สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M203_การจัดการศึกษาในรูปแบบออนไลน์

รมว.ศธ. “ตรีนุช เทียนทอง” ตอบกระทู้ถามในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ของนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดกระบี่ เรื่อง การจัดการศึกษาในรูปแบบออนไลน์ 

ข้าพเจ้า นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดังนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

กระทรวงศึกษาธิการ ขอเรียนว่า ได้มีนโยบายให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้ 

คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อคน ในภาคการศึกษาที่ 1/2564 ให้แก่นักเรียนระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ระดับอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง รวมถึงการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งให้สถานศึกษาดำเนินการจ่ายเงินโดยตรงให้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง ในรูปแบบของเงินสด หรือบัญชีธนาคารแล้วแต่กรณี 

ลดช่องว่างการเรียนรู้ (Learning Gaps) และลดผลกระทบด้านความรู้ที่ขาดหายไป (Learning Loss)  โดยให้สถานศึกษาสามารถถัวจ่ายเงินที่ได้รับจัดสรรตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใน 5 รายการ ได้แก่ ค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปีการศึกษา 2564 พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนรู้และแก้ปัญหาความปลอดภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงจัดทำสื่ออุปกรณ์การเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมจำนวน 34,887 แห่ง

นอกจากนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้สถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด ดำเนินการจัดการเรียนการสอนใน 4 รูปแบบ ได้แก่
          1. การเรียนการสอนผ่านทีวี (ON-AIR) โดยการจัดการเรียนรู้จาก DLTV ผ่านจานดาวเทียม ระบบเคเบิลทีวี (Cable TV) และระบบ IPTV
          2. การเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต (ONLINE) ผ่านทางระบบ Video Conference ระบบอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน และระบบอื่น
          3. การเรียนการสอนแบบ ON-DEMAND ผ่านทางเว็บไซต์ DLTV (www.dltv.ac.th) ช่อง Youtube (DLTV Channel 1-15) และแอปพลิเคชัน DLTV บนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยนักเรียนสามารถศึกษาย้อนหลังเพื่อทำความเข้าใจในบทเรียนเพิ่มเติมได้
          4. การเรียนการสอนแบบ ON-HAND สำหรับนักเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยให้นำหนังสือ แบบฝึกหัด ใบงาน ไปเรียนรู้ที่บ้านภายใต้ความช่วยเหลือของผู้ปกครอง

ในกรณีที่สถานศึกษาอยู่นอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด ให้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามปกติ (ON-SITE) โดยจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จังหวัดอย่างเคร่งครัด และให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการควบคุม กำกับ ติดตามให้ความสะดวกแก่สถานศึกษา ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสมและบริบทของพื้นที่ได้ โดยนักเรียนและผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องหาซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม

สำหรับโรงเรียนเอกชน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ ดังนี้
          1. จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน “ฝ่าวิกฤตโควิด 19” และให้บริการสายด่วน 1693 เพื่อรองรับการตอบข้อซักถาม และให้ข้อมูลต่าง ๆ
          2. จัดทำแนวทางการจัดการศึกษาร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงกำชับโรงเรียนให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ
          3. จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการศึกษาออนไลน์กับบริษัทพันธมิตร จำนวน 22 ราย ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ของศูนย์การเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล หรือ ODLC (OPEC Digital Learning Center) ที่ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
          4. มีหนังสือถึงผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจการจัดการเรียนการสอนระหว่างปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ การคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น พร้อมทั้งแจ้งให้โรงเรียนมิต้องจัดการเรียนการสอนเฉพาะทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว หากแต่สามารถบริหารจัดการเรียนการสอนได้ตามบริบทและความเหมาะสมกับนักเรียน
          5. มีหนังสือถึงผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชน ซักซ้อมแนวทางการด าเนินงานและการบริหารงบประมาณเงินอุดหนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้โรงเรียนสามารถนำเงินอุดหนุนค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไปใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนตามความจำเป็นได้ รวมถึงเป็นค่าอินเทอร์เน็ตในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ครู นักเรียน หรือจัดหาอินเทอร์เน็ตซิมการ์ด ชั่วโมงอินเทอร์เน็ต หรือการเช่าซื้อจัดหาซอฟต์แวร์สำหรับการสื่อสารทางไกลเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนออนไลน์ได้

ในส่วนของอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้จัดทำประกาศ เรื่อง แนวทางการจัดการเรียนรู้อาชีวศึกษา ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และจัดทำแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยได้กำหนดรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย เพื่อปรับให้เหมาะสมกับผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา ซึ่งในกรณีที่ผู้เรียนไม่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ หรือขาดแคลนอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ ให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนโดยการให้นักเรียน นักศึกษานำใบความรู้ ใบกิจกรรม ใบงาน หรือการบ้านที่ครูมอบหมายไปศึกษาที่บ้าน
 

แผนงาน หรือแนวทางเพื่อให้มีการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่ายของเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการด้านการศึกษา และการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ หรือมีการประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้มีแนวทางในการให้ประชาชนได้เข้าถึงการใช้งานระบบเครือข่ายไร้สายที่มีประสิทธิภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของประชาชนที่ต้องประสบปัญหาในการเข้าถึงระบบเครือข่ายของเทคโนโลยีสารสนเทศ 

