สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M510_ก.ค.ศ.ถกแนวทางความก้าวหน้าวิชาชีพศึกษานิเทศก์

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อศึกษาสภาพอัตรากำลังและความก้าวหน้าทางวิชาชีพของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้รับมอบนโยบายจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ในการศึกษาสภาพอัตรากำลังและความก้าวหน้าทางวิชาชีพของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัด ศธ. ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญในบทบาทของผู้เป็นศึกษานิเทศก์ ซึ่งในปัจจุบันบริบทที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาได้เปลี่ยนแปลงไปผู้ที่จะเข้ามาเป็นศึกษานิเทศก์มีจำนวนลดลงอย่างมาก ส่งผลต่อการสนับสนุนการพัฒนาวิชาการในสถานศึกษาในภาพรวมทุกสังกัด รวมถึงมีการตั้งคำถามถึงบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงและความก้าวหน้าในวิชาชีพศึกษานิเทศก์ ทั้งหมดนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา 

เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็น สะท้อนปัญหาจากการปฏิบัติงานของศึกษานิเทศก์แต่ละส่วนราชการ และรับฟังข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ต้องการให้สำนักงาน ก.ค.ศ. หรือส่วนราชการดำเนินการแก้ไข โดยโจทย์หลักที่นำมาพูดคุยกันในวันนี้ ประกอบด้วย 4 สำคัญ ได้แก่ ภาพอนาคตของศึกษานิเทศก์ควรจะเป็นไปในทิศทางแบบใด สภาพปัญหาที่พบเจอในการปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่ต้องการปรับปรุง และแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้นำความคิดเห็นและข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ และนำไปหารือในที่ประชุม ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณาและนำไปสู่การปรับแก้กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ส่งเสริมความก้าวหน้าในการประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ และเป็นการกระตุ้นให้ผู้ที่สนใจเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ศึกษานิเทศก์มากขึ้น เพราะตำแหน่งดังกล่าวมีบทบาทที่สำคัญสำหรับการศึกษาไทย เปรียบเสมือนที่ปรึกษาด้านวิชาการและการจัดการเรียนการสอนให้แก่ครูทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียน เพื่อให้เกิดคุณภาพทางการศึกษาภาพรวมต่อไป 

ก.ค.ศ. ถกวางแนวทางความก้าวหน้าวิชาชีพศึกษานิเทศก์ หนุนนโยบาย "เพิ่มพูน" ห่วงอัตรากำลังลดลง ชี้บทบาทศึกษานิเทศก์มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

ที่มา ; เดลินิวส์ 5 มีนาคม2567

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ. แจง 4 ข้อ ทำไม ‘ศึกษานิเทศก์’ ไม่มีคนสนใจ หลังหลายเขตพื้นที่ไร้ผู้สมัคร 

จากกรณี เพจ  “ครูวันดีโพสต์ข้อความระบุว่า ยอดสมัคร ศน. หลายเขต ไร้ผู้สมัคร #สะท้อนปัญหาอะไร” หลังจากโพสต์ไปไม่นาน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาดังกล่าว จำนวนมากนั้น

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม  นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ว่า นกลุ่มศึกษานิเทศก์ วิเคราะห์ว่าการที่มีผู้มาสมัครน้อย น่าจะมาจากสาเหตุ

1. ความก้าวหน้าทางวิชาชีพศึกษานิเทศก์ ที่มีการปรับเปลี่ยน ตามเกณฑ์ ว PA ที่ไม่สามารถนับเวลาต่อเนื่องจากครูได้ ต้องเริ่มนับใหม่ เมื่อมาเป็นศึกษานิเทศก์

2. ศึกษานิเทศก์มีภาระงานอื่นๆ มากกว่าภารกิจตามมาตรฐานตำแหน่ง เช่น การเก็บข้อมูล การรายงานต่างๆ การทำผลงานเพื่อรองรับการประเมินสัมฤทธิผลและ PA ของผู้บริหารการศึกษา

3.ครูบางส่วนมีมุมมอง และทัศนคติ ว่า ศึกษานิเทศก์มีภาระงานหนัก มากกว่าการเป็นครู ศึกษานิเทศก์ไม่มีวันหยุด /ปิดเทอม และไม่มีความก้าวหน้าในการเปลี่ยนสายงาน รวมทั้งมาตรฐานของผลงานที่ เสนอขอมี/เลื่อนวิทยฐานะ ที่สูงขึ้น มีมาตรฐานที่สูงกว่า และซับซ้อนในเนื้องานที่เสนอขอฯ

4. คุณสมบัติในการขอใบประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ สูงกว่าทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น ต้องใช้วุฒิ ปริญญาโท ทางการศึกษาเท่านั้น 

