สมาชิกเข้าสู่ระบบ

แนวคิดการศึกษาที่คิดเพื่อคนรุ่นใหม่

“การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางการศึกษา สำหรับผมคือ Passion เพราะการศึกษาเปรียบเหมือนต้นน้ำของการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม สร้างองค์ความรู้ ที่จะต่อยอดให้กับเด็กรุ่นใหม่ไปสู่ธุรกิจและความเป็นไปได้ต่างๆ ในระดับประเทศและระดับโลก” วิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่วัย 30 ปี ที่ชื่อ “ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์” ที่วันนี้นั่งในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 

สำหรับการเป็นผู้นำรุ่นใหม่ “ภูรัตน์” บอกว่าตนเองมีประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยมาแล้ว 6-7 ปี ในฐานะรองอธิการบดีสายการคลังและกลยุทธ์  การที่ได้เข้ามาในตำแหน่งอธิการบดีทำให้สามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการเป็นผู้นำอายุน้อยในองค์กรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง “มหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ถือเป็นความสนุกและท้าทาย ประกอบกับส่วนตัวเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจปัญหา ความต้องการ และชุดความคิดของเด็กรุ่นใหม่ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร และชุดความคิดหลายอย่างในมหาวิทยาลัยไปแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ในความสนุกย่อมมีความท้าทาย โดยเฉพาะความท้าทายในการบริหารมหาวิทยาลัยในยุคปัจจุบัน ผู้นำองค์กรเจนใหม่อย่าง “ภูรัตน์” กล่าวว่า ความท้าทายมีหลายเรื่อง เพราะโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก หากองค์กรการศึกษาไม่สามารถปรับตัวให้ทันโลกได้ จะไม่สามารถสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วได้ ยกตัวอย่างบริษัทที่เข้ามาครองโลก เข้ามาครองนิ้วโป้งของหลายๆ คน อาทิ Meta Google Amazon และ Netflix ปัจจัยที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ คือเรื่องของกระบวนการยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และสร้างประสบการณ์กับผู้ใช้ ที่ทำให้พอเราเข้าไปใช้บริการผลิตภัณฑ์ของเขาแล้ว เราไม่อยากออกจากตรงนั้น ถ้าเรานำกรอบการทำงานแบบนี้มาประยุกต์กับการศึกษาก็จะเกิดลักษณะของ “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และการสร้างประสบการณ์กับผู้เรียน” ที่ตนเชื่อว่ามหาวิทยาลัยหรือองค์กรการศึกษายุคนี้ต้องทำให้ได้ 

อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชื่อด้วยว่าสิ่งเหล่านี้มีความเชื่อมโยงไปถึงความสนใจของคน ซึ่งความสนใจต่อการลงมือทำอะไรบางอย่างเป็นเรื่องสำคัญ นี่จึงเป็นภารกิจของตนในการผลักดัน “มหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ด้วยพันธมิตรระดับประเทศและระดับโลกของทางมหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งเราอยากปลูกฝังให้เกิดระบบการเรียนรู้ที่เริ่มจากความสนใจของเด็ก พอทำตรงนี้ได้ก็จะเป็นเหมือนเชื้อเพลิงให้คนคนหนึ่ง โดยที่เราบ่มเพาะชุดทักษะทางความคิดให้เขาได้ดีเอ็นเอหลักของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ชูความเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ โดยที่ความคิดสร้างสรรค์ในสมัยนี้อาจไม่ใช่แค่การคิดนอกกรอบ เนื่องจากโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น อีกโจทย์ที่ทางมหาวิทยาลัยต้องทำคือการที่เราต้องจับกรอบนั้นให้ติด เพื่อที่จะสอนให้เด็กคิดนอกกรอบที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันให้ได้ จึงจะเกิดเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง 

ภูรัตน์ บอกด้วยว่า ตนมีความสนใจเรื่องของการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม เพราะทั้งเรื่องธุรกิจ การศึกษา การลงทุน การสร้างผลิตภัณฑ์ รวมถึงศิลปะร่วมสมัย ปัจจัยที่มีความเชื่อมโยงกันก็คือการสร้างให้เกิดคุณค่า ให้มีมูลค่า ดังนั้น ภาพในอนาคตของ “มหาวิทยาลัยกรุงเทพ” คือ การมุ่งสู่การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของอาเซียน มีความโดดเด่นทั้งทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะในการสร้างธุรกิจและทักษะในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สามารถสร้างบัณฑิต และสร้างความเชื่อมั่นเด็กไทยรุ่นใหม่มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จในแบบตนเอง มีความตั้งใจว่า “มหาวิทยาลัยกรุงเทพ” จะเป็นผู้นำระดับภูมิภาคได้ไม่ช้าก็เร็ว 

ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 17 พฤษภาคม 2567

สรุปสาระสำคัญ 

บทความนำเสนอวิสัยทัศน์ของ “ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่มองการศึกษาเป็น “ต้นน้ำของการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม” โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการพัฒนาความรู้ ทักษะ และโอกาสทางธุรกิจในระดับประเทศและระดับโลก เขามีประสบการณ์บริหารในมหาวิทยาลัยหลายปีในสายงานการคลังและกลยุทธ์ ทำให้สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

ในฐานะผู้นำรุ่นใหม่ เขาเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาส โดยเฉพาะการบริหารสถาบันการศึกษาในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หากองค์กรไม่ปรับตัวจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมได้ เขานำแนวคิดจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Meta, Google, Amazon และ Netflix มาประยุกต์ใช้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้

แนวทางสำคัญคือการเริ่มจาก “ความสนใจของผู้เรียน” เพื่อสร้างแรงจูงใจและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ที่ปรับตัวตามโลกยุคใหม่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพจึงมุ่งพัฒนาเป็นสถาบันชั้นนำของอาเซียน เน้นทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ และเทคโนโลยี เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพและแข่งขันได้ในระดับสากล อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับการศึกษาไทยสู่ความเป็นผู้นำภูมิภาคอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดสำคัญของบทความนี้คือข้อใด
ก. การลดจำนวนมหาวิทยาลัย
ข. การใช้เทคโนโลยีแทนครูทั้งหมด
ค. การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางการศึกษา
ง. การเน้นสอบแข่งขันเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้น “การศึกษาเป็นต้นน้ำของการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม”

 

ข้อ 2

บทบาทสำคัญของผู้บริหารในบทความคือข้อใด
ก. รักษาระบบเดิมไม่ให้เปลี่ยน
ข. ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กร
ค. ลดการใช้เทคโนโลยี
ง. เน้นงานเอกสารเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้บริหารต้องผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้ทันโลก

 

ข้อ 3

เหตุผลที่องค์กรการศึกษาต้องปรับตัวคืออะไร
ก. เพื่อเพิ่มจำนวนครู
ข. เพื่อให้แข่งขันด้านกีฬา
ค. เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและอุตสาหกรรม
ง. เพื่อเพิ่มงบประมาณ
เฉลย: ค
เหตุผล: โลกและอุตสาหกรรมเปลี่ยนเร็ว ต้องปรับตัวตาม

 

ข้อ 4

แนวคิด “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” หมายถึงข้อใด
ก. ครูเป็นผู้กำหนดทั้งหมด
ข. เน้นความต้องการและประสบการณ์ผู้เรียน
ค. ลดการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
ง. ใช้ข้อสอบเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นประสบการณ์และผู้เรียนเป็นตัวตั้ง

 

ข้อ 5

บริษัทเทคโนโลยีถูกนำมาใช้เป็นตัวอย่างเพราะอะไร
ก. มีงบประมาณสูง
ข. ใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและสร้างประสบการณ์
ค. มีครูมาก
ง. ไม่เปลี่ยนแปลงระบบ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้น user experience และการออกแบบบริการ

 

ข้อ 6

จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ตามบทความคืออะไร
ก. การสอบ
ข. ความสนใจของผู้เรียน
ค. การสั่งของครู
ง. การท่องจำ
เฉลย: ข
เหตุผล: เริ่มจาก interest-based learning

 

ข้อ 7

มหาวิทยาลัยกรุงเทพมุ่งเน้นพัฒนาด้านใด
ก. กีฬาและดนตรีเท่านั้น
ข. ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจ และเทคโนโลยี
ค. การสอบแข่งขัน
ง. การลดจำนวนนักศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้น 3 ทักษะหลักในอนาคต

 

ข้อ 8

ความท้าทายสำคัญของผู้นำการศึกษาคืออะไร
ก. งบประมาณไม่พอ
ข. โลกเปลี่ยนเร็ว
ค. นักเรียนไม่สอบ
ง. ไม่มีอาคารเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของโลก

 

ข้อ 9

เป้าหมายระยะยาวของมหาวิทยาลัยคืออะไร
ก. เป็นมหาวิทยาลัยเล็ก
ข. เป็นผู้นำระดับอาเซียน
ค. ลดจำนวนนักศึกษา
ง. ปิดหลักสูตรใหม่
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งเป็นสถาบันชั้นนำภูมิภาค

 

ข้อ 10

พันธมิตรทางการศึกษามีบทบาทอย่างไร
ก. ลดคุณภาพการศึกษา
ข. เพิ่มความร่วมมือและศักยภาพการแข่งขัน
ค. ลดนักศึกษา
ง. จำกัดเทคโนโลยี

เฉลย: ข
เหตุผล: ความร่วมมือช่วยเพิ่มขีดความสามารถระดับสากล