กระทรวงศึกษาธิการ ขอเรียนว่า ได้มีนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ให้แก่นักเรียนที่มีความจำเป็นต้องเรียนออนไลน์ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2564 จนถึง 15 ตุลาคม 2564 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองและสนับสนุนให้นักเรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ใน 2 รูปแบบ ดังนี้ 

การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Broadband) โดยให้ใช้งานได้ไม่จำกัด สำหรับแอปพลิเคชันเพื่อการเรียน ได้แก่ Microsoft Teams, Google Meet, Zoom, Cisco Meeting, Webex และ Line Chat อีกทั้งสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมได้อีก 2 GB

สนับสนุนค่าอินเทอร์เน็ตบ้านสำหรับการเรียน (Fixed Broadband) เดือนละ 79 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จำนวน 2 รอบบิล

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดสรรค่าเช่าใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้กับโรงเรียนทุกแห่งในสังกัด เพื่อจัดการเรียนการสอนและการบริหารภายในโรงเรียน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้กำหนดเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณค่าเช่าใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต ดังนี้
          – โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 120 คน ได้รับจัดสรรงบประมาณโรงเรียนละ 1,300 บาท ต่อเดือน
          – โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 121 – 300 คน ได้รับจัดสรรงบประมาณโรงเรียนละ 2,000 บาท ต่อเดือน
          – โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 301 – 500 คน ได้รับจัดสรรงบประมาณโรงเรียนละ 3,900 บาท ต่อเดือน
          – โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 501 – 2,000 คน ได้รับจัดสรรงบประมาณโรงเรียนละ 5,000 บาท ต่อเดือน
          – โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 2,001 คนขึ้นไป ได้รับจัดสรรงบประมาณโรงเรียนละ 6,000 บาท ต่อเดือน
          – ศูนย์บริหารการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) ได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมโรงเรียนละ 650 บาท ต่อเดือน
 

ที่มา ; ราชกิจจานุเบกษา 

สรุปสาระสำคัญ

 

บทความกล่าวถึงคำชี้แจงของน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อกระทู้ถามเกี่ยวกับการจัดการศึกษาออนไลน์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายและมาตรการหลายด้านเพื่อบรรเทาผลกระทบและลดปัญหาการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss และ Learning Gaps) คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา คนละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา พร้อมเปิดโอกาสให้สถานศึกษาบริหารจัดการงบรายหัวอย่างยืดหยุ่นใน 5 รายการหลัก เพื่อรองรับการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤต
สพฐ.กำหนดรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 รูปแบบ ได้แก่ ON-AIR, ONLINE, ON-DEMAND และ ON-HAND เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทและความพร้อมของผู้เรียน ส่วนพื้นที่ที่ปลอดภัยสามารถจัดการเรียนแบบ ON-SITE ภายใต้การกำกับของ ศบค. สำหรับโรงเรียนเอกชนและอาชีวศึกษา มีแนวทางเฉพาะ ทั้งการจัดศูนย์ช่วยเหลือ การทำความร่วมมือด้านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการบริหารงบอุดหนุนอย่างยืดหยุ่น
นอกจากนี้ ศธ.ได้ร่วมกับ กสทช. สนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรีทั้งแบบ Mobile และ Fixed Broadband รวมถึงจัดสรรงบค่าอินเทอร์เน็ตให้โรงเรียนตามขนาด เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการเรียนออนไลน์อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง
 

ข้อสอบ

 

ข้อ 1 มาตรการช่วยเหลือ 2,000 บาทต่อคน มีเป้าหมายสำคัญที่สุดในข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ให้ครู
ข. ลดภาระค่าใช้จ่ายและรักษาความต่อเนื่องทางการเรียน
ค. ทดแทนค่าอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
ง. ส่งเสริมการแข่งขันทางการศึกษา

 

ข้อ 2 รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านอุปกรณ์มากที่สุดคือข้อใด
ก. ON-LINE
ข. ON-DEMAND
ค. ON-AIR
ง. ON-HAND

 

 

ข้อ 3 การให้สถานศึกษาถัวจ่ายงบประมาณใน 5 รายการหลัก สะท้อนหลักการใดมากที่สุด
ก. การควบคุมจากส่วนกลาง
ข. ความคุ้มค่าทางงบประมาณ
ค. ความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ
ง. การลดบทบาทสถานศึกษา

 

ข้อ 4 บทบาทของความร่วมมือกับ กสทช. มีผลเชิงนโยบายอย่างไร
ก. เพิ่มรายได้รัฐ
ข. แก้ปัญหาครูขาดแคลน
ค. ลดช่องว่างการเข้าถึงการเรียนออนไลน์
ง. ทดแทนการเรียนแบบ ON-SITE

 

ข้อ 5 หากผู้บริหารสถานศึกษาจะนำนโยบายนี้ไปใช้ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ควรดำเนินการใด
ก. ใช้รูปแบบออนไลน์เพียงรูปแบบเดียว
ข. รอคำสั่งจากส่วนกลางเท่านั้น
ค. เลือกรูปแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องบริบทผู้เรียน
ง. ลดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้งหมด

คลิกเฉลย >>> 

ความเห็นของผู้ชม