ในส่วนนี้ ทางผู้บังคับบัญชาทุกระดับเล็งเห็นความสำคัญของศึกษานิเทศก์ที่เป็นบุคลากรสำคัญของการขับเคลื่อนคุณภาพตามยโยบายของท่าน รมว.ศธ. ในทุกด้าน ซึ่ง สพฐ. โดยท่านเลขาธิการ กพฐ. ว่าที่ ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รวมถึง ก.ค.ศ. และทุกภาคส่วนกำลังดำเนินการเพื่อให้ศึกษานิเทศก์มีขวัญและกำลังใจ มีเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพตามลำดับ อีกทั้งยังมีการเตรียมการปรับบทบาทของศึกษานิเทศก์ให้ชัดเจนและตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับพื้นที่ต่อไป

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 20 มีนาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน 

คอมเมนต์สนั่น! เพจดังถามสะท้อนปัญหาอะไร? หลายเขตพื้นที่ฯ ไร้คนสมัคร ‘ศึกษานิเทศก์’ 

ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับสมัคร การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2567โดย

·      ประกาศรับสมัครคัดเลือกระหว่างวันที่ 14 – 20 มีนาคม โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ 

·      กลั่นกรองความเหมาะสม ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 

·      ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกที่ผ่านการคัดกรองความเหมาะสมเบื้องต้น ภายในวันที่ 26 มีนาคม

·      ประเมินผลงาน ระหว่างวันที่ 27 – 29 มีนาคม 

·      ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 2 เมษายน 

·      ประกาศผลคัดเลือก ภายในวันที่ 11 เมษายนนั้น 

สำหรับตำแหน่งศึกษานิเทศก์นั้น ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติ คือ จะต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตร 30 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2547 

ทั้งนี้ ต้องมีคณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามาตรฐานตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ดังนี้

1.มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์

2.ดำรง หรือ เคยดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1.ตำแหน่งครู ที่มีวิทยาฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการ และ 2.ตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า 

ซึ่งวันนี้ (20 มีนาคม) ถือเป็นวันสุดท้ายของการสมัคร กลับพบว่า หลายเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ไม่มีผู้เข้ามาสมัครในตำแหน่งนี้เลย 

จนล่าสุดทางเพจ “ครูวันดีโพสต์ข้อความระบุว่า

ยอดสมัคร ศน. หลายเขต ไร้ผู้สมัคร #สะท้อนปัญหาอะไร” 

หลังจากโพสต์ไปไม่นาน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาดังกล่าว จำนวนมาก เช่น

·      ภาระการทำงานเครียดเกินไป ความก้าวหน้าน้อย การพัฒนางานต้องผูกติดกับผู้บริหาร ครู และบุคลากรอื่น ถ้าเจอผู้บริหารและครูที่มีอุดมการณ์ไปในทิศทางเดียวกันเหมือนกับถูกล็อตเตอรี่ แต่มันไม่มาด้วยกันสักที” 

·      ตอนแรกมีความคิดที่อยากจะเป็น ศน. เมื่อพบเจอเหตุการณ์ซ้ำไปซ้ำมาที่ทำให้คิด เป็นครูได้ใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาเด็ก พัฒนาตัวเอง อย่างแท้จริงมากกว่าค่ะ”

·      สังคมยุคใหม่แล้วครับต้องมาสอนหนังสือพัฒนานักเรียนและหน้าที่อื่นภายในโรงเรียนฯลฯ..ครับ”

·      มีเพื่อนเชียร์ให้ไปสมัครสอบ ศน. เราก็เกิดคำถามว่า ครู กับ ศน. ใครมีความสุขกว่ากัน?”

·      เดินทางบ่อย อบรมบ่อย คงเหนื่อยครับ”

·      เป็นครูอยู่กับเด็กมีความสุขแล้วค่ะ ถ้าไม่เจอเพื่อนร่วมงานแย่ๆยิ่งมีความสุขค่ะ”

·      ด้วยความเคารพครับ ศน.ตัวสรรหางานนอกเลย”

·      งานมันล้นมือค่ะ”

·      งานเหนื่อย”

·      สะท้อนว่าไม่ต้องมี ศน.ก็ได้”

·      ตำแหน่งที่เพิ่มภาระให้ครู แค่ได้ยินก็เบื่อหน่ายแล้วครับ จะไปเป็นให้คนเขาเบื่อทำ” 

ผิดถูกอย่าว่ากันขออนุญาตวิเคราะห์ในฐานะที่มีความใกล้ชิดและผูกพันกับศึกษานิเทศก์ครับ

1 ต้องจบปริญญาโท

2 ต้องมีใบประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ อันนี้ยาก

3 ไม่มีปิดเทอม

4 สมรรถนะสูง บางคนไม่เคยไปกรุงเทพฯแต่ต้องไปอบรมกรุงเทพฯคนเดียวเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ต้องขึ้นรถขึ้นเครื่องบินต่อรถเพื่อไปหาโรงแรมให้เจอ ครูไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับในการเปลี่ยนแปลงและถ้าหากไม่ใช่กรุงเทพฯเป็นจังหวัดอื่นเช่นชลบุรีฉะเชิงเทราเชียงใหม่หรือจังหวัดอื่นๆที่จะต้องเดินทางตามลำพังอันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

