
นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2563 - 2565) ไปสู่การปฏิบัติ โดยมีนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัด ศธ. นายธีรพงษ์ สารแสน รองปลัด ศธ. และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ
รัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาปฐมวัย เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ให้สมวัย จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2563 - 2565 ขึ้น เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาจัดการศึกษาปฐมวัยตามบทบาทภารกิจการดำเนินงาน 2 ส่วน คือ
1) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาปฐมวัยของหน่วยงานในสังกัด ศธ.
2) สนับสนุนการจัดการศึกษาปฐมวัยของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย องค์กร หรือหน่วยงานนอกสังกัด ศธ.
สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการจัดการศึกษาปฐมวัยของ ศธ. มีหลักการ คือ
1) ยึด “เด็กเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” โดยจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีความสุข สอดคล้องกับการทำงานของสมองผ่านการเล่นการลงมือทำกิจกรมและกิจวัตรประจำวันอย่างมีความสุข ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นปลอดภัยเพื่อให้เด็กปฐมวัยทุกคนมีพัฒนาการที่ดีรอบด้านทั้งร่งกายจิตใจวินัยอารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้สมกับวัย อย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และต่อเนื่อง
2) ยึด “การถ่ายทอดเป้าหมายการพัฒนาจากยุทธศาสตร์ชาติสู่กระทรวงและระดับพื้นที่” โดยนำเป้าหมายการพัฒนาของยุทธศาสตร์ชาติ “พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่งและมีคุณภาพ” และแผนระดับชาติเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งจะมีการถ่ายทอดเป้าหมายมาสู่เป้าหมายของแผนปฏิบัติการด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยของ ศธ. และจะมีการถ่ายทอดไปยังแผนระดับภาคและระดับจังหวัด เพื่อนำสู่การพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามลำดับต่อไป
3) ยึด”การทำงานแบบบูรณาการ” โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชนมีส่วนร่วมหรือเป็นภาคีเครือข่ายการทำงานร่วมกันในการจัดบริการการศึกษา และส่งเสริมสนันสนุนให้บุคคลขององค์กรและส่วนราชการทุกสังกัดจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และพื้นที่
4) ยึด “การนำเทคโนโลยีสารสนเทศ” มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ เพิ่มช่องทางการให้บริการ และพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัย
ที่มา ; กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2563–2565 เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม วินัย และสติปัญญาอย่างเหมาะสมตามวัย แผนดังกล่าวครอบคลุม 2 ภารกิจหลัก คือ การส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานในสังกัด และการสนับสนุนหน่วยงานหรือองค์กรนอกสังกัดที่จัดการศึกษาปฐมวัย
หลักการสำคัญของแผนประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ (1) ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีความสุข (2) การถ่ายทอดเป้าหมายจากยุทธศาสตร์ชาติสู่ระดับกระทรวง พื้นที่ และหน่วยปฏิบัติ เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ (3) การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง และ (4) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
โดยสรุป แผนนี้มุ่งสร้างระบบการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือและการบริหารจัดการที่ทันสมัย เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต
ข้อ 1 ข้อใดสะท้อนแนวคิด “เด็กเป็นศูนย์กลาง” ได้ดีที่สุด
ก. จัดการเรียนตามหลักสูตรอย่างเคร่งครัด
ข. ให้เด็กท่องจำเนื้อหาเป็นหลัก
ค. จัดกิจกรรมผ่านการเล่นและลงมือทำ
ง. ใช้เทคโนโลยีแทนครู
ตอบ: ค
เหตุผล: การเรียนรู้ผ่านการเล่นและลงมือทำสอดคล้องกับพัฒนาการเด็ก
ข้อ 2 เป้าหมายของแผนปฏิบัติการสอดคล้องกับข้อใด
ก. เพิ่มคะแนนสอบระดับชาติ
ข. พัฒนาคนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพ
ค. ลดภาระครู
ง. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
ตอบ: ข
เหตุผล: เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาคน
ข้อ 3 การบูรณาการหมายถึงข้อใด
ก. ทำงานเฉพาะในหน่วยงาน
ข. ใช้ทรัพยากรเฉพาะรัฐ
ค. ทำงานร่วมทุกภาคส่วน
ง. เน้นเฉพาะโรงเรียน
ตอบ: ค
เหตุผล: บูรณาการคือความร่วมมือหลายภาคส่วน
ข้อ 4 ข้อใดเป็นบทบาทของเทคโนโลยี
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มช่องทางบริการและบริหาร
ค. แทนที่ผู้เรียน
ง. ใช้เฉพาะงานเอกสาร
ตอบ: ข
เหตุผล: เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
ข้อ 5 หากโรงเรียนไม่เน้นความปลอดภัย จะกระทบหลักการใด
ก. บูรณาการ
ข. เทคโนโลยี
ค. เด็กเป็นศูนย์กลาง
ง. ยุทธศาสตร์ชาติ
ตอบ: ค
เหตุผล: ความปลอดภัยเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้เด็ก
ข้อ 6 ผู้บริหารควรทำอย่างไรให้แผนเกิดผล
ก. สั่งการอย่างเดียว
ข. ทำงานลำพัง
ค. สร้างเครือข่ายความร่วมมือ
ง. เน้นเอกสาร
ตอบ: ค
เหตุผล: การบูรณาการต้องอาศัยเครือข่าย
ข้อ 7 ข้อใดเป็นภารกิจของแผน
ก. สร้างมหาวิทยาลัยใหม่
ข. สนับสนุนหน่วยงานในและนอกสังกัด
ค. เพิ่มเงินเดือนครู
ง. ปรับหลักสูตรมัธยม
ตอบ: ข
เหตุผล: ครอบคลุมทั้งหน่วยงานในและนอก ศธ.
ข้อ 8 การถ่ายทอดนโยบายที่มีประสิทธิภาพควรเป็นอย่างไร
ก. จากล่างขึ้นบน
ข. จากบนลงล่างอย่างเดียว
ค. เชื่อมโยงทุกระดับ
ง. จำกัดเฉพาะส่วนกลาง
ตอบ: ค
เหตุผล: ต้องเชื่อมโยงทุกระดับเพื่อความสำเร็จ
ข้อ 9 หากครูเน้นสอนแบบบรรยายอย่างเดียว จะเกิดผลอย่างไร
ก. เด็กมีความสุขมากขึ้น
ข. พัฒนาการรอบด้าน
ค. ไม่สอดคล้องหลักการ
ง. เพิ่มความคิดสร้างสรรค์
ตอบ: ค
เหตุผล: ไม่สอดคล้องแนวคิดเด็กเป็นศูนย์กลาง
ข้อ 10 เป้าหมายสูงสุดของแผนคืออะไร
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. พัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ
ค. เพิ่มจำนวนครู
ง. ลดเวลาเรียน
ตอบ: ข
เหตุผล: มุ่งพัฒนาเด็กให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