตั้งงบประมาณมอบคูปองให้คนไทยทุกคน โดยอาจจะสนับสนุนคูปองคนละ 500 บาท ให้ประชาชนมาเรียนการศึกษานอกระบบ เพื่ออัพสกิล หรือรีสกิล ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเรียนรู้ตลอดชีวิตอีกทางหนึ่ง 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการหามาตรการควบคุมโรงเรียนนอกระบบเถื่อน ที่ปัจจุบันมีจำนวนมาก ว่ามีระเบียบอะไรที่ยังล้าหลังอยู่ และควรปรับระเบียบเหล่านั้นอย่างไร เพื่อให้โรงเรียนนอกระบบที่ยังไม่ได้จดทะเบียน เข้ามาจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งจะทำให้ สช.สามารถควบคุมคุณภาพโรงเรียนนอกระบบเหล่านี้ได้ อีกทั้ง ควรจะต้องรวบรวมข้อมูลโรงเรียนนอกระบบทั้งหมดเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยให้ สช.ตรวจสอบโรงเรียนง่ายขึ้น ทั้งนี้ ยังหารือเรื่องภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ที่โรงเรียนเอกชนนอกระบบบางประเภทยังไม่ได้รับการยกเว้นภาษี และในปี 2566 ทราบว่ากระทรวงมหาดไทย (มท.) จะปรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนในระบบ และนอกระบบอย่างมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจ และเห็นใจให้ยกเว้น หรือลดภาษีให้โรงเรียนเอกชนใน และนอกระบบ” ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว 

มติชนออนไลน์ วันที่ 15 ธันวาคม 2565  

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างและแนวคิดการจัดการศึกษาของประเทศ ภายใต้บริบทการปฏิรูปกฎหมายการศึกษา โดยรัฐสภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ซึ่งยกเลิก พ.ร.บ.กศน. พ.ศ.2551 และยกระดับ กศน.จาก “สำนักงาน” เป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” มีฐานะเป็นนิติบุคคลในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ส่งผลให้บทบาทจากการ “จัดการศึกษา” ขยายสู่การ “ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกพื้นที่และทุกช่วงวัย หลักการสำคัญคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ 

ขณะเดียวกัน การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สะท้อนความท้าทายด้านโครงสร้างการบริหาร การกระจายอำนาจ บทบาทศึกษาธิการภาค/จังหวัด สมรรถนะผู้เรียนตามช่วงวัย การศึกษาทางเลือก และสถานภาพบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงความกังวลจากภาคเอกชนนอกระบบต่อความไม่แน่นอนทางการเมือง งบประมาณ และการกำกับคุณภาพ แนวปฏิบัติสำคัญจึงเน้นการปรับบทบาทบุคลากร การใช้สื่อและเทคโนโลยี การกำหนดภารกิจให้ชัดเจน และการสร้างกลไกสนับสนุนให้ประชาชนเรียนรู้ได้จริงและต่อเนื่อง 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 การยกระดับ กศน.เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีนัยสำคัญต่อการบริหารการศึกษาอย่างไร
ก. เพิ่มอำนาจการจัดการเรียนการสอนในระบบเท่านั้น
ข. เปลี่ยนบทบาทจากผู้จัดการศึกษาเป็นผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. ลดความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น
ง. มุ่งเน้นการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลัก

ข้อ 2 ข้อใดสะท้อน “หลักการ” สำคัญของร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ มากที่สุด
ก. การรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง
ข. การแข่งขันระหว่างหน่วยงานการศึกษา
ค. การเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกช่วงวัย
ง. การลดบทบาทบุคลากรทางการศึกษา

ข้อ 3 หากผู้บริหารสถานศึกษาจะนำแนวคิดจากบทความไปใช้ ควรดำเนินการใดก่อน
ก. ปรับหลักสูตรให้เหมือนกันทุกพื้นที่
ข. รอคำสั่งส่วนกลางก่อนดำเนินการ
ค. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่
ง. ลดการใช้สื่อเทคโนโลยี

ข้อ 4 ประเด็นใดเป็น “ความท้าทายเชิงนโยบาย” ที่อาจกระทบการปฏิบัติจริง
ก. การมีเจ้าหน้าที่ครอบคลุมทุกตำบล
ข. ความหลากหลายของสื่อการเรียนรู้
ค. ความไม่ชัดเจนของบทบาทโครงสร้างและบุคลากร
ง. การสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ข้อ 5 ข้อเสนอ “คูปองการเรียนรู้” สะท้อนแนวคิดใดทางการศึกษา
ก. การควบคุมคุณภาพโดยรัฐ
ข. การลงทุนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ตลอดชีวิต
ค. การลดบทบาทเอกชน
ง. การจัดการศึกษาแบบบังคับ

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 อยากทราบจำนวนตำแหน่งงานในหน่วยงานของจังหวัด อำเภอ ตำบลว่าจะได้เพิ่ม เท่าเดิมหรือลดลงครับท่าน
 3/21/2023 11:19:37 AM |  นายดำรงค์ จุฬาลักษณ์สิริ
 แสดงความคิดเห็น