5 จะต้องเป็นคนบุคลิกดีและมีความมั่นใจ มีทักษะที่พูดเพราะจะต้องเป็นทั้งพิธีกรและวิทยากรต้องพูดต่อหน้าผู้บังคับบัญชาและ  ผอโรงเรียนรวมถึงคณะครูที่มาร่วมจัดอบรมต่อหน้าคน 200-300 คนตรงนี้ครูบางคนแค่พูดหน้าเสาธงนักเรียนไม่ถึงร้อยยังสั่นในบางครา

6 เป็นครูสบายกว่า จะทำงานใดๆมีตัวอย่างงานหลากหลายกว่า ง่ายในการหาตัวอย่าง

7 เป็นครูเลิกงานเป็นเวลาถึงเวลาก็เลิก ครับ

8 หากไม่มีศึกษานิเทศก์ก็จะไม่มีบุคลากรที่มาเชื่อมและขับเคลื่อนนโยบายจากหน่วยงานต้นสังกัด ในทุกระดับ

9 สพฐ กคศ. กระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ไม่ใช่ทางตันแต่คือความท้าทายในการแก้ปัญหาในครั้งนี้

สรุป เหนื่อยลำบากยุ่งยากหน้างานกว้างกว่าเป็นครูเยอะครับ 

มติชนออนไลน์ วันที่ 20 มีนาคม 2567 

สรุปสาระสำคัญ 

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อศึกษาสภาพอัตรากำลังและความก้าวหน้าทางวิชาชีพของศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามนโยบาย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เนื่องจากมีจำนวนผู้สนใจสมัครเป็นศึกษานิเทศก์ลดลง ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการในสถานศึกษา จึงได้หารือแนวทางแก้ปัญหา 4 ด้าน ได้แก่ ภาพอนาคต บทบาท หน้าที่ ปัญหา และการปรับเกณฑ์กฎระเบียบ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความก้าวหน้าในวิชาชีพ สาเหตุหลักที่ทำให้ศึกษานิเทศก์ขาดความนิยม ได้แก่ เกณฑ์ ว.PA ที่ไม่ต่อเนื่องจากสายครู ภาระงานนอกภารกิจหลัก ทัศนคติว่าทำงานหนัก ไม่มีวันหยุด และคุณสมบัติสูง เช่น ต้องจบปริญญาโทและมีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะ ทั้งนี้ สพฐ. และ ก.ค.ศ. อยู่ระหว่างทบทวนบทบาทและแนวทางพัฒนาเพื่อให้ตำแหน่งศึกษานิเทศก์กลับมามีเสน่ห์ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน 

ข้อสอบ

 1.จากบทความ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้สมัครศึกษานิเทศก์มีจำนวนน้อยที่สุดคือข้อใด
ก. การแข่งขันสูงและขาดงบประมาณสนับสนุน
ข. คุณสมบัติและภาระงานของตำแหน่งสูงและหนักเกินไป
ค. การขาดแผนการอบรมพัฒนาศึกษานิเทศก์
ง. ระบบการคัดเลือกไม่มีความโปร่งใส

2.แนวทางที่ ก.ค.ศ. ควรดำเนินการ “ตรงตามหลักการบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์” มากที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มเงินเดือนเฉพาะผู้ผ่านการประเมิน
ข. ปรับบทบาท ศน. ให้เชื่อมโยงการพัฒนาครูและนโยบาย
ค. เพิ่มการประเมินผลงานรายปีอย่างเข้มงวด
ง. ยุบรวมตำแหน่ง ศน. กับครูเพื่อประหยัดงบประมาณ

3.หากคุณเป็นผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา จะใช้วิธีใดเพื่อ “สร้างแรงจูงใจ” ให้ครูสมัครเป็นศึกษานิเทศก์มากขึ้น
ก. เพิ่มภาระงานในโรงเรียนเพื่อผลักดันให้เปลี่ยนสายงาน
ข. มอบหมายให้ครูที่มีประสบการณ์ทำหน้าที่นิเทศโดยไม่เพิ่มค่าตอบแทน
ค. จัดโครงการเตรียมความพร้อมและให้เส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ
ง. กำหนดให้ศึกษานิเทศก์ต้องปฏิบัติงานในโรงเรียนแทนครู

 4.จากข้อมูลในข่าว บทบาทของศึกษานิเทศก์ที่สำคัญที่สุดต่อระบบการศึกษาไทยคือข้อใด
ก. การบริหารงบประมาณและงานธุรการ
ข. การให้คำปรึกษาด้านวิชาการและจัดการเรียนการสอนแก่ครู
ค. การจัดอบรมผู้บริหารสถานศึกษา
ง. การเป็นผู้ตรวจสอบและรายงานผล

 5.การที่หลายเขตพื้นที่ไม่มีผู้สมัครเป็นศึกษานิเทศก์ สะท้อนปัญหาการบริหารในระดับใดมากที่สุด
ก. ปัญหาการบริหารงบประมาณของส่วนกลาง
ข. ปัญหาการบริหารทรัพยากรบุคคลและแรงจูงใจในระบบราชการ
ค. ปัญหาการกำกับติดตามผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
ง. ปัญหาความขัดแย้งระหว่างครูกับผู้บริหารสถานศึกษา

คลิกเฉลย >>>