
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาจั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ศึกษาแนวทางการให้นักเรียนจบการศึกษาในปีการศึกษา 2563 นั้น เรื่องดังกล่าวถือเป็นอำนาจของโรงเรียนในการดำเนินการ อีกทั้งวิธีการประเมินเพื่อจบการศึกษา สพฐ.ก็ไม่ได้มีการกำหนดว่าจะต้องเป็นไปในรูปแบบการทดสอบ หรือวิธีใด ซึ่งโรงเรียนสามารถใช้ดุลยพินิจในการบริหารจัดการได้เองตามบริบทของแต่ละโรงเรียน
ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าแต่ละโรงเรียนจะมีการปล่อยเกรด หรือไม่ อย่างไรนั้น ตนมองว่าขณะนี้เราต้องเชื่อว่า ครูทุกคนทำหน้าที่สอนเด็กเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และหากครูเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว และผลิตคนที่ไม่มีคุณภาพออกมา ถือว่าเป็นเรื่องที่แย่มาก อีกทั้งผู้ปกครองเองก็คงไม่ยอมให้เกิดการดำเนินการในลักษณะนั้น
“อย่างไรก็ตาม การประเมินผลแนวใหม่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ระลอกใหม่ ผมคิดว่าต้องให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ไม่ใช่ให้ครู หรือโรงเรียนเป็นผู้ประเมินฝ่ายเดียว ซึ่งปัจจุบันนี้ สพฐ.ได้ให้อำนาจโรงเรียนในการตัดสินใจผลการเรียนอย่างเต็มที่ โดยการประเมินเพื่อจบการศึกษา จะประเมินด้วยเวลาเรียน ทั้งนี้การที่เด็กไม่ได้มาโรงเรียนไม่ได้หมายความว่า เด็กหยุดเรียน เพราะแม้ว่าจะเรียนออนไลน์ สพฐ.ก็นับเวลาเรียน คะแนนสะสม และการทดสอบปลายภาคเรียนการศึกษาที่ไม่ได้มีการบังคับรูปแบบ”เลขาฯ กพฐ.กล่าว
ที่มา ; ไทยโพสต์ 14 มกราคม พ.ศ. 2564
สรุปสาระสำคัญ
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานระบุว่า การพิจารณาให้นักเรียนจบการศึกษาในปีการศึกษา 2563 เป็นอำนาจของโรงเรียน โดย สพฐ.ไม่ได้กำหนดรูปแบบการประเมินตายตัว โรงเรียนสามารถใช้ดุลยพินิจให้เหมาะสมกับบริบทของตนได้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อรูปแบบการเรียนรู้ ทั้งนี้ ความกังวลเรื่องการปล่อยเกรดควรตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นในวิชาชีพครูที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ หากมีการดำเนินการที่ไม่เหมาะสมย่อมส่งผลเสียต่อคุณภาพผู้เรียนและไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง
แนวคิดการประเมินผลรูปแบบใหม่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ไม่ใช่ให้โรงเรียนหรือครูเป็นผู้ประเมินฝ่ายเดียว อีกทั้งยังคงให้อำนาจโรงเรียนในการตัดสินผลการเรียนอย่างเต็มที่ โดยใช้เกณฑ์เวลาเรียน คะแนนสะสม และการประเมินปลายภาค ซึ่งไม่ได้บังคับรูปแบบตายตัว แม้ผู้เรียนไม่ได้มาโรงเรียนก็ยังถือว่าเรียน หากมีการเรียนออนไลน์ที่สามารถนับเวลาเรียนได้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนการกระจายอำนาจทางการศึกษา ความยืดหยุ่นในการบริหาร และการปรับตัวให้สอดคล้องกับวิกฤต เพื่อคงคุณภาพและความเป็นธรรมในการประเมินผู้เรียน
ข้อ 1 แนวคิดสำคัญของนโยบายนี้คือข้อใด
ก. รวมศูนย์อำนาจการประเมิน
ข. ให้โรงเรียนมีอิสระตามบริบท
ค. บังคับใช้ข้อสอบมาตรฐานเดียว
ง. ลดบทบาทครูในการประเมิน
ข้อ 2 หากโรงเรียนต้องออกแบบการประเมิน ควรยึดหลักใดมากที่สุด
ก. ความสะดวกของครู
ข. มาตรฐานเดียวทุกโรงเรียน
ค. บริบทและความเป็นธรรม
ง. ความพึงพอใจของผู้เรียน
ข้อ 3 การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองมีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ลดภาระครู
ข. เพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่น
ค. ควบคุมโรงเรียน
ง. แทนครูในการประเมิน
ข้อ 4 หากนักเรียนเรียนออนไลน์ โรงเรียนควรดำเนินการอย่างไร
ก. ไม่นับเวลาเรียน
ข. นับเฉพาะคะแนนสอบ
ค. นับเวลาเรียนและประเมินตามหลักเกณฑ์
ง. ให้สอบใหม่ทั้งหมด
ข้อ 5 ความกังวลเรื่อง “ปล่อยเกรด” สะท้อนประเด็นใด
ก. ความล้มเหลวของผู้เรียน
ข. จริยธรรมวิชาชีพครู
ค. ความผิดของผู้ปกครอง
ง. นโยบายไม่ชัดเจน
ข้อ 6 ผู้บริหารควรแก้ปัญหาความแตกต่างของการประเมินระหว่างครูอย่างไร
ก. ให้ครูตัดสินใจอิสระทั้งหมด
ข. กำหนดแนวปฏิบัติร่วมภายในโรงเรียน
ค. ยกเลิกการประเมิน
ง. ใช้ข้อสอบกลางเท่านั้น
ข้อ 7 ข้อใดสะท้อนการบริหารเชิงยืดหยุ่น
ก. บังคับสอบปลายภาคแบบเดียว
ข. ปรับวิธีประเมินตามสถานการณ์
ค. ใช้เกณฑ์เดิมทุกกรณี
ง. ลดจำนวนผู้เรียน
ข้อ 8 หากผู้ปกครองไม่เชื่อมั่นผลการประเมิน ควรทำอย่างไร
ก. เพิกเฉย
ข. เปิดช่องทางสื่อสารและชี้แจง
ค. เปลี่ยนเกรดทันที
ง. ยกเลิกผลการเรียน
ข้อ 9 หลักการสำคัญของการประเมินในสถานการณ์วิกฤตคืออะไร
ก. ความเข้มงวดสูงสุด
ข. ความยืดหยุ่นและเป็นธรรม
ค. ความรวดเร็ว
ง. ความง่าย
ข้อ 10 หากโรงเรียนขาดระบบติดตามเวลาเรียนออนไลน์ ควรทำอย่างไร
ก. ไม่นับเวลาเรียน
ข. พัฒนาระบบติดตามและหลักฐานการเรียนรู้
ค. ให้ผ่านทุกคน
ง. เพิ่มการสอบ
คลิกเฉลย >>>